14/08/2020 09:25 AM
|
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ sbobet-online เรารับพนันกีฬาเอเชี่ยนแฮนดีแคพ และ คาสิโนออนไลน์แบบ ไลฟ์ดีลเลอร์
Highlights

ประกาศประชาสัมพันธ์จากทาง Sbobet-online.co
กรุณาอ่านก่อนโอนเงินทุกครั้ง >> คลิกอ่านที่นี่ <<

ท่านสามารถสมัครสมาชิกผ่านคอลเซ็นเตอร์ได้ที่เบอร์
092-267-0022 , 092-267-0044 , 092-267-0066, 092-267-0088
หรือ
สมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ที่นี่

อิสไมล่า ซาร์ เปรยอยากไปร่วมทีมกับ มาเน่

อิสไมล่า ซาร์ ปีก วัตฟอร์ด เปิดอก สนใจไปเล่นให้ ลิเวอร์พูล เหมือนกัน แต่เสริมว่าไม่มีปัญหาที่จะเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ถ้าหากต้นสังกัดไม่ขายตน
อิสไมล่า ซาร์ ปีกตัวเก่งของ วัตฟอร์ด สโมสรที่เพิ่งตกชั้นไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ เปิดเผยว่าตนสนใจที่จะย้ายไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล โดยบอกว่านักเตะทุกคนต่างก็อยากไปเล่นให้ “หงส์แดง” กันทั้งนั้น

แม้ว่าในฤดูกาล 2019-20 วัตฟอร์ด จะทำผลงานได้น่าผิดหวังจนต้องตกชั้นจาก พรีเมียร์ลีก แต่ฟอร์มส่วนตัวของ ซาร์ อยู่ในระดับที่น่าพอใจจนทำให้ลือกันว่ามีหลายทีมใน พรีเมียร์ลีก ที่อยากได้เขาไปร่วมทัพ และว่ากันว่า ลิเวอร์พูล เป็นเต็ง 1 ในเรื่องดังกล่าว โดย ซาร์ สนิทกับ ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล มากๆ ด้วย หลังจากทั้งคู่เป็นคนเซเนกัลเหมือนกัน และ ซาร์ ยังเคยพูดเองว่า มาเน่ เป็นเหมือนพี่ชายที่แสนดีของเขา

ทั้งนี้ ไม่นานมานี้ ซาร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับ ซานส์ ลิมิเตส สื่อของเซเนกัล โดยเขาโดนถามเกี่ยวกับข่าวลือที่ว่า ลิเวอร์พูล ให้ความสนใจในตัวเขาอยู่ ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบว่า “ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่ยอดเยี่ยม ทุกคนต่างก็อยากไปเล่นที่นั่นกันทั้งนั้น ฤดูกาลนี้พวกเขาได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ส่วนซีซั่นก่อนก็ได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ในลีกอังกฤษก็มีทีมที่ยอดเยี่ยมอีกหลายทีมนะ ตอนนี้ผมยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรทั้งนั้น ถ้าเกิดผมจะย้ายออกจากทีมแล้วล่ะก็ ผมก็หวังว่ามันจะเป็นการไปอยู่กับทีมที่ดี ตอนนี้มันยังเป็นแค่การคาดเดากันไปเองเท่านั้น”

แข้งวัย 22 ปี เสริมว่าตนไม่มีปัญหาแต่อย่างใดที่จะอยู่ช่วย วัตฟอร์ด ต่อไป หากสุดท้ายแล้ว “แตนอาละวาด” ตัดสินใจที่จะไม่ขายตน “ผมยังเหลือสัญญากับ วัตฟอร์ด อยู่อีกหลายปี หรือถ้าจะพูดให้ถูกเลยก็คือเหลืออีก 4 ปี ถ้าเกิด วัตฟอร์ด อยากให้ผมอยู่กับทีมต่อแล้วล่ะก็ ผมก็ยินดีที่จะเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เรื่องที่ผมจะได้ย้ายทีมรึเปล่าน่ะนอกจากจะขึ้นอยู่กับผมเองแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาเหมือนกัน มันเป็นเรื่องปกติที่เป็นอย่างนั้น”

“หงส์แดง” เปิดตัวอนาคตดาวรุ่งแบ็กซ้ายตัวใหม่

รวดเร็วโดนใจสาวก “เดอะ ค็อป”… ลิเวอร์พูล ประกาศซิว คอสตาส ซิมิคาส แบ็กซ้ายจอมพลิ้ว มาจาก โอลิมเปียก่อน เรียบร้อย ด้านตัวนักเตะสุดปลื้มได้ซบสโมสรที่ยอดเยี่ยมสุดในโลก
ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว คอสตาส ซิมิคาส แบ็กซ้ายทีมชาติกรีซ มาจาก โอลิมเปียกอส อย่างเป็นทางการเรียบร้อย เมื่อวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา

