18/02/2020 22:31 PM
|
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ sbobet-online เรารับพนันกีฬาเอเชี่ยนแฮนดีแคพ และ คาสิโนออนไลน์แบบ ไลฟ์ดีลเลอร์
Highlights

ประกาศประชาสัมพันธ์จากทาง Sbobet-online.co
กรุณาอ่านก่อนโอนเงินทุกครั้ง >> คลิกอ่านที่นี่ <<

ท่านสามารถสมัครสมาชิกผ่านคอลเซ็นเตอร์ได้ที่เบอร์
092-267-0022 , 092-267-0044 , 092-267-0066, 092-267-0088
หรือ
สมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ที่นี่

หงส์ จัดเต็มบุกรัง ตราหมี ที่ตัวเจ็บอื้อ

————- ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กลับมาโม่แข้งกันอีกครั้ง เกมที่น่าสนใจวันนี้ อยู่ สนาม ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ แอตฯ มาดริด เจ้าบ้าน รับการมาเยือนของแชมป์เก่า อย่าง หงส์แดง ลิเวอร์พูล แข่งขันกันในเวลา 3.00 น. ถ่ายทอดสดผ่านทาง ยูทูป และ เฟสบุ๊ค ของ DAZN Thailand ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————– ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เทรนเนอร์แอตเลติโก มาดริด พาทีมเข้ารอบนี้ในฐานะรองแชมป์กลุ่มดี ก่อนเสมอบาเลนเซีย 0-0 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 2 เกมแล้ว ความพร้อมเกมนี้ ”เอล โชโล่” จะไม่มีทั้ง คีแรน ทริปเปียร์, เอคตอร์ เอร์เรร่า, ดีเอโก้ คอสต้า และ เชา เฟลิกซ์ ที่บาดเจ็บ ส่วน ยานนิค แฟร์เรยร่า การาสโก้ แข้งใหม่ในตลาดหน้าหนาว ก็พร้อมช่วยทีมในรายการนี้ หลังลงทะเบียนแล้วเรียบร้อย นอกนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม บรรดาตัวหลักขาประจำอย่างยาน โอบลัค, สเตฟาน ซาวิช, เฟลิเป้, โธมัส ปาร์เตย์, โกเก้, ซาอูล ญีเกซ และ อังเคล กอร์เรอา ต่างพร้อมช่วยทีมตามปกติ ในขณะที่กองหน้าวาง อัลบาโร่ โมราต้า ปักหลักในแนวรุกแน่นอน

————— ส่วน เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล พาทีมเข้ารอบนี้ในฐานะแชมป์กลุ่มอี ก่อนชนะนอริช ซิตี้ 1-0 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 4 นัดติด ความพร้อมเกมนี้ คล็อปป์ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม แต่ก็อาจมีการปรับทัพเล็กน้อย ในรายของ ซาดิโอ มาเน่ แนวรุกเซเนกัลตัวหลักที่ฟิตกลับมาเป็นซูเปอร์ซับ พังประตูชัยให้ทีมในเกมล่าสุด ก็มีลุ้นออกสตาร์ตตามปกติ เช่นเดียวกับฟาบินโญ่ที่หายไปในเกมชนะนกขมิ้น ซึ่งเชื่อว่าเพราะน่าจะได้พัก ส่วนแกนหลักรายอื่นๆ อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโอ ไวนัลดุม, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ก็ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม

—————– เรตเปิดมาเป็น แชมป์เก่า ลิเวอร์พูล ต่อ ปป. มองจากสถานการณ์นาทีนี้ลิเวอร์พูล เหนือกว่าอยู่แล้ว แต่แอต.มาดริด ก็ยังเป็นทีมที่ประมาทไม่ได้ โดยเฉพาะในเวทียุโรป ซึ่งมักทำได้ดีในบ้าน และใครก็มาเล่นด้วยยากมากบนสังเวียนแห่งนี้ กับสถิติพ่ายหนเดียวในรอบ 21 นัดที่ผ่านมายืนยันได้ อีกทั้ง “ตราหมี” ลงเล่นแบบเจียมตัว เพราะภาพรวมตกเป็นรองทั้งตัวผู้เล่น และฟอร์มการเล่น จึงงัดแผนถนัดคือรับแน่น แล้วรอจังหวะฉาบฉวย ดังนั้น “หงส์แดง” ต้องไม่ประมาท ส่งผลให้โอกาสชนะง่ายๆเลิกพูดได้เลยสำหรับผู้มาเยือน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะจบเจ๊ากันไป เนื่องจากเจ้าถิ่นคงพอใจกับผลเสมอในสถานการณแบบนี้ เช่นเดียวกับลิเวอร์พูล ซึ่งมีเกมเลกสองในแอนฟิลด์ ให้แก้ตัว ฟันธง รอง แอตฯ มาดริด ปิดอยู่

—————- รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แอตเลติโก มาดริด (4-4-2) : ยาน โอบลัค – ซานติอาโก้ อาเรียส, สเตฟาน ซาวิช, เฟลิเป้, เรนาน โลดี้ – มาร์กอส ยอเรนเต้, โธมัส ปาร์เตย์, โกเก้, ซาอูล ญีเกซ – อัลบาโร่ โมราต้า, อังเคล กอร์เรอา
เทรนเนอร์ : ดีเอโก้ ซิเมโอเน่

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโอ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
เทรนเนอร์ : เจอร์เก้น คล็อปป์

ผู้ตัดสิน : ซีมอน มาร์ซิเนียค (โปแลนด์)

บรูโน่ นำทัพ ผีบุกรังสิงห์ แลมพ์ จัด อับราฮัมถอนแค้น

—————- ศึกพรีเมียร์ลีก คู่บิ๊กแมตช์ เชลซี เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือน ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แข่งขันในเวลา 3.00 น. ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

