19/02/2020 00:06 AM
|
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ sbobet-online เรารับพนันกีฬาเอเชี่ยนแฮนดีแคพ และ คาสิโนออนไลน์แบบ ไลฟ์ดีลเลอร์
Highlights

ประกาศประชาสัมพันธ์จากทาง Sbobet-online.co
กรุณาอ่านก่อนโอนเงินทุกครั้ง >> คลิกอ่านที่นี่ <<

ท่านสามารถสมัครสมาชิกผ่านคอลเซ็นเตอร์ได้ที่เบอร์
092-267-0022 , 092-267-0044 , 092-267-0066, 092-267-0088
หรือ
สมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ที่นี่

หงส์ จัดเต็มบุกรัง ตราหมี ที่ตัวเจ็บอื้อ

————- ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กลับมาโม่แข้งกันอีกครั้ง เกมที่น่าสนใจวันนี้ อยู่ สนาม ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ แอตฯ มาดริด เจ้าบ้าน รับการมาเยือนของแชมป์เก่า อย่าง หงส์แดง ลิเวอร์พูล แข่งขันกันในเวลา 3.00 น. ถ่ายทอดสดผ่านทาง ยูทูป และ เฟสบุ๊ค ของ DAZN Thailand ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————– ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เทรนเนอร์แอตเลติโก มาดริด พาทีมเข้ารอบนี้ในฐานะรองแชมป์กลุ่มดี ก่อนเสมอบาเลนเซีย 0-0 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 2 เกมแล้ว ความพร้อมเกมนี้ ”เอล โชโล่” จะไม่มีทั้ง คีแรน ทริปเปียร์, เอคตอร์ เอร์เรร่า, ดีเอโก้ คอสต้า และ เชา เฟลิกซ์ ที่บาดเจ็บ ส่วน ยานนิค แฟร์เรยร่า การาสโก้ แข้งใหม่ในตลาดหน้าหนาว ก็พร้อมช่วยทีมในรายการนี้ หลังลงทะเบียนแล้วเรียบร้อย นอกนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม บรรดาตัวหลักขาประจำอย่างยาน โอบลัค, สเตฟาน ซาวิช, เฟลิเป้, โธมัส ปาร์เตย์, โกเก้, ซาอูล ญีเกซ และ อังเคล กอร์เรอา ต่างพร้อมช่วยทีมตามปกติ ในขณะที่กองหน้าวาง อัลบาโร่ โมราต้า ปักหลักในแนวรุกแน่นอน

————— ส่วน เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล พาทีมเข้ารอบนี้ในฐานะแชมป์กลุ่มอี ก่อนชนะนอริช ซิตี้ 1-0 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 4 นัดติด ความพร้อมเกมนี้ คล็อปป์ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม แต่ก็อาจมีการปรับทัพเล็กน้อย ในรายของ ซาดิโอ มาเน่ แนวรุกเซเนกัลตัวหลักที่ฟิตกลับมาเป็นซูเปอร์ซับ พังประตูชัยให้ทีมในเกมล่าสุด ก็มีลุ้นออกสตาร์ตตามปกติ เช่นเดียวกับฟาบินโญ่ที่หายไปในเกมชนะนกขมิ้น ซึ่งเชื่อว่าเพราะน่าจะได้พัก ส่วนแกนหลักรายอื่นๆ อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโอ ไวนัลดุม, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ก็ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม

—————– เรตเปิดมาเป็น แชมป์เก่า ลิเวอร์พูล ต่อ ปป. มองจากสถานการณ์นาทีนี้ลิเวอร์พูล เหนือกว่าอยู่แล้ว แต่แอต.มาดริด ก็ยังเป็นทีมที่ประมาทไม่ได้ โดยเฉพาะในเวทียุโรป ซึ่งมักทำได้ดีในบ้าน และใครก็มาเล่นด้วยยากมากบนสังเวียนแห่งนี้ กับสถิติพ่ายหนเดียวในรอบ 21 นัดที่ผ่านมายืนยันได้ อีกทั้ง “ตราหมี” ลงเล่นแบบเจียมตัว เพราะภาพรวมตกเป็นรองทั้งตัวผู้เล่น และฟอร์มการเล่น จึงงัดแผนถนัดคือรับแน่น แล้วรอจังหวะฉาบฉวย ดังนั้น “หงส์แดง” ต้องไม่ประมาท ส่งผลให้โอกาสชนะง่ายๆเลิกพูดได้เลยสำหรับผู้มาเยือน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะจบเจ๊ากันไป เนื่องจากเจ้าถิ่นคงพอใจกับผลเสมอในสถานการณแบบนี้ เช่นเดียวกับลิเวอร์พูล ซึ่งมีเกมเลกสองในแอนฟิลด์ ให้แก้ตัว ฟันธง รอง แอตฯ มาดริด ปิดอยู่

—————- รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แอตเลติโก มาดริด (4-4-2) : ยาน โอบลัค – ซานติอาโก้ อาเรียส, สเตฟาน ซาวิช, เฟลิเป้, เรนาน โลดี้ – มาร์กอส ยอเรนเต้, โธมัส ปาร์เตย์, โกเก้, ซาอูล ญีเกซ – อัลบาโร่ โมราต้า, อังเคล กอร์เรอา
เทรนเนอร์ : ดีเอโก้ ซิเมโอเน่

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโอ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
เทรนเนอร์ : เจอร์เก้น คล็อปป์