“หงส์แดง” ไม่ได้ยืนยันเรื่องรายละเอียดของสัญญา แต่ตามรายงานข่าวระบุว่า ซิมิคาส เซ็นสัญญาร่วมทัพ ลิเวอร์พูล ถึงปี 2025 ส่วนค่าตัวอยู่ที่ 11.75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 470 ล้านบาท) โดย ดาวเตะวัย 24 ปี จะได้สวมเสื้อ “เดอะ เร้ดส์” หมายเลข 21

“ผมมีความสุขมากๆ ผมภูมิใจเหลือเกินที่ได้ย้ายมาอยู่ที่นี่” ซิมิคาส เปิดใจกับ Liverpoolfc.com “สำหรับผมแล้ว นี่คือสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ถือเป็นเกียรติสำหรับผมที่ได้มาอยู่ที่นี่ และผมก็จะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด”

“ผมชอบลีกนี้มากๆ ผมดู พรีเมียร์ลีก ทางทีวีมาตลอด มันคือความฝันของผมตั้งแต่เด็กแล้วกับการมาเล่นในลีกแห่งนี้ ซึ่งผมก็จะพยายามทุ่มเททำงานอย่างหนัก ทำทุกอย่างตามคำสั่งของโค้ช ซึ่งเป้าหมายของผมคือการช่วยสโมสรคว้าแชมป์ลีกอีกครั้ง รวมถึง แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย”

สื่อดังปล่อยข่าว เปแอสเช อยากดึงตัว CR.7

สื่อเมืองผู้หอม ประโคมข่าว จอร์จ เมนเดส ตัวแทน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ เลโอนาร์โด้ ผอ.กีฬา ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จะอาศัยช่วงที่เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก เดินทางมาแข่งในโปรตุเกส เปิดการเจรจาถึงความเป็นไปได้ในการย้ายทีมของ “ซีอาร์ 7”
จอร์จ เมนเดส เอเจนต์คนดัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ “ม้าลาย” ยูเวนตุส มีคิวเตรียมเข้าไปพบกับ เลโอนาร์โด้ ผู้อำนวยการกีฬาสโมสรปารีส แซงต์-แชร์กแมง จากการเปิดเผยของ เลอ เท็น สปอร์ต สื่อกีฬาดังในประเทศฝรั่งเศส

ในช่วงที่ผ่านมาวงการกีฬาโดนผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ตาม “เปแอสเช” ยังคงมุ่งมั่นที่จะทุ่มเงินเพื่อสร้างทีมให้แข็งแกร่ง และเป้าหมายสำคัญของพวกเขาก็คือการได้ตัว โรนัลโด้ เข้ามาร่วมทัพให้ได้

จากรายงานของสื่อเมืองน้ำหอม ระบุว่าตอนนี้ เมนเดส ซึ่งยังเป็นนายหน้าของ ฮาเมส โรดริเกซ จอมทัพ เรอัล มาดริด หนึ่งในเป้าหมายของ แซงต์-แชร์กแมง กับ เลโอนาร์โด้ มีแผนที่จะนัดพบเพื่อเจรจาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการคว้าตัว ดาวเตะเจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์ 5 สมัย มาเล่นให้กับยอดทีมแห่งเมืองหลวงฝรั่งเศส

นอกจากนี้สื่อเจ้าเดิม ยังเชื่อว่าทั้งสองคนจะอาศัยช่วงเวลาที่เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่ง “เปแอสเช” ทะลุเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปพบกับ อตาลันต้า ต้องมาแข่งแบบมินิทัวร์นาเมนต์ ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เปิดการเจรจาถึงความเป็นไปได้เกี่ยวกับการย้ายทีมของ โรนัลโด้

ทั้งนี้ กัปตันทีมชาติโปรตุเกส วัย 35 ปี ย้ายมาเล่นกับ ยูเวนตุส เมื่อ 2 ปีก่อน และยังมีสัญญาอยู่กับสโมสรอีก 2 ปี แต่ดูเหมือนนักเตะจะไม่ค่อยมีความสุขแม้ว่าจะประสบความสำเร็จคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 2 สมัยติดต่อกันก็ตาม

“หงส์แดง” ต้องจ่ายเพิ่มหากต้องการ ลูอิส

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คงจะต้องพยายามใหม่ สำหรับการล่าตัว จามาล ลูอิส แบ็กซ้ายดาวรุ่ง นอริช ซิตี้ เพราะล่าสุดข้อเสนอชิ้นแรกที่ยื่นไปถูกปัดทิ้งเรียบร้อย
นอริช ซิตี้ สโมสรระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ได้ปฏิเสธข้อเสนอเงินจำนวน 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 400 ล้านบาท) ที่ ลิเวอร์พูล สโมสรแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยื่นเข้ามาขอซื้อ จามาล ลูอิส แบ็กซ้ายตัวเก่งของทีม เรียบร้อย ตามรายงานจาก สกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม ที่ผ่านมา