—————- แฟร้งค์ แลมพาร์ด พา เชลซี เกาะอยู่อันดับ 4 แต่ก็กดดันเหมือนกัน เพราะมี เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด บีบเข้ามาเหลือแค่ 2 แต้ม ในลีก เชลซี ไม่ชนะใครมา 3 นัดติดต่อกันเก็บได้แค่ 2 แต้ม โดยฟอร์มล่าสุดพวกเขาบุกเสมอ เลสเตอร์ 2-2 นัดนี้ ต้องลุ้นความฟิตของ แทมมี่ อับราฮัม กองหน้าคนสำคัญที่เจ็บข้อเท้า ขณะที่ คริสเตียน พูลิซิช กับ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ยังไม่ฟิตต้องนั่งดูเพื่อนเล่นต่อไป ส่วน เกปา อาร์รีซาบาลาก้า โกลค่าตัวแพงที่สุดในโลกน่าจะได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังจากพูดคุยกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เรียบร้อย
คาดว่าแผงรุกวาง คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, เมสัน เมาน์ท, เปโดร โรดริเกซ และ แทมมี่ อับราฮัม รวมพลัง

—————– ด้าน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ ปีศาจแดง พาทีมไม่ชนะใครมา 3 เกมติดต่อกันเก็บได้แต้มเดียว จนอันดับหล่นไปที่ 9 ตามหลังเชลซี 6 แต้ม พวกเขาแพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 (เยือน), แพ้ เบิร์นลี่ย์ 0-2 (เหย้า) ก่อนจะเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-0 ในเกมล่าสุด
สภาพทีมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรตัวหลักอย่าง ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ยังคงบาดเจ็บอยู่ทั้งหมด ส่วนสตาร์ใหม่อย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ตัวรุกทีมชาติโปรตุเกสจะลงสนามให้ ปีศาจแดง เป็นเกมที่ 2 ติดต่อกันต่อไป อย่างไรก็ตาม เนมานย่า มาติช พ้นโทษแบนกลับมาช่วยคุมแดนกลางร่วมกับ เฟร็ด ในขณะที่ โอเดียน อิกาโล่ กองหน้าคนใหม่ที่ถูกกักตัวเพื่อตรวจดูเชื้อไวรัสที่กำลังระบาด มาสนามซ้อมล่าสุดเมื่อวันศุกร์แล้ว แต่ไม่พร้อมจะลงเล่น เต็มที่จะเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น

—————— ราคาเปิดมา เชลซี ต่อ 0.5 (ครึ่งลูก) ถ้าเป็นการเจอทีมบิ๊กเนม สำหรับ แมนฯยู ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะอัพเกรดตัวเองเฉพาะกิจเพื่อต่อกรกับสโมสรเหล่านั้น ดูได้จากแมตช์ที่บุกเชือด แมนฯซิตี้ 1-0 ในลีก คัพ หรือเกมที่ไล่ยำ เชลซี 4-0 ในพรีเมียร์ลีกช่วงต้นฤดูกาล แม้ว่าสามเกมลีกที่ผ่านมาอาจจะปืนฝืดไปบ้าง แต่การเสริมทัพหลายตำแหน่งรวมไปถึงการคัมแบ็คของ เนมานย่า มาติช น่าจะต้องใช้เวลาปรับจูนนิดหน่อยสัก 2-3 เกม เชื่อว่าแมตช์นี้น่าจะลงตัวมากขึ้น สอดคล้องกับเจ้าถิ่น “สิงห์บลูส์” ก็ใช่ว่าจะดีอะไรนัก หลังไร้ชัยยาว 3 เกมหลังสุดในลีก และเสียประตูทุกนัดรวมกันกว่า 5 ตุง แสดงให้เห็นถึงปัญหาหลังบ้านมีรูรั่วเยอะพอสมควร เมื่อพิจารณาจากเรตกับภาพรวมต่างๆ ไม่เกินความสามารถของบอลรอง ฟันธง! ต่อ”ปีศาจแดง” แรงจริง

——————- เชลซี (4-2-3-1) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – รีซ เจมส์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ – คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, เมสัน เมาน์ท, เปโดร โรดริเกซ – แทมมี่ อับราฮัม
ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ลุค ชอว์ – เนมานย่า มาติช , เฟร็ด – ฆวน มาต้า, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, แดเนียล เจมส์ – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์

มาเน่ พร้อมซด หงส์สุดแกร่งบุกรังนกขมิ้น

————– ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 26 เจ้านกขมิ้น นอริช ซิตี้ เปิดรัง แคร์โรว์ โร้ด รับการมาเยือนของจ่าฝูงไร้พ่ายอย่าง หงส์แดง ลิเวอร์พูล แข่งขันกันในเวลา 00.30 น. ถ่ายทอดสดช่อง ทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล HD1 ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————— ดาเนี่ยล ฟาร์เค่ กุนซือนอริช ซิตี้ พาทีมเสมอนิวคาสเซิ่ล 0-0 ในเกมล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 2 เกมแล้ว แต่ยังจมปลักอยู่ท้ายตาราง ต้องพยายามดิ้นรนอย่างสุดฤทธิ์ในเกมที่เหลือ ความพร้อมเกมนี้ ฟาร์เค่จะได้เบน ก็อดฟรี่ย์ พ้นโทษแบนกลับมา แต่ในรายของ ทิม โคลเซ่ ที่บาดเจ็บยังชวดเหมือนเดิม นอกนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม บรรดาตัวหลักขาประจำอย่างทิม ครูล, แม็กซ์ อารอนส์, อเล็กซานเดอร์ เท็ตเตย์, เคนนี่ แม็คลีน และ ตีมู ปุ๊กกี้ ต่างพร้อมช่วยทีมตามปกติ

—————– ส่วน เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล พาทีมชนะเซาธ์แฮมป์ตัน 4-0 ในเกมลีกล่าสุด ส่วนเกมเอฟเอ คัพ รีเพลย์ที่ชนะชรูว์สบิวรี่ 1-0 เป็นหน้าที่ของ นีล คริทช์ลี่ย์ โค้ชทีมชุดยู-23 หงส์แดงยังคงนำโด่งเป็นจ่าฝูงต่อไป และหากคว้าชัยอีกในเกมนี้จะโกยแต้มหนีห่างเรื่อยๆ เพราะได้พักหนีหนาวมาเกือบ 2 สัปดาห์ อีกต่างหาก เกมนี้คล็อปป์จะกลับมาทำหน้าที่ตามปกติ หลังเบรกหนีหนาวไปกับลูกทีมชุดใหญ่
ความพร้อมเกมนี้ ต้องลุ้นความฟิตของ ซาดิโอ มาเน่ ที่เจ็บกล้ามเนื้อ แต่ในรายของ เจมส์ มิลเนอร์ น่าจะยังชวด แต่แกนหลักรายอื่นๆ อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม

—————— เรตราคา ลิเวอร์พูลต่อ 1.5 (ลูกครึ่ง) สำหรับสาวกบอลต่อแล้ว คู่นี้น่าติดตามเป็นอย่างมาก เพราะทีมเยือน ลิเวอร์พูล กำลังฟอร์มดุทะลุจักรวาล ด้วยการคว้าชัยในลีก 16 นัดซ้อนนับตั้งแต่ที่เจ๊า แมนฯยู 1-1 ช่วงปลายเดือนตุลาคมปีก่อน ส่วนเรื่องการผลิตสกอร์หายห่วงแน่นอน ซัดยับทุกทีมที่มีโอกาส เรียกว่าไม่มีเลี้ยงไข้ให้เสียวชัวร์ สอดคล้องกับ นอริช ภายใต้การทำทีมของ ดาเนี่ยล ฟาร์เก้ เกมรุกดุดันเฉียบคม โดยเฉพาะจังหวะโต้กลับ แต่จุดอ่อนคือการซื้อแนวรับที่มักจะพลาดและมีรูรั่วอยู่เสมอ เห็นได้จากทริปเยือน แอนฟิลด์ ที่โดนทะลวงไปเหนาะๆ 4 เม็ด (1-4) ดูทรงแล้วถ้าไม่มีอะไรพลิกล็อค คงเสร็จอาคันตุกะบุกเอาชนะตามระเบียบ ฟันธง! จัดหนัก “หงส์แดง” แรงต่อเนื่อง…!

—————— รายชื่อผู้เลานที่คาดว่าจะลงสนาม

นอริช ซิตี้ (4-2-3-1) : ทิม ครูล – แม็กซ์ อารอนส์, คริสโตฟ ซิมเมอร์มันน์, เบน ก็อดฟรี่ย์, แซม ไบแรม – อเล็กซานเดอร์ เท็ตเตย์, เคนนี่ แม็คลีน – ลูคัส รุปป์, ออนเดรจ์ ดูด้า, ท็อดด์ แคนท์เวลล์ – ตีมู ปุ๊กกี้
ผู้จัดการทีม : ดาเนี่ยล ฟาร์เค่

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซอน เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน
ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

ผู้ตัดสิน : สจ๊วร์ต แอ็ตต์เวลล์

วูล์ฟงานหนัก เปิดบ้านรับ จิ้งจอก

———– ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่คืนวันศุกร์ วูล์ฟแฮมป์ตัน จะเปิดรัง โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 3 ของตารางพรีเมียร์ลีก แข่งขันกันในเวลา 3.00 น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

———— วูล์ฟส์ ของกุนซือ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต เพิ่งจะบุกเจ๊าจืด แมนฯยู 0-0 ทำให้สองนัดท้ายยังไม่ชนะใคร สำหรับความพร้อมของทีมก่อนลงสนาม ไม่มีรายงานตัวเจ็บหรือติดโทษแบนเข้ามาเพิ่มเติม นอกเสียจาก รูเบ็น วินาเกร ซึ่งเป็นแข้งเดี้ยงเพียงรายเดียวที่ยังไม่หายดี คาดว่า เอสปิริโต้ ซานโต เตรียมจัดทัพในระบบ 3-4-3 โดยมี อดาม่า ตราโอเร่, ราอูล ฆิเมเนซ กับ ดิโอโก้ โชต้า เป็นสามประสานแดนหน้าคอยล่าสกอร์

————- เลสเตอร์ ของกุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เพิ่งจะเปิดรังเจ๊าเดือด เชลซี 2-2 ทำให้สองนัดหลังสุดทุกรายการยังไม่ชนะใคร สำหรับความพร้อมของทีมวันนี้ ยังคงไร้เงา นัมปาลิส เม็นดี้, แม็ตธิว เจมส์, ดาเนี่ยล อามาร์ตี้ย์ กับ เวส มอร์แกน สี่แข้งเดี้ยงหน้าเดิมซึ่งยังไม่หายดี คาดว่า ร็อดเจอร์ส เตรียมวางหมากในระบบ 4-1-4-1 โดยมี เจมี่ วาร์ดี้ ยืนเป้าล่าสกอร์และใช้ เดนนิส ปราเอ่ต์ กับ เจมส์ แม็ดดิสัน ควงคู่กันคุมกลางตามสูตร

————— ราคาเปิดมา เสมอกัน เชื่อว่าเจ้าบ้าน วูล์ฟส์ น่าจะซิวชัยไปในท้ายที่สุด เพราะ ณ ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในจุดที่ใกล้เคียงกันทั้งฟอร์มการเล่น, สไตล์และความสามารถของนักเตะ จึงไม่แปลกที่แมตช์แรกจะจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 แต่ทว่าเจ้าถิ่นดูดีมีทรงกับการเจอสโมสรกลุ่มหัวตาราง สอดคล้องกับ เลสเตอร์ ระยะหลังมีปัญหากับการป้องกันประตู ซึ่งเสียไปแล้วกว่า 7 ประตูเลยทีเดียวตลอด 4 เกมลีกที่ผ่านมา บอกได้คำเดียวว่า ชากลาร์ โซยุนชู เป็นหนึ่งในบ่อน้ำมันสำคัญที่ต้องรีบอุดให้ไว มิฉะนั้นอาจเกิดเรื่องใหญ่มากกว่านี้ ดูทรงแล้วน่าจะพลาดเสียสามคะแนนอีกตามเคยเหมือนซีซั่นก่อน ฟันธง! วาง วูล์ฟส์ ลูบปาก…!