ผู้ตัดสิน : ซีมอน มาร์ซิเนียค (โปแลนด์)

แม็กไกวร์ ชี้ไม่ได้ตั้งใจ

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ระบุ แค่ป้องกันตัวไว้ก่อนในจังหวะที่ย่ำโดนหว่างขาของ มิชี่ บัตชูอายี่ กองหน้า เชลซี พร้อมสรรเสริญ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ทำผลงานได้โดดเด่น โดยเฉพาะการเปิดลูกเตะมุมมาให้ตนโหม่งทำประตูได้
แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่าจังหวะที่ตนย่ำไปโดนตรงหว่างขาของ มิชี่ บัตชูอายี่ กองหน้า เชลซี มันเป็นแค่ปฏิกิริยาตามธรรมชาติ และเป็นการป้องกันตัวไว้ก่อนเท่านั้น เพราะตอนนั้น บัตชูอายี่ ทำท่าว่าจะหล่นลงมาทับตน หลังจากจังหวะดังกล่าวเป็นประเด็นร้อนในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ “ปีศาจแดง” บุกไปชนะอีกฝ่าย 2-0 ถึงสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ชอตดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงนาทีที่ 20 ซึ่งเป็นตอนที่สกอร์ยังเสมอกันอยู่ 0-0 โดยตอนแรก แม็กไกวร์ พุ่งเข้าไปถึงบอลได้ก่อน บัตชูอายี่ ซึ่งทางกองหน้าชาวเบลเยียมก็ผลักอีกฝ่ายเพื่อทำให้ แม็กไกวร์ เล่นได้ยาก จนทำให้อดีตดาวเตะ เลสเตอร์ ซิตี้ ลงไปนอนกองกับพื้นสนาม
อย่างไรก็ตาม ในจังหวะนั้น แม็กไกวร์ ก็เหยียดขาขึ้นมาจนทำให้กลายเป็นการย่ำไปโดนตรงหว่างขาของ บัตชูอายี่ ด้วย ทำเอากองหน้าของเจ้าถิ่นลงไปนอนเจ็บเหมือนกัน ขณะที่สตาฟฟ์โค้ชของฝั่ง เชลซี ก็ฟ้องกันดังลั่น แต่สุดท้ายทีมงาน วีเออาร์ ก็ไม่ตัดสินว่ามันเป็นใบแดง โดยหลังจากนั้น แม็กไกวร์ ก็เป็นคนโหม่งประตูตอกฝาโลงฝัง เชลซี ด้วย
แม็กไกวร์ เผยว่า “ตอนนั้นผมรู้สึกว่าผมเตะโดนเขาจริงๆ แต่ผมคิดว่าเขาจะหล่นลงมาทับผม ดังนั้นมันก็เลยเป็นเรื่องธรรมดาที่ผมจะแสดงปฏิกิริยาด้วยการเหยียดขาออกไปเพื่อพยายามไม่ให้เขาหล่นลงมาทับผม”
“แน่นอนว่าการที่สตั๊ดของผมมันไปโดนตัวเขามันอาจจะทำให้ภาพทางทีวีมันดูแย่กว่าความเป็นจริง แต่มันเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติเท่านั้น มันไม่ใช่การตั้งใจเตะอีกฝ่ายเลย ผมไม่ได้ตั้งใจทำอย่างนั้นแม้แต่นิดเดียว ที่ผมเหยียดขาออกไปมันก็แค่เป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติ ผมรู้ดีว่าผมไปโดนตัวเขา ผมรู้ดีตั้งแต่จังหวะที่เกิดเหตุการณ์นั้นแล้ว แต่ผมก็คิดว่ามันเป็นการตัดสินที่ถูกต้องเหมือนกัน”
ปราการหลังทีมชาติอังกฤษกล่าวชม บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์เพื่อนร่วมทีมคนใหม่ด้วยที่เล่นได้ดี อย่างเช่นชอตที่เปิดลูกเตะมุมได้อย่างยอดเยี่ยม จนทำให้ตนสามารถทำประตูได้ “แน่นอนว่า บรูโน่ ช่วยได้มากจากการที่เขาเปิดบอลได้ดี และหวังว่ามันจะมีชอตแบบนี้อีกตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงจบฤดูกาลนะ คุณสามารถเห็นได้เลยว่า บรูโน่ สามารถทำอะไรได้บ้าง ไม่ว่าจะทั้งคุณภาพของการเล่นกับบอล, ความสามารถด้านเทคนิค และอิทธิพลของเขา เขาต้องการให้เพื่อนร่วมทีมโชว์ฟอร์มเก่งออกมาให้ได้ เขามีความเป็นผู้นำ และมันก็เป็นเรื่องดีที่จะมีนักเตะแบบเขาอยู่ในห้องแต่งตัว ตราบใดที่เขายังมีคุณสมบัติแบบนั้น”

บรูโน่ นำทัพ ผีบุกรังสิงห์ แลมพ์ จัด อับราฮัมถอนแค้น

—————- ศึกพรีเมียร์ลีก คู่บิ๊กแมตช์ เชลซี เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือน ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แข่งขันในเวลา 3.00 น. ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