เป็นที่ทราบกันดีว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” อยากได้ตัว ลูอิส มาเป็นอะไหล่ให้กับ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนสำคัญเลือดวิสกี้ และได้มีการยื่นข้อเสนอเงิน 10 ล้านปอนด์ ไปให้ นอริช พิจารณา

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด สกาย สปอร์ตส์ ระบุว่า “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” ได้ปัดข้อเสนอดังกล่าวทิ้งเรียบร้อย แต่คาดว่าการเจรจาระหว่างสองสโมสรจะยังคงดำเนินต่อ โดยที่เชื่อกันว่า นอริช ต้องการค่าหัว ดาวเตะทีมชาติไอร์แลนด์เหนือวัย 22 ปี อย่างน้อย 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท)

สำหรับฤดูกาล 2019/20 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถึงแม้ นอริช ต้องกระเด็นตกชั้นจากเวที พรีเมียร์ลีก แต่ ลูอิส ถือเป็นหนึ่งในนักเตะของทีมที่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยลงเล่นให้ต้นสังกัดรวมทุกรายการ 32 นัด ทำได้ 1 ประตู

สโคลส์ แนะผีแดง ควรเปลี่ยนแผน ในการดึง ซานโช่

พอล สโคลส์ อดีตยอดมิดฟิลด์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ “ปีศาจแดง” ควรจะเมิน เจดอน ซานโช่ แล้วให้ความสำคัญกับการดึง แฮร์รี่ เคน มาร่วมทีมจะเหมาะกว่า โดยมองว่าตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีแนวรุกสไตล์เดียวกับ ซานโช่ ตั้ง 3 คนอยู่แล้ว และคนที่พวกเขาต้องการจริงๆ คือกองหน้าตัวเป้า
พอล สโคลส์ ตำนานกองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่า “ปีศาจแดง” ควรจะพยายามคว้าตัว แฮร์รี่ เคน กองหน้าคนเก่งของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทีมให้ได้มากกว่า เจดอน ซานโช่ ปีก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

กระแสข่าวระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ซานโช่ ร้อนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยตอนนี้เชื่อกันว่าทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กำลังเจรจากับทั้ง ดอร์ทมุนด์ และปีกชาวอังกฤษเพื่อที่จะปิดดีลนี้ให้ได้ แถมเคยมีข่าวลือว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ใกล้ที่จะบรรลุเงื่อนไขส่วนตัวกับ ซานโช่ ได้แล้วด้วย

ทั้งนี้ สโคลส์ เพิ่งทำหน้าที่กูรูให้กับ บีที สปอร์ต สื่อของเมืองผู้ดีในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เอาชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ 2-1 เมื่อวันพุธที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงก่อนที่เกมจะเริ่มขึ้นเขาโดนถามว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะเน้นดึง ซานโช่ มาร่วมทีมมากที่สุดรึเปล่า และเจ้าตัวก็ตอบว่า “ผมไม่คิดว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้น อย่าเข้าใจผมผิดนะ ซานโช่ เป็นนักฟุตบอลชั้นยอด ผมคิดว่าไม่ว่าเขาจะไปเล่นให้ทีมไหนเขาก็จะทำให้ทีมนั้นๆ เป็นทีมที่ดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล, แมนฯ ซิตี้, บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด ฯลฯ เขาจะทำให้ทีมเหล่านั้นเก่งขึ้นได้ทั้งหมดนั่นแหละ”

“สถิติของเขาบ่งบอกว่าเขาเป็นจอมทำประตู เขาจะสร้างจังหวะทำประตูได้หลายครั้ง รวมถึงทำประตูได้หลายลูก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะเป็นฟันเฟืองที่ยอดเยี่ยมสำหรับทีม แต่ผมคิดว่าตอนนี้เรามีกองหน้าหรือตัวริมเส้น 3 คนที่มีสไตล์คล้ายกับ ซานโช่ อยู่แล้ว (หมายถึง มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ เมสัน กรีนวู้ด) จริงอยู่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะยังไม่เก่งเท่าเขา แต่ถ้าพูดถึงศักยภาพแล้วน่ะผมเชื่อว่าพวกเขาสามารถไปถึงระดับเดียวกับเขาได้”

“ผมคิดว่าถ้าคุณพูดถึง แฮร์รี่ เคน แล้วล่ะก็ ส่วนตัวแล้วในเวลานี้ผมก็อยากจะคว้าเขามาร่วมทัพให้ได้มากกว่า ซานโช่ ซะอีก อย่าเข้าใจผิดนะ มันก็เหมือนกับที่ผมพูดไปก่อนหน้านี้ว่า ซานโช่ เป็นนักเตะชั้นยอด แต่มันก็แค่ผมคิดว่า ยูไนเต็ด ต้องการกองหน้าตัวเป้า คนที่เป็นจอมทำประตูตามสไตล์นักเตะหมายเลข 9 จริงๆ และสำหรับผมแล้ว แฮร์รี่ เคน ก็คือคนที่เหมาะกับเรื่องนั้น อย่างไรก็ตามคุณก็ต้องคิดด้วยว่า โอเล่ ต้องการอะไร เพราะตอนนี้มันดูเหมือนว่าเขาไม่ได้ต้องการกองหน้าตัวเป้าแบบนั้นมากเท่าไหร่นัก”