—————– รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

วูล์ฟส์ (3-4-3) : รุย ปาตริซิโอ้ – โรแมง ซาอิสส์, คอเนอร์ โคอาดี้, วิลลี่ โบลี่ – แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้, เจา มูตินโญ่, รูเบ็น เนเวส, จอนนี่ กาสโตร – อดาม่า ตราโอเร่, ราอูล ฆิเมเนซ, ดิโอโก้ โชต้า

ลสเตอร์ (4-1-4-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ริคาร์โด้ เปเรร่า, จอนนี่ อีแวนส์, ชากลาร์ โซยุนชู, เบ็น ชิลเวลล์ – วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ – อาโยเซ่ เปเรซ, เดนนิส ปราเอ่ต์, เจมส์ แม็ดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ – เจมี่ วาร์ดี้

อินเตอร์ สุดคึก เปิดศึก นาโปลี โคปา อิตาเลีย

—————- ศึกบอลถ้วยรายการใหญ่ของอิตาลี โคปา อิตาเลีย อินเตอร์ มิลาน จะเปิด จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า รับการมาเยือนของทีมแกร่งอย่าง นาโปลี แข่งขันกันในเวลา 2.45 น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

—————– อินเตอร์ เกมแซงชนะ มิลานอย่างเหลือเชื่อ 4-2 กลายเป็นการฟาดชัย 3 แมตช์รวดของ อินเตอร์ แต่หลังจากผ่านศึกหนักคาดว่าเทรนเนอร์ อันโตนิโอ คอนเต้จะหมุนเวียนขุมกำลัง เพื่อปล่อยให้ตัวหลักได้พัก ก่อนบุกปะทะ ลาซิโอในลีกช่วงสุดสัปดาห์ เบื้องต้นจะขาด สเตฟาโน่ เซนซี่กับ โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่เพราะบาดเจ็บ ส่วนความเปลี่ยนแปลงคาดว่า คอนเต้จะส่ง ดานิเอเล่ ปาเดลลี่โกล์มือสองลงเฝ้าเสาแทน ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช ขณะที่แดนหน้าได้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (20 นัด/11 ประตู) หัวหอกอาร์เจนติน่าพ้นโทษแบน กลับมาล่าตาข่ายคู่ โรเมลู ลูกากู (23 นัด/17 ประตู) ในแผน 3-5-2

—————— นาโปลี เจนนาโร่ กัตตูโซ่กุนซือ นาโปลี เลือกจัดระเบียบขุมกำลังได้ค่อนข้างพร้อมก่อนบุกถิ่น อินเตอร์ทีมจ่าฝูงเซเรีย อา เพราะสมาชิกตกหล่นเพราะบาดเจ็บเหลือแค่ เกอแว็ง มัลกุต (3 นัด) และ ฟาอูซี่ กูลาม (5 นัด) 2 รายเท่านั้น โดยหลังจากนัดล่าสุดทีมดังแดนใต้พลาดท่าแพ้ เลชเช่คาบ้าน 2-3 แบบล็อคถล่ม คาดว่า กัตตูโซ่จะปรับทัพหลายตำแหน่ง เบื้องต้นจะถึงคิวของ อเล็กซ์ เมเรตและ คอสตาส มาโนลาสเซนเตอร์แบ็กทีมชาติกรีซกลับมาทวงตัวจริง ส่วนแดนบนเป็น มัตเตโอ โปลิตาโน่, อาร์คาดิอุส มิลิคและ ลอเรนโซ่ อินซิเย่

——————- เรตราคา 0.5 (ครึ่งลูก) แม้ว่าเจตนาหลักของ อันโตนิโอ คอนเต้จะเทไปทางภารกิจล่าแชมป์เซเรีย อา ที่เวลานี้ทีมเป็นจ่าฝูง แต่กับบอลถ้วย โคปปา อิตาเลีย มองว่าการปรับทัพของ อินเตอร์จะมีผลข้างเคียงอยู่หน่อยและเป็นสาเหตุว่าทำไมราคาเฝ้ารังของทีมนำลีกเลี่ยนต่อน้อย “ครึ่งลูกลบห้า” แต่มองจากรายชื่อม้านั่งข้างสนามของ “งูใหญ่” ยังน่ากลัว ประกอบกับการได้ มาร์ติเนซพ้นโทษแบน ยังไงงานนี้แข้งเนรัซซูรี่ภาษีเหนือกว่า นาโปลี แม้แขกรับเชิญเป็นเบอร์ใหญ่เหมือนกัน แต่ฤดูกาลนี้แขกรับเชิญจากแดนใต้หาความแน่นอนไม่ได้เลย ขนาดแมตช์ล่าสุดต่อ เลชเช่ “สองลูก” ยังกล้า ๆ แพ้คาบ้านมาแล้ว ฟันธง ต่ออินเตอร์ เจอได้หมด

——————– รายชื่อผุ้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ดานิเอเล่ ปาเดลลี่ – อันเดรีย ราน็อคเคีย, มิลาน สคริเนียร์, สเตฟาน เดอ ฟราย – วิกเตอร์ โมเซส, มาติอัส เบซิโน่, มาร์เซลโล่ โบรโซวิค, คริสเตียน อีริคเซ่น, แอชลี่ย์ ยัง – โรเมลู ลูกากู, เลาตาโร่ มาร์ติเนซ

นาโปลี (4-3-3) : อเล็กซ์ เมเรต – โจวานนี่ ดิ โลเรนโซ่, คอสตาส มาโนลาส, คาลิดู คูลิบาลี่, มาริโอ รุย – อัลลัน, ดิเอโก้ เดมเม่, เอลยิฟ เอลมาส – มัตเตโอ โปลิตาโน่, อาร์คาดิอุส มิลิค, ลอเรนโซ่ อินซิเย่