—————- แฟร้งค์ แลมพาร์ด พา เชลซี เกาะอยู่อันดับ 4 แต่ก็กดดันเหมือนกัน เพราะมี เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด บีบเข้ามาเหลือแค่ 2 แต้ม ในลีก เชลซี ไม่ชนะใครมา 3 นัดติดต่อกันเก็บได้แค่ 2 แต้ม โดยฟอร์มล่าสุดพวกเขาบุกเสมอ เลสเตอร์ 2-2 นัดนี้ ต้องลุ้นความฟิตของ แทมมี่ อับราฮัม กองหน้าคนสำคัญที่เจ็บข้อเท้า ขณะที่ คริสเตียน พูลิซิช กับ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ยังไม่ฟิตต้องนั่งดูเพื่อนเล่นต่อไป ส่วน เกปา อาร์รีซาบาลาก้า โกลค่าตัวแพงที่สุดในโลกน่าจะได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังจากพูดคุยกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เรียบร้อย
คาดว่าแผงรุกวาง คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, เมสัน เมาน์ท, เปโดร โรดริเกซ และ แทมมี่ อับราฮัม รวมพลัง

—————– ด้าน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ ปีศาจแดง พาทีมไม่ชนะใครมา 3 เกมติดต่อกันเก็บได้แต้มเดียว จนอันดับหล่นไปที่ 9 ตามหลังเชลซี 6 แต้ม พวกเขาแพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 (เยือน), แพ้ เบิร์นลี่ย์ 0-2 (เหย้า) ก่อนจะเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-0 ในเกมล่าสุด
สภาพทีมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรตัวหลักอย่าง ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ยังคงบาดเจ็บอยู่ทั้งหมด ส่วนสตาร์ใหม่อย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ตัวรุกทีมชาติโปรตุเกสจะลงสนามให้ ปีศาจแดง เป็นเกมที่ 2 ติดต่อกันต่อไป อย่างไรก็ตาม เนมานย่า มาติช พ้นโทษแบนกลับมาช่วยคุมแดนกลางร่วมกับ เฟร็ด ในขณะที่ โอเดียน อิกาโล่ กองหน้าคนใหม่ที่ถูกกักตัวเพื่อตรวจดูเชื้อไวรัสที่กำลังระบาด มาสนามซ้อมล่าสุดเมื่อวันศุกร์แล้ว แต่ไม่พร้อมจะลงเล่น เต็มที่จะเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น

—————— ราคาเปิดมา เชลซี ต่อ 0.5 (ครึ่งลูก) ถ้าเป็นการเจอทีมบิ๊กเนม สำหรับ แมนฯยู ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะอัพเกรดตัวเองเฉพาะกิจเพื่อต่อกรกับสโมสรเหล่านั้น ดูได้จากแมตช์ที่บุกเชือด แมนฯซิตี้ 1-0 ในลีก คัพ หรือเกมที่ไล่ยำ เชลซี 4-0 ในพรีเมียร์ลีกช่วงต้นฤดูกาล แม้ว่าสามเกมลีกที่ผ่านมาอาจจะปืนฝืดไปบ้าง แต่การเสริมทัพหลายตำแหน่งรวมไปถึงการคัมแบ็คของ เนมานย่า มาติช น่าจะต้องใช้เวลาปรับจูนนิดหน่อยสัก 2-3 เกม เชื่อว่าแมตช์นี้น่าจะลงตัวมากขึ้น สอดคล้องกับเจ้าถิ่น “สิงห์บลูส์” ก็ใช่ว่าจะดีอะไรนัก หลังไร้ชัยยาว 3 เกมหลังสุดในลีก และเสียประตูทุกนัดรวมกันกว่า 5 ตุง แสดงให้เห็นถึงปัญหาหลังบ้านมีรูรั่วเยอะพอสมควร เมื่อพิจารณาจากเรตกับภาพรวมต่างๆ ไม่เกินความสามารถของบอลรอง ฟันธง! ต่อ”ปีศาจแดง” แรงจริง

——————- เชลซี (4-2-3-1) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – รีซ เจมส์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ – คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, เมสัน เมาน์ท, เปโดร โรดริเกซ – แทมมี่ อับราฮัม
ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ลุค ชอว์ – เนมานย่า มาติช , เฟร็ด – ฆวน มาต้า, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, แดเนียล เจมส์ – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์

สมควรปล่อย ป๊อกบา เพื่ออนาคตทีม

สำหรับอนาคตของ ปอล ป็อกบา ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยนักเตะมีข่าวออกมาเป็นระลอกเกี่ยวกับการย้ายหนี “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และตอนนี้ต้นสังกัดจำเป็นต้องคิดให้ละเอียดว่าพวกเขาจะฝืนยื้อนักเตะให้อยู่กับทีมต่อไป หรือจะขายออกไปเพื่อนำค่าตัวไปซื้อผู้เล่นใหม่มาเสริมแกร่ง
แน่นอนว่าไม่มีใครปฏิเสธว่า ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ เป็นกองกลางพรสวรรค์ และมีความสำคัญกับ “ผีแดง” ในเวลานี้ อย่างไรก็ตามอนาคตของเขากับทีมก็ไม่มีความแน่นอน เพราะช่วงที่ผ่านมามีสัญญาณหลายๆ อย่างที่บ่งชี้ว่า ป็อกบา ดูเหมือนจะหมดใจกับการเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
แม้ว่าสัญญาปัจจุบันของนักเตะจะเหลือถึงปี 2021 และมีออปชั่นขยายสัญญาเพิ่มอีก 1 ปีก็ตาม แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มี 3 เหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเขาอาจตัดสินใจปล่อย อดีตสตาร์ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

