14/12/2019 17:57 PM
|
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ sbobet-online เรารับพนันกีฬาเอเชี่ยนแฮนดีแคพ และ คาสิโนออนไลน์แบบ ไลฟ์ดีลเลอร์
Highlights

ประกาศประชาสัมพันธ์จากทาง Sbobet-online.co
กรุณาอ่านก่อนโอนเงินทุกครั้ง >> คลิกอ่านที่นี่ <<

ท่านสามารถสมัครสมาชิกผ่านคอลเซ็นเตอร์ได้ที่เบอร์
092-267-0022 , 092-267-0044 , 092-267-0066, 092-267-0088
หรือ
สมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ที่นี่

มินามิโนะ ฟอร์มเข้าตา หงษ์แดง พร้อมดึงตัว

สื่อท้องถิ่นในเมืองลิเวอร์พูล ร่วมด้วยช่วยกันโหมกระพือข่าวลือที่ “หงส์แดง” อยากได้ตัวทาคูมิ มินามิโนะ มิดฟิลด์จอมเทคนิคจากเร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ด้วยการนำข้อความในทวิตเตอร์ของนักเตะที่แสดงความสนใจอยากพัฒนาฝีเท้ามากขึ้น หลังระเบิดฟอร์มหรูในเกมที่ต้นสังกัดแพ้ ลิเวอร์พูล ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา
ลิเวอร์พูลเอคโค่ สื่อท้องถิ่นในประเทศอังกฤษ เผยข้อความของ ทาคูมิ มินามิโนะ กองกลางดาวเด่น เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก สโมสรยักษ์ใหญ่ในลีกสูงสุดออสเตรีย ที่เคยแสดงความรู้สึกอยากมีโอกาสได้พัฒนาฝีเท้ามากยิ่งขึ้น หลังเกมที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มสุดหรูในแมตช์แพ้ ลิเวอร์พูล ที่สนามแอนฟิลด์ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
ดาวเตะทีมชาติญี่ปุ่น โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมที่ ซัลซ์บวร์ก บุกไปแพ้ “หงส์แดง” 3-4 ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี โดยเกมนั้นเจ้าตัวทำแอสซิสต์ และยิงประตูสุดสวยช่วยให้ทีมพลิกสถานการณ์จากตามหลัง 0-3 กลับมาเสมอกัน 3-3 ก่อนจะโดน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซัดประตูชัย
ด้วยผลงานที่โดดเด่นทำให้ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องการเซ็นสัญญากับนักเตะในช่วงเดือนมกราคมนี้ โดย ลิเวอร์พูล ยินดีไม่มีปัญหาที่จะควักกระเป๋าจำนวน 7.25 ล้านปอนด์ (ราว 275.5 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่าฉีกสัญญาของ สตาร์ลูกหนังแดนอาทิตย์อุทัย
ลิเวอร์พูลเอคโค่ ได้นำข้อความที่ มิดฟิลด์ตัวรุกวัย 24 ปี ซึ่งย้ายจาก เซเรโซ่ โอซาก้า มาเล่นกับ ซัลซ์บวร์ก เมื่อปี 2015 และปัจจุบันซัดไปแล้ว 63 ประตูจากการเล่น 192 แมตช์ให้กับต้นสังกัด ทวิตในเว็บไซต์ทวิตเตอร์หลังได้สัมผัสบรรยากาศสุดยิ่งใหญ่ในสนามแอนฟิลด์
“เกือบ 5 ปีนับตั้งแต่ที่ย้ายข้ามน้ำข้ามทะเลมา ผมดีใจที่ได้อยู่ที่นั่นซึ่งเป็นเวทีที่ยิ่งใหญ่สำหรับทดสอบว่าตอนนี้ผมกำลังพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ผมอยากที่จะพัฒนามากกว่านี้” กองกลางร่างเล็กเทคนิคสูงทีมชาติญี่ปุน ระบุ