เบรนท์ฟอร์ด มีดี รอบี้ ลีดส์ ที่ฟอร์มแย่

———— ศึกฟุตบอล แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ เบรนท์ฟอร์ด เปิด หริฟฟิน พาร์ค รับการมาเยือนของ ลีดส์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง แข่งขันกันในเวลา 2.45 น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————- เบรนท์ฟอร์ด กลับมาโชว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้งหลังจากเก็บชัยชนะมา 2 นัดติดทำให้ชั่วโมงนี้มีแต้มตามหลังจ่าฝูงลีกเพียง 3 คะแนนเท่านั้น จึงไม่แปลกใจเลยที่การเปิดบ้านเจอกับจ่าฝูงลีกวันนี้เตรียมจัดหนักจัดเต็มด้วยระบบเน้นบุกอย่าง 4-3-3 ส่งสามประสานหน้าเดิมไล่ตั้งแต่ โมฮัมเหม็ด เบนราห์ม่า (28 นัด/8 ประตู), ไบรอัน เอ็มเบอูโม่ 29 นัด/12 ประตู) และ ออลลี่ วัตกิ้นส์ ร่วมกับล่าตาข่ายโดยเฉพาะสองรายหลังที่ฟอร์มกำลังเข้าฝักหลังจากเกมล่าสุดเพิ่งยิงประตูคู่แข่งได้นั่นเอง ในขณะที่ตรงกลางจะยืนพื้นด้วยดูโอ้ชาวเดนมาร์กอย่าง คริสเตียน นอร์การ์ด กับ มาติอัส แยนเซ่น คอยผนึกกำลัง

————– ลีดส์ ถึงแม้จะรั้งเป็นรองจ่าฝูงลีก แต่ด้วยผลงานในตอนนี้ที่แพ้ให้เห็นบ่อยสุดๆอาจทำให้เกมนี้ถ้าไม่ชนะก็ร่วงจากรองจ่าฝูงลีกได้เลย สำหรับความพร้อมล่าสุดมีข่าวดีเล็กน้อยเพราะจะกลับมาได้ตัว คัลวิน ฟิลิปห์ (27 นัด/1 ประตู) กองกลางตัวรับที่พ้นโทษแบน แต่ทีมก็ต้องเสีย สจ๊วต ดัลลาส (31 นัด/3 ประตู) แบ็กขวาที่ติดโทษแบนจากการสะสมใบเหลืองครบโควต้าซึ่งต้องลุ้นว่าแข้งคนไหนจะได้ลงทำหน้าที่แทน ด้านความหวังสูงสุดในการจบสกอร์จะยังเป็นหน้าที่ของ แพทริค แบมฟอร์ด หัวหอกตัวเก่งเจ้าของดาวซัลโวประจำทีมที่ 12 ลูกรอจบสกอร์

————— เรตราคา เสมอ เป็นอีกหนึ่งเกมที่ตัดสินเส้นทางการลุ้นแชมป์ในปีนี้เลยก็ว่าได้เนื่องจาเป็นการเจอกันของสองทีมที่อยู่ในโซนบนของตาราง โดยผมของเริ่มที่ เบรนท์ฟอร์ด ในฐานะเจ้าบ้านก่อนจากการที่ฟื้นชีพกลับมาตั้งหลักเอาชนะได้ 2 นัดซ้อนทำให้ล่าสุดมีคะแนนตามหลังจ่าฝูงลีกเพียง 3 คะแนนเท่านั้น ผมจึงมั่นใจว่าการเปิดบ้านคราวนี้มีลุ้นชนะได้อยู่ถึงแม้ว่าคู่แข่งในวันนี้จะเป็น ลีดส์ ทีมรองจ่าฝูงแต่ถ้าได้เห็นผลงานอันเหลวแหลกด้วยการแพ้ไปถึง 5 จาก 6 นัดหลังสุดผมบอกได้เลยครับว่ารองจ่าฝูงทีมนี้ไม่ได้มีความน่ากลัวอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นกับราคาที่เปิดมาให้เสมอกัน ผมขอเชื่อใจเจ้าบ้านที่ทั้งผลงานและความมั่นใจสูงกว่าน่าจะเป็นฝ่ายเปิดบ้านเฉือนหวิวไปในที่สุด ฟันธง ต่อ เบรนท์ฟอร์ด จอดที่สามแต้ม

—————- ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

เบรนท์ฟอร์ด
08/02/20 ชนะ มิดเดิ้ลสโบรซ์ 3-2 (เหย้า) แชมเปี้ยนชิพ / ราคาบอล – ต่อ 1 … เจ๊า
01/02/20 ชนะ ฮัลล์ 5-1 (เยือน) แชมเปี้ยนชิพ / ราคาบอล – ต่อ 0.5 … ได้
29/01/20 แพ้ ฟอเรสต์ 0-1 (เหย้า) แชมเปี้ยนชิพ / ราคาบอล – ต่อ 0.75 … เสีย
25/01/20 แพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 (เหย้า) เอฟเอ คัพ / ราคาบอล – รอง 0.5 … เสีย
18/01/20 เสมอ ฮัดเดอร์สฟิลด์ 0-0 (เยือน) แชมเปี้ยนชิพ / ราคาบอล – ต่อ 0.5 … เสีย
ฟอร์มเกมเหย้าในลีก – แข่ง 15 ชนะ 9 เสมอ 3 แพ้ 3 ได้ 28 เสีย 12

ลีดส์
09/02/20 แพ้ ฟอเรสต์ 0-2 (เยือน) แชมเปี้ยนชิพ / ราคาบอล – ต่อ 0.5 … เสีย
01/02/20 แพ้ วีแกน 0-1 (เหย้า) แชมเปี้ยนชิพ / ราคาบอล – ต่อ 1.5 … เสีย
29/01/20 ชนะ มิลล์วอลล์ 3-2 (เหย้า) แชมเปี้ยนชิพ / ราคาบอล – ต่อ 1 … เจ๊า
18/01/20 แพ้ ควีนส์ปาร์ค 0-1 (เยือน) แชมเปี้ยนชิพ / ราคาบอล ต่อ 1…เสีย
11/01/20 แพ้ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ 0-2 (เหย้า) แชมเปี้ยนชิพ / ราคาบอล – ต่อ 1 …เสีย
ฟอร์มเกมเยือนในลีก – แข่ง 16 ชนะ 8 เสมอ 3 แพ้ 5 ได้ 24 เสีย 16

โรม่า เฝ้ารังรอพังโบโลญญ่า

———– ศึกฟุตบอลกัลโช่ ซีรี่ย์ อา อิตาลี โรม่า ทีมดังแห่งกรุงโรม เปิดบ้าน สตาดิโอ โอลิมปิโก้ รับการมาเยือนของ โบโลญญ่า แข่งขันกันในเวลา 2.45 น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