1. การขาย ป็อกบา ช่วยให้ทีมมีเงินทุ่มซื้อแข้งใหม่ซัมเมอร์นี้
ต้องยอมรับว่าในฤดูกาลนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แทบไม่ได้ใช้ ปอล ป็อกบา เลยโดยนักเตะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอย่างต่อเนื่อง และนั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่สามารถจัดทีมที่ดีที่สุดเพื่อรักษาฟอร์มการเล่นระดับสูงเอาไว้ได้
ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ก็คือการสร้างทีมขึ้นมาใหม่ และแน่นอนว่าการจะทำแบบนั้นได้ แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องทุ่มเงินมหาศาลเพื่อเสริมขุมกำลังใหม่ในตลาดพ่อค้าแข้ง โดยพวกเขาเพิ่งได้นักเตะชั้นดีอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส มาร่วมทีมในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม แมนฯ ยูไนเต็ด จึงต้องพยายาม และทำให้มั่นใจว่าพวกเขาจะได้รับค่าตัวสำหรับ ป็อกบา อย่างเหมาะสมในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะตอนนี้ทีมจำเป็นต้องหาผู้เล่นใหม่ก่อนที่จะเปิดฉากฤดูกาลใหม่ ทั้งตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์, กองหน้า และปีกขวามาเสริมทัพ รวมไปถึงมิดฟิลด์ตัวรับ หากเกิดกรณีที่ เนมานย่า มาติช โบกมือลาสโมสร
ช่วงที่ผ่านมา โซลชา วางแผนที่จะใช้ผู้เล่นดาวรุ่งผสมกับนักเตะพรสวรรค์เพื่อสร้างทีมแห่งอนาคตขึ้นมา ฉะนั้นการที่ทีมได้เงินค่าตัวจาก ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ จะทำให้พวกเขามีงบประมาณในการคว้านักเตะซูเปอร์สตาร์ชั้นยอดเข้ามาเสริมแกร่ง และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรปล่อย ป็อกบา ออกไป

2. สัญญา ป็อกบา จะหมดในปี 2021
กองกลางแชมป์โลก 2018 จะอายุครบ 27 ปีในเดือนมีนาคมนี้ ที่สำคัญสัญญาของนักเตะจะเข้าสู่ช่วงปีสุดท้ายซะด้วย โดยจากสัญญาฉบับเดิมของเขาจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 แต่ “เร้ด เดวิลส์” มีออปชั่นขยายสัญญาเพิ่ม 1 ปี แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้ไม่มีมีแววที่นักเตะอยากจะอยู่ในถิ่นโอล์ด แทร็ฟฟอร์ด ต่อไป ซึ่งนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ “ผีแดง” จำเป็นต้องพิจารณาในการปล่อยเขาออกไป
ความจริงแล้ว ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส มีค่าตัวค่อนข้างสูงมาก และค่าเหนื่อยก็แพงแสนแพง ซึ่งนั่นหมายความว่าคงเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะหาสโมสรไหนที่จะสนใจทุ่มเงินเพื่อดึงเขาไปร่วมทีม อย่างไรก็ตาม เรอัล มาดริด เป็นสโมสรที่มีศักยภาพสูง และแสดงความสนใจในตัว ป็อกบา มาตลอด แถมยังยินดีไม่มีปัญหาในการจ่ายไม่อั้นเพื่อนำนักเตะมาร่วมทีม
นอกจากนี้ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ก็เป็นอีกทีมที่อยากได้ ป็อกบา กลับมาโชว์เพลงแข้งอีกครั้ง เช่นเดียวกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่มีศักยภาพด้านการเงินซึ่งสามารถจ่ายไม่อั้นจนทำให้นักเตะพึ่งพอใจได้สบายๆ ฉะนั้นหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจไม่ขาย ป็อกบา ออกไปในช่วงซัมมอร์นี้ อาจจะทำให้พวกเขาต้องเจอกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายก็เป็นไปได้
เหตุการณ์เลวร้ายที่ว่าก็คือ ป็อกบา อาจจะฝืนใจอยู่เล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปีสุดท้ายของสัญญา และนั่นจะทำให้ “ปีศาจแดง” มีข้อจำกัดในการต่อรองเรื่องเจรจาขายนักเตะออกไป ที่สำคัญพวกเขายังเสี่ยงที่จะเสียนักเตะแบบฟรีเอเยนต์หากไม่มีดำเนินการอะไรในตอนนี้
กระนั้นหาก แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกที่จะใช้ออปชั่นขยายสัญญาออกไปอีก 1 ปี โดยหวังว่านักเตะจะโชว์ฟอร์มเก่งเหมือนเดิม เพื่อโอกาสที่ค่าตัวของเขาจะเพิ่มสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะเมื่อถึงเวลาต้องขาย จะได้ค่าตัวที่สมเหตุสมผลนั่นเอง

3. ขาดแรงจูงใจในการเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด
ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ป็อกบา ตกเป็นข่าวหนาหูหลังจากที่เจ้าตัวแสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่ โดยมีการคาดการณ์ว่า ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ อยากที่จะโบกมือลา “ผีแดง” ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะรอบแรกจะปิดตัว ซึ่งในเวลานั้น เรอัล มาดริด ที่มี ซีเนดีน ซีดาน กุมบังเหียน พร้อมอ้าแขนต้อนรับเขาทันที
สำหรับ ป็อกบา แล้วเขาแสดงออกแบบไม่มีกั๊กว่าอยากร่วมงานกับ ซีดาน และในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาหลายๆ ฝ่ายต่างลุ้นระทึกว่า “ราชันชุดขาว” พร้อมที่จะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อกระชาก อดีตกองกลาง “ม้าลาย” ยูเวนตุส มาร่วมทีมได้หรือไม่ แต่สุดท้ายการย้ายทีมไม่เกิดขึ้น และ ป็อกบา ก็ต้องสวมชุด “เร้ด เดวิลส์” ต่อไป
กระนั้นนับตั้งแต่เปิดซีซั่น 2019/2020 ป็อกบา ได้ลงเล่นแค่ 8 แมตช์เท่านั้น โดยที่เป็นตัวจริงแค่ 6 เกม เหตุผลที่เขาได้เล่นน้อยเพราะปัญหาบาดเจ็บข้อเท้า และต้องเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งทำให้เจ้าตัวไม่สามารถช่วยทีมได้จนกระทั่งถึงช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้
ที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา ป็อกบา แสดงสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าเขาไม่มีแรงกระตุ้น และความท้าทายในการที่จะเล่นให้สโมสรเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัยอีกต่อไป
ย้อนไปตอนที่นักเตะย้ายกลับมาเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาคาดหวังว่า “ผีแดง” กำลังกลับมาสู่ยุคใหม่ แต่โชคร้ายที่ไม่เป็นแบบนั้น โดยนักเตะทำได้เพียงแค่คว้าแชมป์คาราบาว คัพ กับ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในซีซั่นแรกขณะที่ฤดูกาลที่สองคว้าอันดับ 2 ในพรีเมียร์ลีก
แน่นอนว่า ป็อกบา รู้สึกว่าเขาสมควรที่จะได้อะไรที่มากกว่านี้ในการเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่กลับไม่เป็นดั่งที่ใจฝัน และทำให้รู้สึกหมดแรงจูงใจในการเล่นกับทีม ฉะนั้นคงไม่ใช่เรื่องฉลาดนักที่จะยื้อเขาเอาไว้กับทีมอีกต่อไป

มาเน่ พร้อมซด หงส์สุดแกร่งบุกรังนกขมิ้น

————– ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 26 เจ้านกขมิ้น นอริช ซิตี้ เปิดรัง แคร์โรว์ โร้ด รับการมาเยือนของจ่าฝูงไร้พ่ายอย่าง หงส์แดง ลิเวอร์พูล แข่งขันกันในเวลา 00.30 น. ถ่ายทอดสดช่อง ทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล HD1 ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————— ดาเนี่ยล ฟาร์เค่ กุนซือนอริช ซิตี้ พาทีมเสมอนิวคาสเซิ่ล 0-0 ในเกมล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 2 เกมแล้ว แต่ยังจมปลักอยู่ท้ายตาราง ต้องพยายามดิ้นรนอย่างสุดฤทธิ์ในเกมที่เหลือ ความพร้อมเกมนี้ ฟาร์เค่จะได้เบน ก็อดฟรี่ย์ พ้นโทษแบนกลับมา แต่ในรายของ ทิม โคลเซ่ ที่บาดเจ็บยังชวดเหมือนเดิม นอกนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม บรรดาตัวหลักขาประจำอย่างทิม ครูล, แม็กซ์ อารอนส์, อเล็กซานเดอร์ เท็ตเตย์, เคนนี่ แม็คลีน และ ตีมู ปุ๊กกี้ ต่างพร้อมช่วยทีมตามปกติ

—————– ส่วน เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล พาทีมชนะเซาธ์แฮมป์ตัน 4-0 ในเกมลีกล่าสุด ส่วนเกมเอฟเอ คัพ รีเพลย์ที่ชนะชรูว์สบิวรี่ 1-0 เป็นหน้าที่ของ นีล คริทช์ลี่ย์ โค้ชทีมชุดยู-23 หงส์แดงยังคงนำโด่งเป็นจ่าฝูงต่อไป และหากคว้าชัยอีกในเกมนี้จะโกยแต้มหนีห่างเรื่อยๆ เพราะได้พักหนีหนาวมาเกือบ 2 สัปดาห์ อีกต่างหาก เกมนี้คล็อปป์จะกลับมาทำหน้าที่ตามปกติ หลังเบรกหนีหนาวไปกับลูกทีมชุดใหญ่
ความพร้อมเกมนี้ ต้องลุ้นความฟิตของ ซาดิโอ มาเน่ ที่เจ็บกล้ามเนื้อ แต่ในรายของ เจมส์ มิลเนอร์ น่าจะยังชวด แต่แกนหลักรายอื่นๆ อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม

—————— เรตราคา ลิเวอร์พูลต่อ 1.5 (ลูกครึ่ง) สำหรับสาวกบอลต่อแล้ว คู่นี้น่าติดตามเป็นอย่างมาก เพราะทีมเยือน ลิเวอร์พูล กำลังฟอร์มดุทะลุจักรวาล ด้วยการคว้าชัยในลีก 16 นัดซ้อนนับตั้งแต่ที่เจ๊า แมนฯยู 1-1 ช่วงปลายเดือนตุลาคมปีก่อน ส่วนเรื่องการผลิตสกอร์หายห่วงแน่นอน ซัดยับทุกทีมที่มีโอกาส เรียกว่าไม่มีเลี้ยงไข้ให้เสียวชัวร์ สอดคล้องกับ นอริช ภายใต้การทำทีมของ ดาเนี่ยล ฟาร์เก้ เกมรุกดุดันเฉียบคม โดยเฉพาะจังหวะโต้กลับ แต่จุดอ่อนคือการซื้อแนวรับที่มักจะพลาดและมีรูรั่วอยู่เสมอ เห็นได้จากทริปเยือน แอนฟิลด์ ที่โดนทะลวงไปเหนาะๆ 4 เม็ด (1-4) ดูทรงแล้วถ้าไม่มีอะไรพลิกล็อค คงเสร็จอาคันตุกะบุกเอาชนะตามระเบียบ ฟันธง! จัดหนัก “หงส์แดง” แรงต่อเนื่อง…!