เนย์มาร์ เนื้อหอม 6ทีมใหญ่สนใจคว้าตัว

เลอ ปารีเซียง สื่อของฝรั่งเศส ระบุ ลิเวอร์พูล กำลังจับตาดูความคืบหน้าของ เนย์มาร์ อย่างใกล้ชิด โดยที่ บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด, ยูเวนตุส, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ก็ให้ความสนใจในตัวดาวเตะเลือดแซมบ้าเช่นกัน
ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นหนึ่งใน 6 ทีมที่กำลังจับตาดูสถานการณ์ของ เนย์มาร์ กองหน้าคนดังของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อย่างใกล้ชิด เพราะคิดที่จะเอาเขามาร่วมทัพ ตามรายงานของ เลอ ปารีเซียง สื่อชื่อก้องของประเทศฝรั่งเศส
เนย์มาร์ ตกเป็นข่าวย้ายทีมอย่างหนักในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากที่เขาไม่มีความสุขกับการเล่นในเมืองน้ำหอมมาโดยตลอด นับตั้งแต่ที่มาอยู่กับทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2017 และถึงแม้เขาจะยังไม่ได้ย้ายไปไหน แต่ข่าวการย้ายทีมของเขาก็ยังออกมาเรื่อยๆ
สื่อเจ้าเดิมเสริมว่า อีก 5 ทีมที่จับตาดูสถานการณ์ของ เนย์มาร์ อยู่นั้น ประกอบด้วย บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด, ยูเวนตุส, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ซึ่งทีมยักษ์ใหญ่ทั้ง 6 ทีมก็ได้ติดต่อกับเอเยนต์ของดาวเตะเลือดแซมบ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสอบถามความเป็นไปได้เกี่ยวกับการย้ายทีมในอนาคตด้วย
เลอ ปารีเซียง เสริมว่านอกจาก เนย์มาร์ ทั้ง 6 ทีมดังกล่าวก็ยังตามดูสถานการณ์ของ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าชาวฝรั่งเศสอยู่เช่นกัน หลังจากพักหลังเริ่มมีข่าวว่า เอ็มบั๊ปเป้ อาจจะย้ายออกจากทีม

ราฟาเอล พร้อม ถ้าอนาคตต้องคุม”ทอฟฟี่”

ราฟาเอล เบนิเตซ นายใหญ่ต้าเหลี่ยน อี้ฟ่าง ประกาศจุดยืนชัดเจนยินดีไม่มีปัญหาหากจะรับงานกุมบังเหียน เอฟเวอร์ตัน ระบุยังคงผูกพันกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เสมอ แต่ในอนาคตทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ไม่มีใครรู้
ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือชาวสแปนิช ยอมรับพร้อมเปิดโอกาสตัวเองในการกุมบังเหียน “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจากเจ้าตัวเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ยอดทีมดังแห่งถิ่นกูดิสัน พาร์ค สนใจอยากได้ตัวมานั่งกุมบังเหียนถาวร
อดีตนายใหญ่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ปัจจุบันรับหน้าที่กุมบังเหียนต้าเหลี่ยน อี้ฟ่าง ทีมในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก ประเทศจีน ตกเป็นหนึ่งในกุนซือที่ เอฟเวอร์ตัน และ อาร์เซน่อล สนใจอยากได้ตัวมาร่วมงานด้วยมากๆ
บนิเตซ ซึ่งยังคงเป็นฮีโร่ของเหล่า “เดอะ ค็อป” หลังประสบความสำเร็จในการนำ “หงส์แดง” คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2005 และเอฟเอ คัพ ในซีซั่นถัดมา เปิดใจเกี่ยวกับโอกาสในการรับงานแทนที่ มาร์โก ซิลวา ที่โดนไล่ออกไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ว่า “แน่นอนว่าผมยังคงมีสายสัมพันธ์กับลิเวอร์พูล เรื่องนั้นมันชัดเจนที่สุด”
“แต่ในขณะเดียวกันเราก็มีความเกี่ยวพันกับเมืองนี้ เรามีเพื่อนเยอะแยะมากมายในเมืองนี้ ทั้งกลุ่มเอฟเวอร์โตเนียน และ ลิเวอร์พัดเลียน ดังนั้นผมไม่มีปัญหากับแฟนบอล รวมทั้งผู้คนที่นั่น แน่นอนว่าเรามีความสนิทสนมกันที่ลิเวอร์พูล แต่ในอนาคต ผมเป็นมืออาชีพ ดังนั้นในอนาคตคุณไม่มีทางรู้” เบนนิเตซ ระบุ