———— โรม่า นัดล่าสุดบุกไปแพ้ให้กับคู่นี้ส่งผลให้พวกเขาไม่ชนะใครมา 3 นัดซ้อนแถมล่าสุดยังต้องเสีย ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ (16 นัด/1 ประตู) เพลย์เมกเกอร์วัยรุ่นที่โดนใบเหลือง-แดงไล่ออกจากสนามไป ทำให้ เปาโล ฟอนเซก้า เทรนเนอร์เลือกที่จะส่ง ดีเอโก้ เปร็อตติ (12 นัด/3 ประตู) ลงทำหน้าที่แทน ส่วนตำแหน่งที่เหลือสมบูรณ์พร้อมเนื่องจากเป็นผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดแล้วโดยมี เอดิน เชโก้ (22 นัด/10 ประตู) รับหน้าที่เป็นหัวหอกตัวเป้าตามเดิมหลังจากนัดล่าสุดเพิ่งทำประตูได้

————- โบโลญญ่า กลับมามีความมั่นใจอีกครั้งเนื่องจากเก็บชัยชนะมา 2 เกมซ้อนแต่ข่าวร้ายก่อนลงสนามในวันนี้ก็คือจะไม่ได้ใช้งาน อันเดรีย โปลี่ (20 นัด/2 ประตู) กองกลางตัวรับที่ติดโทษแบนจากการสะสมใบเหลืองครบโควต้ารวมไปถึง นิโกล่า ซานโซเน่ (21 นัด/4 ประตู) แนวรุกคนสำคัญที่เจ็บเพิ่มมาอีกทำให้เกมนี้ ซินิซ่า มิไฮโลวิช กุนซือจะทำการส่งสองผู้เล่นใหม่อย่าง นิโกลัส โดมิงเกวซ (2 นัด) กับ มูซ่า บาร์โรว์ (3 นัด/1 ประตู) ลงทำหน้าที่แทน ด้านการจบสกอร์คงหนีไม่พ้นจอมเก๋าวัย 38 ปีอย่าง โรดริโก้ ปาลาซิโอ้ ที่ยิงไปแล้ว 5 ลูกรอเป็นทีเด็ด

————– เรตราคา เปิดมา โรม่า ต่อ 1 ลูก อยู่ในช่วงขาขึ้นอีกครั้งสำหรับ โบโลญญ่า ผู้มาเยือนเนื่องจากเข้าวินมา 2 นัดติดต่อกันแล้วแม้เกมนี้จะมีปัญหาเรื่องตัวผู้เล่นให้กวนใจบ้างบวกกับวันนี้เจอคู่แข่งที่ชื่อชั้นเหนือกว่าแต่อย่างว่าล่ะครับการเจอกับ โรม่า เจ้าถิ่นที่ผลงานกำลังดร็อปด้วยการไม่ชนะใครมา 3 นัดซ้อน (แพ้ 2 เสมอ 1) แถมยังมีปัญหาด้านตัวผู้เล่นกวนใจเหมือนกับคู่แข่งอีกด้วย ผมว่ากับราคาที่เปิดมาให้ โรม่า เป็นฝ่ายต่อ 1 เม็ดผมว่าอย่าเสี่ยงดีกว่าครับผลงานไม่น่าไว้วางใจแบบนี้อย่ายุ่งเกี่ยวดีกว่าครับ ฟันธง! รอง โบโลญญ่าน่ามา

————– รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

โรม่า (4-2-3-1) : ปาอู โลเปซ – ดาวิเด้ ซานตอน, คริส สมอลลิ่ง, จานลูก้า มันชินี่, เลโอนาร์โด สปินัซโซล่า – ไบรอัน คริสตานเต้, จอร์แดน แวเรอตูต์ – เซนกิซ อุนแดร์, ดีเอโก้ เปร็อตติ, จัสติน ไคลเวิร์ต – เอดิน เชโก้

โบโลญญ่า (4-2-3-1) : ลูกัส สโกรัปสกี้ – ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ, มัตเตีย บานี่, ดานิโล่, สเตฟาโน่ เดนสวิล – นิโกลัส โดมิงเกวซ, ยอร์ดี้ เชาเท่นท์ – ริคคาร์โด้ ออร์ซูลินี่, โรแบร์โต้ โซเรียโน่, มูซ่า บาร์โรว์- โรดริโก้ ปาลาซิโอ้

บาร์ซ่า จัดเมสซี่ บุกรัง บิลเบา บอลถ้วยสเปน

————- ศึกฟุตบอล โคปา เดอร์ เรย์ แอตฯ บิลเบา เปิดรัง ซาน มาเมส บาร์เรีย ต้อนรับการมาเยือนของ บาร์เซโลน่า แข่งขันกันในเวลา 3.00 น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————- แอตฯ บิลเบา ความพ่ายแพ้นัดล่าสุดเท่ากับว่าพวกเขาสูญเสียสถิติไม่แพ้ใครที่ 10 นัด สำหรับความพร้อมล่าสุด กาอิซก้า การิตาโน่ เฮ้ดโค้ชจะยังไม่ได้ใช้งาน ออสการ์ เด มาร์กอส (4 นัด) กองหลังวัย 30 ปีที่ยังเจ็บอยู่รวมไปถึง ยาโก้ เบเยริน (3 นัด) ผู้รักษาประตูมือสองที่ติดโทษแบนจากรอบที่แล้ว ส่วนข่าวดีคือ ดานี่ วิเวียน แนวรับอีกรายที่กลับมาซ้อมกับทีมได้แล้วแต่คาดว่าเจ้าตัวน่าจะยังไม่พร้อมในเกมนี้ ในขณะที่ผู้เล่นที่เหลือน่าจะเป็นนักเตะชุดใหญ่ลงบู๊โดยมี อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ (22 นัด/4 ประตู) กับ อีเกร์ มูเนียอิน (16 นัด/4 ประตู) เพื่อป้อนบอลส่งต่อให้กับ อาเซียร์ บียาลิเบร (7 นัด/1 ประตู) ศูนย์หน้าวัยรุ่นรอปิดบัญชี