—————— รายชื่อผู้เลานที่คาดว่าจะลงสนาม

นอริช ซิตี้ (4-2-3-1) : ทิม ครูล – แม็กซ์ อารอนส์, คริสโตฟ ซิมเมอร์มันน์, เบน ก็อดฟรี่ย์, แซม ไบแรม – อเล็กซานเดอร์ เท็ตเตย์, เคนนี่ แม็คลีน – ลูคัส รุปป์, ออนเดรจ์ ดูด้า, ท็อดด์ แคนท์เวลล์ – ตีมู ปุ๊กกี้
ผู้จัดการทีม : ดาเนี่ยล ฟาร์เค่

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซอน เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน
ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

ผู้ตัดสิน : สจ๊วร์ต แอ็ตต์เวลล์

วูล์ฟงานหนัก เปิดบ้านรับ จิ้งจอก

———– ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่คืนวันศุกร์ วูล์ฟแฮมป์ตัน จะเปิดรัง โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 3 ของตารางพรีเมียร์ลีก แข่งขันกันในเวลา 3.00 น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

———— วูล์ฟส์ ของกุนซือ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต เพิ่งจะบุกเจ๊าจืด แมนฯยู 0-0 ทำให้สองนัดท้ายยังไม่ชนะใคร สำหรับความพร้อมของทีมก่อนลงสนาม ไม่มีรายงานตัวเจ็บหรือติดโทษแบนเข้ามาเพิ่มเติม นอกเสียจาก รูเบ็น วินาเกร ซึ่งเป็นแข้งเดี้ยงเพียงรายเดียวที่ยังไม่หายดี คาดว่า เอสปิริโต้ ซานโต เตรียมจัดทัพในระบบ 3-4-3 โดยมี อดาม่า ตราโอเร่, ราอูล ฆิเมเนซ กับ ดิโอโก้ โชต้า เป็นสามประสานแดนหน้าคอยล่าสกอร์

————- เลสเตอร์ ของกุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เพิ่งจะเปิดรังเจ๊าเดือด เชลซี 2-2 ทำให้สองนัดหลังสุดทุกรายการยังไม่ชนะใคร สำหรับความพร้อมของทีมวันนี้ ยังคงไร้เงา นัมปาลิส เม็นดี้, แม็ตธิว เจมส์, ดาเนี่ยล อามาร์ตี้ย์ กับ เวส มอร์แกน สี่แข้งเดี้ยงหน้าเดิมซึ่งยังไม่หายดี คาดว่า ร็อดเจอร์ส เตรียมวางหมากในระบบ 4-1-4-1 โดยมี เจมี่ วาร์ดี้ ยืนเป้าล่าสกอร์และใช้ เดนนิส ปราเอ่ต์ กับ เจมส์ แม็ดดิสัน ควงคู่กันคุมกลางตามสูตร

————— ราคาเปิดมา เสมอกัน เชื่อว่าเจ้าบ้าน วูล์ฟส์ น่าจะซิวชัยไปในท้ายที่สุด เพราะ ณ ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในจุดที่ใกล้เคียงกันทั้งฟอร์มการเล่น, สไตล์และความสามารถของนักเตะ จึงไม่แปลกที่แมตช์แรกจะจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 แต่ทว่าเจ้าถิ่นดูดีมีทรงกับการเจอสโมสรกลุ่มหัวตาราง สอดคล้องกับ เลสเตอร์ ระยะหลังมีปัญหากับการป้องกันประตู ซึ่งเสียไปแล้วกว่า 7 ประตูเลยทีเดียวตลอด 4 เกมลีกที่ผ่านมา บอกได้คำเดียวว่า ชากลาร์ โซยุนชู เป็นหนึ่งในบ่อน้ำมันสำคัญที่ต้องรีบอุดให้ไว มิฉะนั้นอาจเกิดเรื่องใหญ่มากกว่านี้ ดูทรงแล้วน่าจะพลาดเสียสามคะแนนอีกตามเคยเหมือนซีซั่นก่อน ฟันธง! วาง วูล์ฟส์ ลูบปาก…!