มูรินโญ่เล็งดึง ศิษย์รัก ร่วมทีม

สื่อจากเบลเยียม อ้างว่า โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส เล็งดึง มารูยาน เฟลไลนี่ มิดฟิลด์จาก ซานตง ลูเหนิง ทีมในไชนีส ซูปอร์ลีก จีน กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งที่ “ไก่เดือยทอง”
โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสของ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เล็งดึง มารูยาน เฟลไลนี่ มิดฟิลด์ชาวเบลเยียมของ ซานตง ลูเหนิง ทีมในไชนีส ซูปอร์ลีก จีน กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะเดือนมกราคมนี้ ตามรายงานจาก เลส สปอร์ต สื่อจากเบลเยียม เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา
ในสมัยที่ มูรินโญ่ ยังเป็นกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2016-18 เฟลไลนี่ ถือเป็นศิษย์เอกที่กุนซือชาวโปรตุกีสมักจะเลือกใช้งานอยู่เสมอโดยเฉพาะการใช้ลูกกลางอากาศเล่นงานแนวรับคู่แข่งในช่วงท้ายเกม ทั้งที่เจ้าตัวเคยถูกมองว่าเป็นการเสริมทัพที่ล้มเหลวของ “ปีศาจแดง” ในยุคของ เดวิด มอยส์
อย่างไรก็ตามอนาคตของดาวเตะวัย 32 ปี กลับมาอยู่ในความไม่แน่นอนอีกครั้ง หลังจาก มูรินโญ่ ถูกปลดออกจากตำแหน่ง และแทบไม่ได้รับโอกาสลงเล่นในยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือชาวนอร์เวย์ ที่เข้ามารับตำแหน่งแทน ก่อนที่อดีตแข้งเอฟเวอร์ตันจะย้ายไปโกยเงินหยวนกับ ซานตง ลู่เหนิง และโชว์ผลงานเยี่ยมยิง 7 ประตูจาก 21 เกมในลีก
ล่าสุดสื่อจากเบลเยียมระบุว่า เฟลไลนี่ อาจจะได้กลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีก อีกครั้ง หลังจากเจ้าตัวกำลังได้รับความสนใจจาก มูรินโญ่
ทั้งนี้ เฟลไลนี่ มีสัญญากับทีมของเมืองจีนจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ปี 2021 พร้อมกับมีอ็อปชั่นขยายสัญญาอีก 1 ปี ซึ่งตอนนี้ลีกของแดนมังกรก็ปิดฤดูกาลไปแล้ว ทำให้ดาวเตะชาวเบลเยียมจะได้พักจนกว่าจะถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้หรือต้นเดือนมีนาคม ปี 2020

ราชัญชุดขาว วางแผน ส่งสองตัวดังแลก ป๊อกบา

สื่อเมืองกระทิงดุ ตีข่าว เรอัล มาดริด เตรียมแผนใหม่ไฉไลกว่าเดิมเพื่อยั่วใจ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยหวังใช้ชื่อ แกเร็ธ เบล กับ ฮาเมส โรดริเกซ ยื่นให้ “ผีแดง” พิจารณาเพื่อแลกตัวกับ ปอก ป็อกบา มิดฟิลด์แชมป์โลก มาร่วมทีม
เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน มาแผนเหนือเมฆเล็งส่ง แกเร็ธ เบล และ ฮาเมส โรดริเกซ สองกองกลางชั้นดีให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พิจารณาปล่อย ปอล ป็อกบา มาร่วมทัพ “ราชันชุดขาว” ในช่วงปี 2020 จากการเปิดเผยของ เอล เดสมาร์เก้ หนังสือพิมพ์ดังในแดนกระทิงดุ
“ราชันชุดขาว” แสดงความสนใจอยากได้ ป็อกบา มาร่วมทีมอย่างมา โดยพวกเขาหวังจะกระชากตัวมาให้ได้ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายไม่เป็นผล อย่างไรก็ตามทีมของกุนซือซีเนดีน ซีดาน ยังไม่ลดละเลิกที่จะคว้าตัว มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส ชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2018
จากการที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งค่าตัว ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ เอาไว้ถึง 150 ล้านปอนด์ (ราว 5,700 ล้านบาท) ฉะนั้น “ราชันชุดขาว” ต้องยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจมากๆ เพื่อจะโน้มน้าวให้บอร์ดบริหาร “ปีศาจแดง” ยอมใจอ่อนปล่อย ป็อกมา มาเล่นในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว
สำหรับเรื่อนี้ เอล เดสมาร์เก้ ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะยอมใจอ่อนเพราะเมื่อดูจากชื่อของ ปีกทีมชาติเวลส์ และ เพลย์เมกเกอร์ชาวโคลอมเบีย ค่อนข้างจะสมน้ำสมเนื้อกับข้อเสนอในการแลกตัวกับ ป็อกบา ซึ่งมีสัญญาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ถึงเดือนมิถุนายน 2021