————— ทางฝั่ง บาร์เซโลน่า นัดล่าสุดเพิ่งเฉือนเข้าวินเหนือคู่แข่งมาทำให้พวกเขายังไล่ตามหลังจ่าฝูงลีก 3 คะแนนเท่าเดิม ส่วนความพร้อมในบอลถ้วยวันนี้คาดว่า กีเก้ เซเตียง บอสใหญ่น่าจะส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงบู๊ที่ลงแน่ๆเลยก็คือ เคราร์ด ปีเก้ (21 นัด/1 ประตู) กองหลังตัวเก่งเพราะเกมลีกนัดต่อไปเจ้าตัวจะติดโทษแบน ในขณะที่การจัดทัพน่าจะเป็น อันซู ฟาติ ปีกดาวรุ่งที่นัดล่าสุดเหมาคนเดียว 2 ตุงเตรียมโจมตีคู่แข่งร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ (17 นัด/14 ประตู) และ อองตวน กรีซมันน์ (21 นัด/7 ประตู) ที่จะยืนปักหลักอยู่ก่อนหน้านี้

—————- เรตราคา บาร์ซ่า ต่อ 0.5 (ครึ่งลูก) เดินทางกันมาถึงรอบ 8 ทีมสุดรอบกันสำหรับบอลถ้วยของสเปน ซึ่งเป็นการเจอกันของสองทีมจากลีกสูงสุดโดยผมขอเริ่มที่ บาร์เซโลน่า ฝั่งผู้มาเยือนก่อนแม้จะมีบางเกมที่ผลงานดร็อปไปบ้างแต่อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังได้ผลการแข่งขันที่ต้องการอย่างนัดล่าสุดที่เฉือนหวิวมาแม้วันนี้จะเป็นบอลถ้วยแต่คาดว่าการส่งนักเตะชุดใหญ่ลงบู๊คาดว่าความน่ากลัวไม่ได้ลดลงเลย ประกอบกับนัดล่าสุด แอธฯบิลเบา เจ้าบ้านเพิ่งเสียสถิติไร้พ่ายมาแถมนัดนี้ยังโคจรมาเจอกับคู่แข่งตัวท็อปของลีกอีกด้วยถ้าเกิดแพ้ขึ้นมาไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไรเลย ดังนั้นกับราคาที่เปิดมาให้ บาร์เซโลน่า ต่อ 0.5 ด้วยผลงานกำลังเข้าฝักแบบนี้ขอเข้าข้างบอลต่อสถานเดียว ฟันทิ้ง! ต่อ บาร์เซโลน่า ต้องมาแล้วล่ะครับ

—————– รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
แอตฯ บิลเบา (4-2-3-1) : อูไน ซิมง – กาปา, เยราย อัลบาเรซ, อินญิโก้ มาร์ติเนซ, ยูริ – ดานี่ การ์เซีย, อูไน โลเปซ – อินญากี้ วิลเลี่ยมส์, ราอูล การ์เซีย, อีเกร์ มูเนียอิน – อาเซียร์ บียาลิเบร

บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก แตร์ สเตเก้น – เนลสัน เซเมโด้, ซามูแอล อุมติตี้, เคราร์ด ปีเก้, จูเนียร์ ฟีร์โป – อาร์ตู, แฟรงกี้ เดอ ยอง, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ – ลิโอเนล เมสซี่, อองตวน กรีซมันน์, อันซู ฟาติ

ไก่ไม่มีเบิร์กไวน์ รับมือ นักบุญที่ใช้ อิงส์วัดคม

———— ศึกฟุตบอล เอฟเอคัพ นัดรีเพลย์ สเปอร์ส จะเปิดบ้าน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ เซาแธมป์ตัน เวลา 2.45 น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

———— สเปอร์ส ของกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ เพิ่งจะเปิดรังเอาชนะ แมนฯซิตี้ 2-0 ทำให้ห้าแมตช์ท้ายทุกรายการยังไม่แพ้ใคร สำหรับความพร้อมของทีมก่อนทำศึก จะไม่สามารถใช้งาน สตีเว่น เบิร์กไวย์น ปีกตัวใหม่จากพีเอสวีที่ลงทะเบียนไม่ทันในรายการนี้ เช่นเดียวกับพวก แฮร์รี่ เคน, มูสซ่า ซิสโซโก้ กับ เบ็น เดวี่ส์ สามแข้งเดี้ยงค้างสต๊อคซึ่งยังไม่หายดี คาดว่า มูรินโญ่ เตรียมจัดทัพในระบบ 4-3-3 และโรเตชั่นเพียงเล็กน้อย โดยมี อีริค ลาเมล่า, ลูคัส มูร่า กับ ไรอัน เซสเซญง เป็นสามประสานแดนหน้าคอยล่าสกอร์ตามสูตร

————- เซาแธมป์ตัน ของกุนซือ ราล์ฟ ฮาเซ่นฮุตเทิ่ล เพิ่งจะบุกพ่ายยับให้กับ ลิเวอร์พูล 0-4 ทำให้สองนัดหลังยังไม่ชนะใคร สำหรับความพร้อมของทีมล่าสุด จะไร้เงาเพียง สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง ปีกฟอร์มแรงที่สะโพกเดี้ยงและอยู่ในระหว่างการพักรักษาตัว คาดว่า ฮาเซ่นฮุตเทิ่ล เตรียมโรเตชั่นเพียงเล็กน้อยไม่ต่างกันในระบบ 4-4-2 โดยมี แดนนี่ อิงส์ กับ เช อดัมส์ ควงคู่ล่าสกอร์ในแดนหน้า และใช้ โอริออล โรเมอู กับ เจมส์ วอร์ด-เพราส์ เป็นมิดฟิลด์คู่กลางคอยคุมจังหวะอยู่ด้านหลัง