—————– รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

วูล์ฟส์ (3-4-3) : รุย ปาตริซิโอ้ – โรแมง ซาอิสส์, คอเนอร์ โคอาดี้, วิลลี่ โบลี่ – แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้, เจา มูตินโญ่, รูเบ็น เนเวส, จอนนี่ กาสโตร – อดาม่า ตราโอเร่, ราอูล ฆิเมเนซ, ดิโอโก้ โชต้า

ลสเตอร์ (4-1-4-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ริคาร์โด้ เปเรร่า, จอนนี่ อีแวนส์, ชากลาร์ โซยุนชู, เบ็น ชิลเวลล์ – วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ – อาโยเซ่ เปเรซ, เดนนิส ปราเอ่ต์, เจมส์ แม็ดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ – เจมี่ วาร์ดี้

ซิเยค ร่วมทัพเชลซีค่าตัว 45 ล้านยูโร

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ฮาคิม ซิเยค ปีกดาวเด่นทีมชาติโมร็อกโก จะย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาวาดลวดลายในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ เชลซี ฤดูกาลหน้า ด้วยค่าตัวที่ว่ากันว่าอยู่ที่ราว 45 ล้านยูโร (ประมาณ 1,530 ล้านบาท) ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่คือการเสริมทัพที่โดนใจบรรดาสาวก “สิงห์บลูส์” ไม่น้อย หลังจากที่ไม่ได้ใครเลยในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา และนี่คือ 5 สถิติสุดน่าทึ่งของ ดาวเตะวัย 26 ปี ที่พร้อมเข้ามาช่วยยกระดับเกมรุกของ เชลซี (ข้อมูลจาก Opta)
– นับตั้งแต่ลงเล่นในศึก เอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ เป็นนัดแรก เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2012 จนถึงปัจจุบัน (เจ้าตัวเริ่มต้นกับ ฮีเรนวีน ก่อนย้ายไป ทเวนเต้ ในปี 2014 และล่าสุดอยู่กับ อาแจ็กซ์ ตั้งแต่ปี 2016) ซิเยค มีส่วนร่วมกับการทำประตูโดยตรงถึง 166 ลูก (79 ประตู กับ 87 แอสซิสต์) ซึ่งมากกว่าทุกคนในลีกอย่างน้อย 36 ลูกเลยทีเดียว (อันดับสองคือ ลุค เด ยอง 130 ลูก)
– ตลอด 6 ฤดูกาลหลังสุดในศึก เอเรดิวิซี่ เขาทำแอสซิสต์ระดับ 10+ ครั้งทุกซีซั่น ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีผู้เล่นคนไหนทำแบบนี้ได้มากกว่า 2 ซีซั่นด้วยซ้ำ
– นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ อาแจ็กซ์ เมื่อฤดูกาล 2016/17 ซิเยค ครองสถิติสูงสุดในลีกทั้งในด้านแอสซิสต์ (51 ครั้ง), พยายามยิง (528 ครั้ง), สร้างโอกาส (421 ครั้ง) และเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งสำเร็จ (288 ครั้ง)
– ถ้านับเฉพาะตอนอยู่กับ อาแจ็กซ์ (ตั้งแต่ซีซั่น 2016/17) ซิเยค มีส่วนร่วมกับการทำประตูในลีกไปแล้วถึง 89 ลูก (38 ประตู กับ 51 แอสซิสต์) ซึ่งก็มากกว่าทุกคนในลีกในระยะช่วงดังกล่าว โดยอันดับสองคือ สตีเฟ่น แบร์กเฮ้าส์ ของ เฟเยนูร์ด ร็อตเตอร์ดัม (82 ลูก)
– ตลอด 2 ฤดูกาลหลังสุดในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซิเยค สร้างโอกาสได้มากถึง 39 ครั้ง (เท่ากับ คริสเตียน อีริคเซ่น) ซึ่งเท่ากับว่ามีแค่ โทนี่ โครส (เรอัล มาดริด, 51 ครั้ง), ดูซาน ทาดิช (เพื่้อนร่วมทีม อาแจ็กซ์ 47 ครั้ง) และ ลิโอเนล เมสซี่ (บาร์เซโลน่า, 41 ครั้ง) เท่านั้น ที่ทำได้มากกว่าเขา

โปเช็ตติโน่ ยืนหนึ่งคุมผีต่อจาก โซลชา

ร้านพูลเมืองผู้ดี ปรับราคาผู้จัดการทีมคนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังอนาคตของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่แน่นอน แถมมีคนอื่นพร้อมเข้ามาเสียบด้วย
บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายแทบทุกแห่งในประเทศอังกฤษ พร้อมใจกันหั่นราคาที่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อดีตผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จะเข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังเจ้าตัวยืนยันแล้วว่า อยากกลับมาทำงานในศึก พรีเมียร์ลีก อย่างมาก
กุนซือวัย 47 ปี กำลังว่างงาน หลังโดน สเปอร์ส ไล่ออกเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และหลังจากนั้นก็มีข่าวพัวพันกับ “ปีศาจแดง” มาตลอด ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีข่าวจะปลด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา หลังจบฤดูกาล หากไม่สามารถพาทีมติดอยู่ใน 6 อันดับแรกของตารางคะแนน
ล่าสุด สกาย เบต ร้านพูลดังของเมืองผู้ดี หั่นราคาที่ โปเช็ตติโน่ จะมาเป็นกุนซือคนใหม่ แมนฯ ยูไนเต็ด จาก 1/1 (แทง 1 จ่าย 1 ไม่รวมทุน) ลงมาเหลือแค่ 2/5 (แทง 5 จ่าย 2 ไม่รวมทุน) แล้ว ขณะที่ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี อดีตเทรนเนอร์ ยูเวนตุส ตามมาเป็นเต็ง 2 ที่ราคา 5/1 (แทง 1 จ่าย 5 ไม่รวมทุน)