ลุงเบิร์กเผยปัญหาใหญ่เรื่อง”ความมั่นใจ”

เฟร็ดดี้ ลุงเบิร์ก กุนซือขัดตาทัพของ อาร์เซน่อล ก้มหน้ารับ ลูกทีมมีปัญหาเรื่องความมั่นใจ โดยในครึ่งแรกถึงขั้นไม่กล้าที่จะเอาบอลมาครองกันเลยด้วยซ้ำ
เฟร็ดดี้ ลุงเบิร์ก ผู้จัดการทีมชั่วคราวของ อาร์เซน่อล ยอมรับว่าตอนนี้ทีมของตนกำลังมีปัญหาเรื่องความมั่นใจอย่างหนัก หลังจากล่าสุดแพ้ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 1-2 คารัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา
ลุงเบิร์ก ถูกดันจากทีมเยาวชนมารับงานกุนซือให้ทีมชุดใหญ่ของ อาร์เซน่อล แบบขัดตาทัพ หลังจากที่ “ไอ้ปืนใหญ่” สั่งปลด อูไน เอเมรี่ พ้นจากการคุมทีมไปเมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยในนัดแรกเขาพาทีมไปเสมอกับ นอริช ซิตี้ 2-2 แต่เกมล่าสุดกลับแพ้คาบ้านเลยจนทำให้ อาร์เซน่อล อยู่ที่ 10 ของตารางคะแนน มีเพียง 19 คะแนน จากการลงเล่น 15 นัด
ลุงเบิร์ก เผยว่า “พวกเขาดูมีความมั่นใจกันน้อยมากๆ ในครึ่งแรกพวกเขากลัวที่จะเอาบอลมาครอง และกลัวที่จะเคลื่อนที่นิดๆ พวกเขาเอาแต่ยืนนิ่งอยู่เฉยๆ มันมีบางอย่างที่เราต้องเคลียร์กัน พวกเขาต้องการชัยชนะ พวกเขาต้องพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะชนะให้ได้ และทำให้ตัวเองมีความมั่นใจสักหน่อย”
“พวกเขามีความสามารถดีพอที่จะทำอย่างนั้นได้ เพราะพวกเขาแสดงให้ตั้งแต่ต้นครึ่งหลังแล้วว่ามีดีพอที่จะชนะ และพวกเขาก็เล่นได้ดีเป็นเวลา 20 นาที จริงอยู่ว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่จะพูดให้มันดูน่าเชื่อถือเมื่อแพ้ในบ้านของตัวเอง แต่ที่จริงพวกเขาเล่นได้ดีอยู่พักหนึ่ง”

หงษ์แดง เต็งดึงตัว ซานโช่ ร่วมทัพ

ยาน อาเก้ ฟยอร์ทอฟท์ เหยี่ยวข่าวชาวนอร์เวย์ และอดีตหัวหอก แฟร้งค์เฟิร์ต ระบุ ลิเวอร์พูล เป็นเต็งจ๋าที่จะซิว เจดอน ซานโช่ ปีกตัวเก่งของ ดอร์ทมุนด์ ไปเสริมแกร่ง แถมบอกว่า ซานโช่ อยากลา “เสือเหลือง” ตั้งแต่ตลาดช่วงเดือนมกราคมนี้ด้วย
ยาน อาเก้ ฟยอร์ทอฟท์ นักข่าวชาวนอร์เวย์ ซึ่งเคยเป็นกองหน้าให้ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต สโมสรในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน มาก่อน เปิดเผยว่าตอนนี้ ลิเวอร์พูล เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้ตัว เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปร่วมทัพ
ซานโช่ ตกเป็นข่าวลือเรื่องการย้ายทีมอย่างหนัก จากการที่เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองถูกทำให้เป็นแพะรับบาปอยู่บ่อยๆ และพักหลังมานี้ ลูเซียง ฟาฟร์ เทรนเนอร์ของทีมก็มีทั้งเปลี่ยนตัวเขาออกจากสนามอย่างรวดเร็ว รวมถึงจับเขาออกสตาร์ตด้วยการเป็นตัวสำรอง จนทำให้ว่ากันว่าดาวเตะชาวอังกฤษเริ่มไม่ค่อยมีความสุขกับ “เสือเหลือง” แล้ว
“ผมได้ข่าวมาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือมากๆ ในเยอรมนี นั่นก็คือ (เจอร์เก้น) คล็อปป์ กับ ลิเวอร์พูล เป็นตัวเต็งที่จะได้ตัว ซานโช่ นักเตะ ดอร์ทมุนด์ ไปร่วมทัพ และ ซานโช่ ก็อยากย้ายทีมตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมนี้ด้วย” อดีตแข้งวัย 52 ปี กล่าวผ่าน ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิต

ข้อเสนอถูกใจ ดอร์ทมุนด์ พร้อมปล่อย ซารโช

งานนี้ทำเอา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และอีกหลายสโมสรตาลุกวาวเลยทีเดียว เมื่อล่าสุดมีข่าว โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พร้อมที่จะโละ จาดอน ซานโช ช่วงเดือนมกราคมนี้ แม้ตั้งค่าหัวไว้สุดโหดก็ตาม
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรดังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน พร้อมที่จะพิจารณาขาย จาดอน ซารโช ปีกดาวรุ่งคนเก่ง ช่วงเดือนมกราคมนี้ หลังจากที่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายเริ่มแตกหัก ตามรายงานจาก ดิ อินดีเพนเดนท์ สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมา
ซานโช ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจมาโดยตลอด นับตั้งแต่ย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงซัมเมอรปี 2017 ทว่าในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่ายเริ่มมีรอยร้าว โดย ลูเซียง ฟาฟร์ เฮดโค้ช “เสือเหลือง” ยอมรับก่อนเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดที่ทีมบุกไปพ่าย บาร์เซโลน่า 1-3 เมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ดาวเตะชาวอังกฤษวัย 19 ปี ไม่มีสมาธิและไม่พร้อมที่จะลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้
ถึงแม้เกมดังกล่าว ซานโช ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในฐานะตัวสำรอง และเป็นคนทำประตูตีไข่แตกให้กับทีม แต่ล่าสุด ดิ อินดีเพนเดนท์ ระบุว่า ดอร์ทมุนด์ พร้อมรับฟังทุกข้อเสนอที่ถูกยื่นเข้ามาขอซื้อตัว ซานโช ช่วงเดือนมกราคมนี้ ถึงแม้พวกเขาต้องการทำเงินจากตัวนักเตะไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,900 ล้านบาท) ก็ตาม โดยเชื่อกันว่า เวลานี้ ซานโช กำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสร ซึ่งก็รวมถึงยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด, ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

วิเคราะห์ปม ลิเวอร์พูล เจ๊า นาโปลี

ลิเวอร์พูล ยังคงรักษามาตรฐานในการเข้ารอบแบบยากเย็นแสนเข็นต่อไป ล่าสุดเปิดรังแอนฟิลด์ เสมอ นาโปลี 1-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มอี นัดห้า เมื่อวันพุธที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาต้องไปวัดการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในเกมเยือน เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก
นาโปลี กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มตกสุดขีด แต่เมื่อไหร่ที่ดวลกับ “เดอะ เร้ดส์” พวกเขามักจะเล่นดีเสมอ และเกมนี้ก็เช่นกัน เมื่อ “อัซซูร่า” ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก ดรีส์ เมอร์เท่นส์ แต่กระนั้นเจ้าบ้านก็มาได้ประตูตีเสมอจาก เดยัน ลอฟเรน ในช่วงกลางครึ่งหลัง
แม้ว่าโดยรวมแล้ว ลิเวอร์พูล จะครองเกมได้เหนือกว่าผู้มาเยือน แต่ดูเหมือนฟอร์มของพวกเขาค่อนข้างจะฝืดๆ โดยเฉพาะเกมรุกเพราะสามประสาน ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ฟอร์มค่อนข้างมีปัญหา และนี่คือสิ่งที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องพยายามหาทางแก้ปัญหาเป็นการด่วน หากอยากยืดอายุการป้องกันแชมป์โทรฟี่ “บิ๊กเอียร์” ต่อไป