————– เรตราคาเปิดมา ครึ่งควบลูก ดูแล้ว เจ้าถิ่น สเปอร์ส ถือไพ่เหนือกว่าพอสมควร จากการลงบู๊ในรังเหย้าตัวเองที่เพิ่งจะเปิดเอาชนะ แมนฯซิตี้ 2-0 นั่นทำให้สามหนหลังสุดทุกรายการในฐานะเจ้าบ้านชนะรวด และผลิตสกอร์เป็นกอบเป็นกำรวมทั้งสิ้น 6 ประตู หากไม่เจอของแข็งจริงๆ ก็เอาพวกเขาไม่อยู่เหมือนกัน สอดคล้องกับทีมเยือน เซาท์แฮมป์ตัน ของ ราล์ฟ ฮาเซ่นฮุตเทิ่ล ขึ้นชื่อลือชาอยู่แล้วเรื่องเกมรุกดุดัน แต่เกมรับต้องปรับปรุงอีกเยอะ ดูได้จากแมตช์ที่บุกพ่าย ลิเวอร์พูล 0-4 เห็นได้ชัดว่าแผงหลังดันสูงมากเกินไปจนทำให้พื้นที่เปิดกว้างให้ฝ่ายตรงข้ามทำเกม เชื่อว่าสกอร์ไม่น่าจะจบลงเหมือนเกมแรกที่เจอ มั่นใจเจ้าบ้านงานละเอียดเบียดเข้าป้ายใน 90 นาทีได้ไม่ยาก ฟันธง อยู่สเปอร์สเจอชัย

—————- รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
อร์ส (4-3-3) : อูโก้ ยอริส – แซร์ก ออริเย่ร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ดาวินซอน ซานเชซ, จาเฟ็ต แทงแกงก้า – เก็ดสัน แฟร์นานเดส, อีริก ไดเออร์, ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ – อีริค ลาเมล่า, ลูคัส มูร่า, ไรอัน เซสเซญง

เซาแธมป์ตัน (4-4-2) : อังกัส กันน์ – เควิน ดานโซ่, แยน เบดนาเร็ค, แจ็ค สตีเฟ่นส์, ไรอัน เบอร์ทรานด์ – มูสซ่า เฌเนโปร, โอริออล โรเมอู, เจมส์ วอร์ด-เพราส์, นาธาน เร้ดม่อนด์ – แดนนี่ อิงส์, เช อดัมส์

หงส์ ปล่อยเด็กวิ่งเล่น เอฟเอคัพนัดรีเพลย์ ชรูว์สบิวรี่ย์

———– ศึกฟุตบอลเอฟเอคัพ รอบ 4 นัดรีเพลย์ หงส์แดง ลิเวอร์พูล จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ชรูว์สบิวรี่ย์ ทาวน์ ทีมจาก ลีกวัน แข่งขันกันในเวลา 2.45 น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

———— เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูลพาทีมเสมอชรูว์สบิวรี่ 2-2 ทำให้ต้องมารีเพลย์ กันอีกนัด เกมนี้จะเป็นหน้าที่ของ นีล คริทช์ลี่ย์ กุนซือทีมชุดยู-23 เหมือนในเกมลีก คัพ รอบ 8 ทีมกับแอสตัน วิลล่า เช่นเดียวกันขุมกำลังที่จะใช้งานก็จะเป็นบรรดาเด็กดาวรุ่งล้วนๆ เพื่อเปิดโอกาสให้พวกทีมชุดใหญ่ได้พักช่วงหน้าหนาว ซึ่งมีการวางโปรแกรมกันไว้ก่อนแล้ว แม้การตัดสินใจนี้จะโดนวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งผู้บริหารและแฟนบอลของชรูว์สบิวรี่ว่าไม่ให้เกียรติพวกเขาก็ตาม คาดว่าผู้เล่นเด็กๆ ที่เราคุ้นหน้าอย่าง เปโดร ชิริเบย่า, เคอร์ติส โจนส์, ดัล วาเรซาโนวิช, ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์, แจ็ค เบิร์น และ หลุยส์ ลองสตาฟฟ์ จะได้ลงทั้งหมด

————- ฟาก แซม ริกเก็ตต์ส กุนซือชรูว์สบิวรี่จากลีก วัน พาทีมเสมอลิเวอร์พูล 2-2 ทำให้ต้องมารีเพลย์ ก่อนแพ้รอชเดล 0-1 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการแพ้ 2 นัดติด ความพร้อมเกมนี้ริกเก็ตต์สจะไม่มี โอลิเวอร์ นอร์เบิร์น ที่บาดเจ็บ ส่วนขุมกำลังอื่นๆ ก็คาดว่าน่าจะยึดทีมจากเกมแรก เพราะทำผลงานกันได้ดีแล้วนั่นเอง นำโดย เจสัน คัมมิ่งส์ กองหน้าตัวเก่งที่เป็นซูเปอร์ซับในเกมแรก ลงมาทำคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ทีมตามตีเสมอได้สำเร็จ เกมนี้ก็คาดว่าน่าจะได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง

————– เรตราคาเปิดมา ลิเวอร์พูลเจ้าบ้าน ต่อ ปป. ถึงจะใช้ชุดเด็กลงมาวิ่งเล่นแต่ด้วยคุณภาพก็ยังดูดีกว่า ชรูว์สบิวรี่ย์ อยู่นิดๆ นัดนี้ได้เล่นในบ้าด้วย น่าจะคึกคักเป็นพิเศษ กัดฟันวัดใจ ต่อลิเวอร์พูล น่าเบียดได้ ฟันทิ้ง

————– รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ควีวีน เคลเลเฮอร์ – เนโก้ วิลเลี่ยมส์, คี-ยาน่า ฮูเฟอร์, มอร์แกน บอยส์, ยาสเซอร์ ลารูซี่ – เปโดร ชิริเบย่า, เคอร์ติส โจนส์, ดัล วาเรซาโนวิช – ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์, แจ็ค เบิร์น, หลุยส์ ลองสตาฟฟ์
ผู้จัดการทีม : นีล คริทช์ลี่ย์

ชรูว์สบิวรี่ (3-4-3) : แม็กซ์ โอเลียรี่ – โรฌอน วิลเลี่ยมส์, เอธาน อีแบงค์ส-แลนเดลล์, โอมาร์ เบ็คเคิ่ลส์ – โดนัลด์ เลิฟ, จอช โลเรนท์, เดวิด เอ็ดเวิร์ดส์, สกอตต์ โกลบอร์น – คัลลัม แลงก์, เจสัน คัมมิงส์, คอเนอร์ แม็คอเลนี่
ผู้จัดการทีม : แซม ริกเก็ตต์ส