โบกมือลาผีเป็นที่เรียบร้อย

อเล็กซิส ซานเชซ ดาวยิงจอมพลิ้วเลือดชิลี จ่อกลายเป็นนักเตะของ อินเตอร์ มิลาน อย่างสมบูรณ์แบบ หลังล่าสุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกลงขายให้เรียบร้อย ในราคาแบบเบาๆ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้บรรลุข้อตกลงขาย อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้าทีมชาติชิลี ให้กับ อินเตอร์ มิลาน สโมสรดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เป็นที่เรียบร้อย ที่ราคา 15 ล้านยูโร (ประมาณ 540 ล้านบาท) ตามรายงานจาก กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำแดนมะกะโรนี เมื่อวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ปัจจุบัน อเล็กซิส กำลังเล่นให้กับ อินเตอร์ ภายใต้สัญญายืมตัว และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมนับตั้งแต่รีสตาร์ทซีซั่นเมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งถึงแม้ช่วงที่ผ่านมาใช้เวลายาวนานในการเจรจา ทว่าล่าสุด กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต ระบุว่า “ปีศาจแดง” ยอมตกลงขาย ดาวเตะวัย 31 ปี ให้ “งูใหญ่” เรียบร้อย ในราคา 15 ล้านยูโร ซึ่งถือเป็นการยอมหั่นราคาลงจากตอนแรกที่ตั้งเอาไว้ 20 ล้านยูโร (ประมาณ 720 ล้านบาท)

คาดว่า อเล็กซิส จะเซ็นสัญญากับ อินเตอร์ เป็นเวลา 3 ปี รับค่าเหนื่อยปีละ 7 ล้านยูโร (ประมาณ 252 ล้านบาท) โดยการยืนยันน่าจะมีขึ้นหลังจบเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ทัพ “งูใหญ่” มีคิวเจอกับ เคตาเฟ่ วันพุธที่ 5 สิงหาคมนี้

สำหรับฤดูกาลนี้ อเล็กซิส ลงเล่นให้ อินเตอร์ รวมทุกรายการ 28 นัด ทำได้ 4 ประตู กับ 9 แอสซิสต์

ผีแดงเตรียมทุ่ม 120 ล้านยูโรคว้าตัว ซานโช

สื่อดังเมืองเบียร์ ตีแผ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมใช้กลยุทธ์ในการคว้าตัว เจดอน ซานโช ปีกเลือดผู้ดีจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมนุด์ มาร่วมทัพ โดยยินดีจ่ายค่าตัวจำนวน 120 ล้านยูโร ตามที่ “เสือเหลือง” ต้องการ แต่ขอแบ่งจ่ายออกเป็นงวดๆ โดยงวดแรกจะควักให้ไปเลย 70 ล้านยูโร
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะใช้วิธีการในการเจรจาเพื่อคว้าตัว เจดอน ซานโช ปีกฟอร์มฮอต “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เหมือนกับกลยุทธที่ทัพ “ปีศาจแดง” ใช้ตอนที่คว้าตัว บรูโน่ แฟร์นันด์ส จอมทัพชาวโปรตุกีสจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน จากการรายงานของ บิลด์ สื่อชั้นนำในประเทศเยอรมนี

จากรายงานของ ดิ อินดีเพนเดนท์ สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบุว่า ดอร์ทมุนด์ ตกลงขาย ซานโช ให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เรียบร้อยแล้ว โดยค่าตัวของนักเตะ “เสือเหลือง” ยังคงยืนกรานว่าต้องจำนวน 120 ล้านยูโร (ราว 4,200 ล้านบาท) ขาดตัวไม่มีลดราคา

สำหรับสถานการณ์ล่าสุด บิลด์ รายงานว่าทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา พร้อมที่จะจ่ายเงินค่าตัวในจำนวนดังกล่าว แต่ขอแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ เหมือนในกรณีที่พวกเขาซื้อ แฟร์นันด์ส มาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะจ่ายเงินงวดแรกจำนวน 70 ล้านยูโร (ราว 2,450 ล้านบาท) ให้กับ ดอร์ทมุนด์ จากนั้นจะแบ่งจ่ายออกไป 2 งวดจำนวน 30 ล้านยูโร (ราว 1,050 ล้านบาท) และงวดสุดท้ายอีก 20 ล้านยูโร (ราว 70 ล้านบาท) ภายในระยะเวลาะ 2-3 ปีต่อจากนี้

ในขณะเดียวกับ สื่อชั้นนำในเมืองเบียร์ ยังระบุเพิ่มเติมว่า ยอดทีมแห่งถิ่นซิกนัล อิดูน่า พาร์ค คงไม่ปฏิเสธจำนวนเงินค่าตัว 120 ล้านยูโร แม้ว่า สโมสรเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย จะต้องการแบ่งชำระเป็นงวดๆ ก็ตาม