1. ซาลาห์ ยังไม่เพอร์เฟกต์
หลังจากไม่ได้ลงเล่นในเกมเฉือน คริสตัล พาเลซ แน่นอนว่าแมตช์นี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หมายมั่นปั้นมือที่จะเรียกฟอร์มเก่งกลับมาเพื่อช่วยให้ “หงส์แดง” คว้าชัยชนะ และตีตั๋วเข้าไปเล่นในรอบน็อกเอาต์ทันที แต่กลายเป็นว่าฟอร์มของ “บังโม” ยังไม่แจ่มจัดปลัดบอกในเกมนี้
“คิง ออฟ อียิปต์” ลงเล่นต้นเกมด้วยการยืนเป็นแนวรุกริมเส้นฝั่งขวา โดยหวังจะปั่นป่วน คาลิดู คูลิบาลี่ แต่กลายเป็นว่าเจ้าตัวไม่สามารถกดดัน กองหลังทีมชาติเซเนกัล ได้เลย ที่สำคัญ คูลิบาลี ยังเป็นกำแพงเหล็กจัดการกับเกมบุก “เดอะ เร้ดส์” จนซ่าไม่ออก และยังสกัดบอลจากเส้นประตูจากการยิงของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ช่วยเซฟ “อัซซูร่า” ได้อย่างเหลือเชื่อ
ช่วงครึ่งหลัง คล็อปป์ ปรับหมากขยับ ซาลาห์ เข้าไปยืนตรงกลาง โดยให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เล่นริมเส้น เพื่อหมายจะใช้ความเร็วของ ซาลาห์ ในการเจาะเกมตรงกลาง แต่ สตาร์ดังทีมชาติอียิปต์ ก็ไม่สามารถทำผลงานเป็นชิ้นเป็นอันได้เลย
มีอยู่จังหวะหนึ่งที่ ซาลาห์ พยายามสลัดการประกบของ คูลิบาลี่ และโดนทั้งกระชากแขนกระชากคอ แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้เลย ฉะนั้นในแมตช์นี้ต้องยอมรับว่า “โม ซาลาห์” ยังเล่นได้ไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานที่เขาสร้างเอาไว้ตามที่สาวก “เดอะ ค็อป” คาดหวัง

2. ลอฟเรน ฟอร์มโดดเด่น
นับตั้งแต่ที่ โฌแอล มาติป ได้รับบาดเจ็บและอยู่ในชีวงพักฟื้นร่างกาย เดยัน ลอฟเรน ได้รับโอกาสจาก คล็อปป์ ให้ลงประสานงานคู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ซึ่งแน่นอนว่าแฟนบอล “เดอะ เร้ดส์” คงรู้สึกใจหายใจคว่ำเพราะหวั่งว่า ดาวเตะชาวโครแอต จะปล่อยทีเด็ดทำทีมพัง….
ไปๆ มาๆ ลอฟเรน ทำผลงานได้ดีในระดับเกิดความคาดหวังเลยทีเดียว โดยในช่วงหลายเกมที่ลงสนาม สามารถเล่นได้เข้าขากับ ฟาน ไดค์ และมีส่วนในการช่วยทีมป้องกันจังหวะสำคัญอยู่บ่อยๆ แถมในส่วนเกมรุก ก็มักจะขึ้นมาช่วยทีมเวลาที่ได้ลูกฟรีคิก หรือเตะมุม
แมตช์กับ นาโปลี นั้น ลอฟเรน ทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว โดยสามารถจัดการกับเกมรุกที่เร็วจี๊ดจ๊าดของ นาโปลี ได้อยู่หมัด ที่สำคัญยังมีส่วนในการทำให้ “หงส์แดง” แบ่งแต้มในแมตช์นี้ จากการขึ้นไปช่วยทีมกดดันคู่แข่งในจังหวะเตะมุม และนำไปสู่ประตูตีเสมอได้สำเร็จ
ตอนนี้คงต้องยอมรับว่า ลอฟเรน สามารถทำหน้าที่ได้น่าประทับใจ และในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น การไว้วางใจ ปราการเหล็กจากโครเอเชีย น่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด

3. “หนุ่มอ็อกซ์” ช่วยเปลี่ยนเกม
หลายคนคงต้องข้อสงสัยทำไม คล็อปป์ ถึงจัดทีมแปลกๆ ด้วยการส่ง โจ โกเมซ มายืนแบ็กขวาแทน เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ซึ่งผลงานในครึ่งแรกแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นายใหญ่ชาวเยอรมัน คิดผิดมหันต์กับการวางหมากแบบนี้
ขณะเดียวกันการให้ เจมส์ มิลเนอร์ ยืนตรงกลางไม่สามารถประสานงานกับ ฟาบินโญ่ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้เลย แถมยิ่งดวงแตกเข้าไปอีกเมื่อทีมต้องมาเสีย “หมอปลา” ตั้งแต่ต้นเกม ทำให้ต้องส่ง จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ลงมาเล่น แต่แดนกลางก็ยังคงเล่นไม่เข้าขา ทำให้ตกเป็นรองแผงมิดฟิลด์ทีมเยือน
แน่นอนว่าเกมนี้ตลอด 57 นาที แผงกลางของ “หงส์แดง” ขาดการบุกที่ดุดัน และสร้างสรรค์ แถมจังหวะการผ่านบอลสวยๆ ก็ไม่ค่อยดี จนกระทั่ง คล็อปป์ ตัดสินใจถอด โกเมซ ออก และส่ง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลงมาทำให้กองกลางเจ้าบ้านกลับมาครองเกมเหนือกว่าทันตาเห็น
ตลอดระยะเวลาที่ แชมเบอร์เลน ลงสนาม สามารถประสานงานกับ “เฮนโด้” และ ไวจ์นัลดุม ได้เป็นอย่างที่ โดยเฉพาะความดุดันและความเร็วของเขาจัดการเกมรับ นาโปลี ได้ตลอด ที่สำคัญก็คือการใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการทะลุทะลวงเข้าไปในกรอบเขตโทษ
ฉะนั้นหากคิดกันเล่นๆ ถ้า คล็อปป์ เลือกส่ง แชมเบอร์เลน ลงสนามตั้งแต่ต้นเกม หรืออาจจะส่งมาแทน ฟาบินโญ่ ที่บาดเจ็บ สถานการณ์ของ “หงส์แดง” อาจจะดูดีกว่านี้ แต่ในเมื่อย้อนอดีตไม่ได้ ฉะนั้นในแมตช์ต่อไป คล็อปป์ ควรให้โอกาส “หนุ่มอ็อกซ์” ได้ “โชว์ของ” มากกว่านี้

4.. เครียดแน่ขาด ฟาบินโญ่
ตอนนี้ ลิเวอร์พูล อยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ เมื่อเห็น ฟาบินโญ่ เดินออกจากสนามตั้งแต่ต้นเกมด้วยอาการบาดเจ็บ และงานนี้ต้องลุ้นหนักว่า สตาร์ชาวบราซิเลียน จะต้องพักนานแค่ไหน
จริงๆ แล้วเกมนี้นอกจาก ฟาบินโญ่ ได้รับบาดเจ็บแล้ว ฟาน ไดค์ ก็เกือบเดี้ยงเช่นกัน แต่เดชะบุญที่ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติฮอลแลนด์ เจ็บไม่มากสามารถเล่นต่อได้ แต่ “หมอปลา” ไม่ใช่แบบนั้น เนื่องจากเขาต้องเดินกระโผลกกระเผลกออกจากสนาม
ฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าแฟนบอล “หงส์แดง” รู้สึกกังวลมากแค่ไหนหากไม่มี ดาวเตะหมายเลข 3 ลงเล่น เพราะตอนนี้หากเลือกหนึ่งในนักเตะที่ ลิเวอร์พูล ขาดไม่ได้ ชื่อของ ฟาบินโญ่ ต้องลอยขึ้นมาทันที ดังนั้นสาวก “เดอะ ค็อป” คงต้องภาวนาให้ ฟาบินโญ่ แค่มีอาการบวกหรือข้อเท้าบิด มากกว่าเอ็นเสียหาย !!
สำหรับในเกมพรีเมียร์ลีก พบ ไบรท์ตัน วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายนี้ แน่นอนว่า “เดอะ เร้ดส์” ไม่มี ฟาบินโญ่ ลงสนามเนื่องจากติดโทษแบน ซึ่งก็คือว่าเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้พักร่างกาย เพราะต้นเดือนธันวาคม ทีมต้องเจอโปรแกรมโหด ทั้งทำศึกดาร์บี้แมตช์พบ เอฟเวอร์ตัน ตามด้วย บอร์นมัธ และเยือน เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ซึ่งเป็นเกมสำคัญตัดสินการเข้ารอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก

5. ลุ้นเหนื่อยที่ซัลซ์บวร์ก
สำหรับผลการแข่งขันในการเปิดบ้านเสมอ นาโปลี ทำให้ ลิเวอร์พูล ยังต้องเหนื่อยหนักในการลุ้นเข้ารอบเข้า 16 ทีมสุดท้าย เพราะการไปเยือนเมืองซัลซ์บวร์ก ประเทศออสเตรีย เป็นสถานการณ์ที่หินสุดๆ สำหรับลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์
แม้ว่า ลิเวอร์พูล จะต้องการเพียงแค่ 1 คะแนนในการเยือน เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก เพื่อเข้าไปป้องกันแชมป์ถ้วยใบโตยุโรป ขณะที่ นาโปลี น่าจะตีตั๋วเข้ารอบน็อกเอาต์เนื่องจากพวกเขามีคิวรับมือ นาโปลี ที่เมืองเนเปิ้ลส์ และโอกาสคว้า 3 คะแนนมีค่อนข้างสูงเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
หากมองตามหน้าเสื่อและชื่อชั้นแน่นอนว่า ลิเวอร์พูล เป็นทีมเต็งที่จะชนะ ซัลซ์บวร์ก แต่อย่าลืมว่าคู่แข่งจากออสเตรีย เป็นของแสลงของ “หงส์แดง” เช่นกัน เพราะเกมแรกพวกเขาต้องหืดจับกว่าจะชนะด้วยสกอร์ 4-3 (นำไปก่อน 3-0 และโดนตีเสมอ 3-3)
ที่สำคัญลิเวอร์พูลต้องจับตา โดมินิค โซบอสไล, ฮวาง อี ชาน, ทาคูมิ มินามิโนะ และ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ เอาไว้ให้ดี เพราะหากพลาดแม้แต่เสี้ยววินาที งานนี้ “หงส์แดง” อาจจะน้ำตาตกได้

แกรี่ ผิดหวัง สองฝีเท้าผีสุดห่วย

แกรี่ เนวิลล์ ออกโรงสับ เฟร็ด กับ อันเดรียส เปเรยร่า 2 มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบรุนแรงด้วยการบอกว่าทั้งคู่ไม่ดีพอที่จะเล่นให้แม้กระทั่งทีมในระดับกลางตารางคะแนน พร้อมชี้ ผิดหวังกับแนวทางการเล่นในช่วงครึ่งแรกของ “ปีศาจแดง” ในเกมที่เจ๊ากับ เชฟฯ ยูไนเต็ด ด้วย
แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตำหนิ เฟร็ด กับ อันเดรียส เปเรยร่า 2 มิดฟิลด์ “ปีศาจแดง” อย่างหนักว่าฝีเท้าแย่มากจนไม่เหมาะจะเล่นให้ทีมระดับกลางตารางคะแนนด้วยซ้ำ หลังจากทั้งคู่ทำผลงานได้น่าผิดหวังในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ทีมของพวกเขาออกไปเสมอกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 3-3 ที่สนาม บรามอลล์ เลน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
นัดดังกล่าว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกใช้งานทั้ง เฟร็ด และ เปเรยร่า เป็นคู่กองกลางตัวจริง หลังจาก ปอล ป็อกบา ยังไม่หายขาดจากอาการเดี้ยงตรงข้อเท้า ส่วน สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่ทำผลงานได้โดดเด่นตลอดช่วงที่ผ่านมาก็ลงช่วยทีมไม่ไหว ซึ่ง 2 มิดฟิลด์สัญชาติบราซิลต่างก็เล่นได้แย่จนทำให้ทีมชวดได้ 3 คะแนน
เนวิลล์ คนพี่ เผยว่า “ผมผิดหวังกับฟอร์มโดยรวมในเกมเยือนของพวกเขา และแนวทางที่พวกเขาลงเล่นในเกมนี้ ระบบในด้านเกมรับมันไม่ได้ผลเลยจากการที่พวกเขาใช้แนวหลังถึง 5 คนในช่วงครึ่งแรก มันดูเหมือนว่าฝั่งหนึ่งรู้ว่าต้องเล่นยังไง (หมายถึง เชฟฯ ยูไนเต็ด) ส่วนอีกฝั่งไม่รู้เลยว่าต้องเล่นยังไง (หมายถึง แมนฯ ยูไนเต็ด)”
“ผมจะไม่พูดถึงกองกลางหรอกนะ (เป็นการพูดเชิงประชด) เพราะว่า เฟร็ด กับ เปเรยร่า ไม่ใช่กองกลาง พวกเขาไม่คู่ควรกับการเป็นกองกลางให้แม้กระทั่งทีมในระดับกลางตารางคะแนนด้วยซ้ำ ดังนั้นยิ่งการเป็นกองกลางให้หนึ่งในทีมที่ใช้เงินมากที่สุดของทวีปยุโรปยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย แต่พวกเขา (หมายถึง แมนฯ ยูไนเต็ด) ก็มีปัญหาด้านอาการบาดเจ็บ และมีปัญหาในตำแหน่งนี้ตั้งแต่ก่อนลงเล่นน่ะนะ”