เล็งไว้ตั้งนานแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ตัว

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล เคยอยากได้ตัว เจดอน ซานโช่ ตั้งแต่สมัยยังเป็นแข้งวัยเยาว์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และกำลังจะย้ายทีม แต่น่าเสียดายที่ “เรือใบสีฟ้า” ไม่ยอมขายแข้งให้กับทีมในลีกเดียวกัน สุดท้าย ปีกชาวอังกฤษ ก็ย้ายไปโด่งดังกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เคยยอมรับพยายามพูดคุยกับบอร์ดบริหารสโมสรเกี่ยวกับโอกาสในการคว้าตัว เจดอน ซานโช่ ปีกฟอร์มฮอตชาวอังกฤษ ตั้งแต่สมัยที่นักเตะกำลังจะย้ายหนี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2017 แต่สุดท้ายไม่สำเร็จเนื่องจากติดปัญหาบางเรื่อง

“เดอะ เร้ดส์” แสดงความสนใจในตัว ดาวเตะวัย 20 ปีมาตั้งแต่ตอนที่เขากำลังจะโบกมือลาถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม โดยในเวลานั้น คล็อปป์ ยอมรับว่า ลิเวอร์พูล ได้รับทราบข่าวดังกล่าวแต่ไม่สามารถที่จะกระชาก ซานโช่ มาร่วมทัพได้ โดยมีเหตุผลเดียวนั่นก็คือสโมสรในอังกฤษ ไม่อยากขายนักเตะให้กับทีมในลีกเดียวกัน

สุดท้าย ซานโช่ ย้ายไปอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2017 ด้วยค่าตัวเพียงแค่ 8 ล้านปอนด์ (ราว 304 ล้านบาท) เท่านั้น และนักเตะประสบความสำเร็จอย่างสูงจนตอนนี้ว่ากันว่าค่าตัวพุ่งไปกว่า 100 ล้านปอนด์ (ราว 3,800 ล้านบาท)

คล็อปป์ กล่าวถึงเกี่ยวกับความสนใจในตัว ซานโช่ ในปี 2019 ว่า “การซื้อนักเตะชาวอังกฤษเป็นแนวคิดที่ฉลาดมากๆ (สำหรับทีมในบุนเดสลีกา) เพราะเราไม่มีโอกาสที่จะได้ตัว ซานโช่ แน่นอน เราไม่ได้หูหนวกตาบอด เราได้เห็นผลงานของเขา เราชื่นชอบเขา และจากนั้นเราก็คิดว่า – เราจะได้ตัวเขามาร่วมทีมไหม ?- ไม่มีทาง”

“เหตุผลก็เพราะสโมสรในอังกฤษไม่ยอมขายนักเตะให้กับทีมในอังกฤษด้วยกัน ผมไม่รู้เหตุผลจริงๆ ว่ามันเป็นเพราะอะไรสำหรับเรื่องนี้ แต่พวกเขาไม่ยอมขาย ตอนนี้พวกเขา (นักเตะหลายๆ คน) ย้ายไปเล่นในเยอรมนี ซึ่งเป็นลีกที่สุดยอดมากๆ” คล็อปป์ กล่าว

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่ คล็อปป์ จะได้ร่วมงานกับ ซานโช่ หลังมีรายงานว่า ปีกทีมชาติอังกฤษ อยากย้ายมาอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ มากกว่าไปเล่นให้ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เนื่องจาก “หงส์แดง” มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าทีของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกทางนี้

หาก อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เอาเรื่องเงินเป็นตัวตั้งแล้วล่ะก็ เขาคงไม่ได้ย้ายขึ้นเหนือมาอยู่ที่ แอนฟิลด์ แน่นอน
อาร์เซน่อล พร้อมจ่ายค่าเหนื่อยระดับ 170,000 ปอนด์ เพื่อขยายสัญญาฉบับใหม่ ส่วน เชลซี ก็เสนอโอกาสที่ดีกว่านั้น ด้วยการประเคนเงินด้วยจำนวนที่มากกว่า แถมยังไม่ต้องย้ายไปไหน อยู่ในกรุงลอนดอน เหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โน้มน้าวให้เขากล้าที่จะก้าวออกจากความสะดวกสบายกับชีวิตในเมืองหลวง แดนผู้ดี คือความทะเยอทะยาน หาใช่เรื่องเงินในบัญชี
ซึ่งสุดท้าย อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เลือกย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์..
ช่วงปีสุดท้ายของสัญญากับ อาร์เซน่อล อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน หงุดหงิดกับชีวิตตัวเอง เขารู้สึกว่าหลายอย่างมันน่าเบื่อ ไม่มีความสุขเลยที่ถูก อาร์แซน เวนเกอร์ จับโยกไปเล่นหลายตำแหน่ง โดยสถานะในตอนนั้นเหมือนเป็นเพียงอะไหล่ที่คอยเติมไปอุดช่องโหว่ที่ว่างอยู่ ซึ่งจริง ๆ สิ่งที่เขาโหยหามากที่สุดคือการได้เล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง

อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน นั่งมองจากระยะไกลด้วยความอิจฉานิด ๆ ที่เห็น เจอร์เก้น คล็อปป์ ชุบชีวิต ลิเวอร์พูล กลับขึ้นมา พร้อมช่วยให้นักเตะหลายคนเล่นได้เต็มศักยภาพ และพอได้รับคำแนะนำถึงเรื่องการทำงานร่วมกับ คล็อปป์ จาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ อดัม ลัลลาน่า เขาก็อยากได้รับโอกาสเพื่อพัฒนาฝีเท้าแบบนั้นบ้าง

และเหตุผลที่ แชมเบอร์เลน เลือกมาเล่นที่นี่ ก็เพราะอยากเป็นกำลังหลักของทีมที่มีดีพอสำหรับการเป็นแชมป์
แน่นอน..เรื่องคว้าโทรฟี่ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าการตัดสินใจของเขาเป็นสิ่งที่ถูก เมื่อมองถึงเรื่องที่ว่า อาร์เซน่อล ยังไม่ได้แชมป์อะไรเลยนับตั้งแต่ แชมเบอร์เลย ย้ายออกมา

อย่างไรก็ดี เขายังต้องทำงานหนักมากขึ้นอีกพอตัวเพื่อการได้เป็นตัวจริงในทีมของ คล็อปป์..

87 นัดทุกรายการที่ แชมเบอร์เลน ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล นั้น เป็นการลงเล่นในฐานะตัวจริงเพียง 46 เกมเท่านั้น

ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ แชมเบอร์เลน ต้องพยายามพิสูจน์ให้ คล็อปป์ เชื่อได้ว่าตัวเองสามารถเล่นจนจบเกมไหว เพราะตลอดทั้งซีซั่นนี้ ไม่มีนัดไหนเลยที่เขาได้ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ครบ 90 นาทีเต็ม

มิหนำซ้ำ มิดฟิลด์วัย 26 กะรัตยังต้องยอมรับให้ได้ในวันที่ถูกจับไปเล่นตัวริมเส้นมากกว่าเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง ซึ่งความจริงมันฟ้องว่ามีแค่ 25 นัดจาก 41 เกมเท่านั้น(รวมทุกรายการ) ในซีซั่นนี้ที่เขาได้ลงเล่นตำแหน่งที่ต้องการ

อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน มีทั้งช่วงทุกข์และสุขในทีมลิเวอร์พูล..

ช่วงแรก ๆ ของขวบปีแรกกับลิเวอร์พูล แชมเบอร์เลน เจอความยากลำบาก เขาต้องรอจนถึงเดือนพฤศจิกายนกว่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกม พรีเมียร์ลีก นัดแรก เนื่องจากก่อนหน้านั้น คล็อปป์ พยายามปรับแท็กติกให้เหมาะกับเขาเต็มที่ผ่านทางการซ้อม

สุดท้าย เขาก็ปรับตัวลงล็อกและทำผลงานได้โดดเด่น แชมเบอร์เลน ยกระดับแผงกลาง ลิเวอร์พูล ให้มีมิติแบบใหม่ทั้งด้านการเล่นอันทรงพลังและการขึ้นเกมที่รวดเร็ว

แชมเบอร์เลน ทำแบบที่ว่าได้จากการที่ตัวเองวิ่งทะลุทะลวงได้ดีและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างเล็ก ๆ ได้ยอดเยี่ยม
เขาเคยทำประตูสุดสวยในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศนัดที่ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทว่ามาเจอฝันร้ายจากอาการบาดเจ็บตรงหัวเข่าอย่างรุนแรงในจังหวะปะทะกับ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ของ โรม่า ในรอบรองชนะเลิศของเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่สนาม แอนฟิลด์
“เราจะรอ อเล็กซ์ ด้วยความอดทน เหมือนกับภรรยาที่แสนดีที่รอให้สามีได้ออกจากคุก” คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์หลังจากที่ แชมเบอร์เลน เข้ารับการผ่าตัด

หลังเกมที่ ลิเวอร์พูล แพ้ต่อ เรอัล มาดริด ในนัดชิงชนะเลิศที่กรุงเคียฟ มีภาพที่เขาใช้ไม้ค้ำช่วยเดินและร้องไห้อย่างหนักแพร่ออกมา
การทำกายภาพบำบัดมันหนักหนาสาหัสมากและ แชมเบอร์เลน ก็ต้องทำแบบนั้นในตอนที่อยู่คนเดียว แต่เขาก็ทำให้นักเตะและสตาฟฟ์ในทีมชอบเขามากขึ้นไปอีก จากการที่รับมือกับช่วงเวลาที่เลวร้ายที่ เมลวู้ด ได้ดี

การทำงานการกุศลให้กับ ซูส์ พาเลซ (Zoe’s Place) ซึ่งเป็นคลินิกสำหรับเด็กภายในเมืองลิเวอร์พูล ช่วยให้ แชมเบอร์เลน เป็นคนที่มีความคิดที่มีเหตุมีผล นอกจากนี้เขายังเป็นหนี้บุญคุณการสนับสนุนจาก เพอร์รี่ เอ็ดเวิร์ดส์ ป๊อปสตาร์ที่มีสถานะเป็นแฟนสาวอีกด้วย

หลังพักไปนาน 367 วัน แชมเบอร์เลน กลับมาเล่นในเกมเจอ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ที่ แอนฟิลด์ ซึ่งเป็นเกมที่เต็มไปด้วยอารมณ์คลุกครั่ง

ที่จริงถ้าจะบอกว่าเขาแทบไม่มีส่วนร่วมในฤดูกาล 2018/19 เลยก็ว่าได้ เพราะ แชมเบอร์เลน ลงเล่นเป็นตัวสำรองแค่ 2 นัด และไม่มีชื่อติดทีมในเกมนัดชิงฯ ที่ ลิเวอร์พูล ชนะ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์

สัญญาฉบับใหม่ที่ แชมเบอร์เลน ได้รับเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่มีความหมายต่อตัวเขามาก เพราะเหมือนกับว่าสโมสรได้ชดเชยเวลา 1 ปีที่ตัวเองหายไปจากอาการบาดเจ็บ ซึ่งทำให้ แชมเบอร์เลน ได้อยู่กับทีมไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2023 โดยในซีซั่นนี้พอเขาฟื้นตัวกลับมา ฟอร์มในสนามก็พาให้ไปติดทีมชาติอังกฤษอีกครั้ง

ในส่วนของเจ้านายใหญ่ คล็อปป์ เองก็เชื่อใจให้เขาลงเล่นทั้งใน ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และศึกชิงแชมป์สโมสรโลกที่ทีมต่างก็คว้าแชมป์มาครองได้ในท้ายที่สุดทั้ง 2 รายการ

ช่วงเดือนตุลาคม ปีก่อน เกมเจอกับ เกงค์ ที่สนาม ลูมินัส อารีน่า อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการทำ 2 ประตู ถึงกระนั้น คล็อปป์ ก็ยังอยากให้เขาเล่นให้ดีกว่านี้อีกในจังหวะที่ไม่ได้ครอบครองบอล
“ฟอร์มของ อ็อกซ์ ก็เหมือนกับฟอร์มของทีมนั่นแหละ ประตูที่เขาทำได้มันยอดดเยี่ยมก็จริง แต่เรื่องอื่น ๆ ก็ควรจะออกมาดีกว่านี้”

“การหาความไหลลื่นในการเล่นและจังหวะการเล่นให้เจออีกครั้งมันไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย ๆ เลย” คล็อปป์ ระบุ

ด้าน เป๊ป ลินเดอร์ส ผู้ช่วยโค้ชของ ลิเวอร์พูล เคยพูดเกี่ยวกับสไตล์การเล่นของ แชมเบอร์เลน ทำให้ ลิเวอร์พูล มีจังหวะการเล่นที่ต่างออกไป แต่อีก 9 เดือนต่อมาก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่นัก

ซึ่งเรื่องความคงเส้นคงวาเป็นปัญหาของเขาจริง ๆ

อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ถือเป็นคนที่ทำประตูมากสุดเป็นอันดับ 4 ของทีมในฤดูกาลนี้ ด้วยการยิงไป 8 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ หรือจะพูดอีกแบบก็คือเขาเป็นรองเพียง 3 แนวรุกตัวจริงของทีมในด้านนี้

ตัว แชมเบอร์เลน เองเป็นคนที่ไม่ต้องให้ใครมาบอกว่ามีจุดไหนบ้างที่เขายังต้องปรับปรุง

เขามีนิสัยเป็นคนชอบตำหนิตัวเองอยู่แล้ว และบางครั้งก็แสดงอารมณ์ออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งครั้งที่ชัดเจนมากสุดคงหนีไม่พ้นตอนที่นั่งลงด้วยท่าทีฉุนเฉียวหลังโดนเปลี่ยนตัวออกจากสนามในเกมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ แอนฟิลด์

ในภายหลัง แชมเบอร์เลน ยืนยันว่าที่ตัวเองหงุดหงิดเป็นเพราะเขา -ไม่สามารถทำผลงานได้ดีตามที่ตัวเองตั้งเป้าหมายเอาไว้- ไม่ใช่เพราะการที่ คล็อปป์ ถอดออกจากสนาม

“ผมยังสามารถทำได้ดีกว่านี้อีก ในแง่ของคุณภาพแล้วนั้นผมผิดหวังกับตัวเองนิด ๆ ” แชมเบอร์เลน ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่ชนะ เวสต์แฮม ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี คล็อปป์ เตือน แชมเบอร์เลน ว่าอย่าเข้มงวดกับตัวเองมากเกินไป โดย คล็อปป์ เคยพูดให้กำลังใจลูกทีมคนนี้ในตอนที่มีการพูดถึงคุณภาพของขุมกำลัง ลิเวอร์พูล ช่วงสัปดาห์ก่อนที่ลีกจะปิดซีซั่น

“อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น่ะ เล่นให้กับสโมสรแห่งนี้ได้ยอดเยี่ยมมาก ๆ ต่อให้เขาจะไม่ได้เป็นตัวจริงก็ตาม เขาแทบจะเป็นคนที่ทำให้เราชนะ ซิตี้ ในช่วงราว 1 ปีก่อนเลยก็ว่าได้”

“ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาก็ไม่ได้เล่นได้แย่ลงเลย ซึ่งการอยู่ในระดับเดิมอยู่ตลอดน่ะไม่ใช่สิ่งที่ทำกันได้ง่าย ๆ ” คล็อปป์ ว่าเอาไว้แบบนี้

“ผมชอบเขานะ เขาเป็นนักเตะที่ดี เขาทำบางอย่างที่แตกต่างให้ทีมได้”

“เขามีคุณภาพที่ยอดเยี่ยม แต่ผมก็ยังรอให้เขาโชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมแบบหลายเกมติดต่อกันสักทีอยู่เหมือนกัน” แกรม ซูเนสส์ อดีตกองกลางระดับตำนานของทีม กล่าวระหว่างทำหน้าที่กูรูกับ สกายสปอร์ตส์

มันแน่นอนล่ะว่า แชมเบอร์เลน เป็นนักเตะที่ดีพอจนสมควรที่จะร่วมงานด้วย

1 ประตูในเกมกับ เชลซี และ 1 แอสซิสต์ในเกมนัดสุดท้าย คงจะเสริมสร้างกำลังใจให้ตัวเขารวมถึงเรียกความเชื่อมั่นจากคนรอบข้างได้ไม่มากก็น้อย
ทั้งในและนอกสนาม อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เป็นผู้เล่นที่ดูมีคุณภาพของ ลิเวอร์พูล แต่ภารกิจของเขาในการพัฒนาตัวเองจากการเป็นอะไหล่สารพัดประโยชน์ที่มีคุณค่าไปสู่การเป็นกำลังหลักของทีมยังต้องลากยาวไปจนถึงฤดูกาลหน้า

แล้วเวลาจะเป็นสิ่งที่ให้คำตอบ..

วิลเลี่ยน เนื้อหอมมาก 5 ทีมดังไล่ล่าตัว

วิลเลี่ยน กองกลางแซมบ้า กลายเป็นนักเตะเนื้อหอม หลังเตรียมลา เชลซี เผยมี 5 ทีมที่อยากได้ลายเซ็น โดยในนั้นเป็น 2 ทีม พรีเมียร์ลีก
เคีย จูรับเชียน เอเยนต์ของ วิลเลี่ยน ปีกประสบการณ์สูง เชลซี เปิดเผยว่า นักเตะในความดูแลของตนได้รับข้อเสนอจาก 5 สโมสร ก่อนที่จะหมดสัญญากับ “สิงห์บลูส์” หลังจบเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ กับ อาร์เซน่อล ที่สนาม เวมบลีย์ วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมนี้

ดาวเตะบราซิเลียน วัย 31 ปี เป็นนักเตะเนื้อหอม โดยมีข่าวพัวพันกับทั้ง อาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ อินเตอร์ ไมอามี่ ทีมในศึกเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (เอ็มแอลเอส) สหรัฐอเมริกา

จูรับเชียน เผยผ่าน ทอล์คสปอร์ต สื่อกีฬาแดนผู้ดีเมื่อวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า “ผมไม่คิดว่า เขาจะเปลี่ยนใจ (อยู่เล่นให้ เชลซี ต่อ) เราได้รับข้อเสนอจากหลายทีม หนึ่งในนั้นมาจาก เมเจอร์ลีก ซึ่งต้องการเข้าตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม แต่เขาต้องการอยู่เล่นให้ เชลซี จนจบฤดูกาลเสียก่อน แล้ว 1 วันหลังจากซีซั่นปิด เขาถึงจะตัดสินใจ”

“เขาได้รับข้อเสนออย่างจริงจังจาก 2 สโมสรใน พรีเมียร์ลีก รวมทั้ง 1 ทีมจาก เมเจอร์ลีก และอีก 2 ทีมในยุโรป เขาจะทำการตัดสินใจหลังเล่นเกมสุดท้ายของฤดูกาล” เอเยนต์คนดัง กล่าวทิ้งท้าย โดยไม่ยอมบอกว่า 2 ทีม พรีเมียร์ลีก คือสโมสรไหนบ้าง

Sbobet-Online.co ยินดีให้บริการค่ะ