อัตราต่อรองกุนซือใหม่ แมนฯ ยูไนเต็ด ของ สกาย เบต

1. เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ 2/5 (แทง 5 จ่าย 2 ไม่รวมทุน)
2. มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี 5/1
3.โลร็องต์ บล็องก์ 14/1
4. เบรนแดน ร็อดเจอร์ส 16/1
5. ราล์ฟ รังนิก, ราฟา เบนิเตซ 18/1
7. คริส ไวล์เดอร์ 20/1
8. แกเร็ธ เซาธ์เกต 22/1

ลุ้น คล็อปป์ ดึง คูตินโญ่ กลับหงษ์

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาชื่อของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กลับมาเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ ลิเวอร์พูล อีกครั้ง หลังมีกระแสข่าวว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันพร้อมอ้าแขนต้อนรับมิดฟิลด์ชาวบราซิลกลับมา
สืบเนื่องจาก บาเยิร์น มิวนิค ไม่ต้องการจะเซ็นสัญญาถาวรกับ คูตินโญ่ จึงทำให้เจ้าตัวอาจต้องกลับไปเล่นในถิ่นคัมป์ นูอีกครั้ง แม้ว่าที่ผ่านมาจะทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจก็ตาม อย่างไรก็ตาม ทาง เจ้าบุญทุ่ม เองก็ไม่ได้เต็มใจที่จะเก็บตัวนักเตะไว้ใช้งานต่อไปและพยายามที่จะขายออกจากทีมก่อนเริ่มซีซั่น 2020/2021 โดยพร้อมลดค่าตัวเหลือ 77 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,926 ล้านบาท) น้อยกว่าที่ ลิเวอร์พูล เคยปล่อยออกไปที่ 105 ล้านปอนด์ (ราว 3,990 ล้านบาท)

นี่คือ 3 เหตุผลว่าทำไมการดึง คูตินโญ่ กลับมาจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจของ ลิเวอร์พูล

-เติมช่องว่างที่ขาดไป
ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล กำลังมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย หลังจากโชว์ฟอร์มร้อนแรงด้วยการนำจ่าฝูงโด่งในพรีเมียร์ลีกพร้อมรักษาสถิติไร้พ่ายหลังผ่าน 25 นัดจ่อคว้าแชมป์ลีกเต็มที
อย่างไรก็ตามทีมชุดนี้ยังมีจุดอ่อนคือการขาดนักเตะตัวสร้างสรรค์เกมธรรมชาติในแดนกลางซึ่ง “หงส์แดง” ขาดหายไปตั้งแต่ขาย คูตินโญ่ ออกไปเมื่อสองปีก่อน โดยแข้งอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน แม้พวกเขาจะทำผลงานได้ดีแต่สิ่งที่ขาดหายไปคือการทำแอสซิสต์ ซึ่งจาก 4 คนดังกล่าวทำแอสซิสต์ให้เพื่อนรวมกันเพียง 5 ครั้งเท่านั้น โดย 4 ครั้งเป็น เฮนเดอร์สัน และอีก 1 ครั้งจาก ฟาบินโญ่
แต่ถึงกระนั้นสามประสานแนวรุกอย่าง ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ต่างช่วยกันผลิตสกอร์ได้เป็นกอบเป็นกำ และจะเห็นได้ว่าการสร้างโอกาสส่วนใหญ่ล้วนมาจากการขึ้นเกมของแบ็กสองฝั่งทั้ง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่ทำแอสซิสต์รวมกันไปถึง 16 ครั้ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของทีมชุดนี้เลย
นอกจากนี้การมี คูตินโญ่ จะทำให้ทีมมีทีเด็ดจากลูกสับไกลนอกกรอบที่เคยทำให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายออกไปเขาฝากผลงานไว้ที่ 7 ประตูกับ 6 แอสซิสต์จาก 14 เกมในฤดูกาล 2017-18 นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการดึง คูตี้ กลับมาจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

-ไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวมาก
เมื่อไหร่ที่ คล็อปป์ เซ็นสัญญากับแข้งใหม่โดยเฉพาะในตำแหน่งกองกลางพวกเขาเหล่านั้นต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควรในการเข้ากับระบบทีมไม่ว่าจะเป็น ฟาบินโญ่ ที่ต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่หลายเดือนกว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักได้ รวมถึง นาบี้ เกอิต้า ซึ่งไม่สามารถเรียกฟอน์มเก่งเหมือนสมัยอยู่กับ แอร์เบ ไลป์ซิก ได้
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ คูตินโญ่ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสมเนื่องจากเคยอยู่กับทีมมาแล้วทำให้อาจไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวให้มากนักในการช่วยทีมเดินหน้าประสบความสำเร็จรายการต่างๆต่อไป ซึ่งคุ้มค่าที่จะเสี่ยงกว่าในรายของ ไค ฮาแวร์ตซ์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่มีข่าวว่า คล็อปป์ ล็อกเป้าเอาไว้ซึ่งค่าตัวอาจพุ่งทะลุ 100 ล้านยูโรเลยทีเดียว

-“เดอะ ค็อป” พร้อมให้โอกาส
คูตินโญ่ เคยเป็นขวัญใจของสาวก “เดอะ ค็อป” โดยเคยได้รับเสียงโหวตจากแฟนๆและเพื่อนร่วมทีมให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของทีมประจำฤดูกาล 2014-15 และ 2015-15 แต่หลังจากเจ้าตัวออกอาการงอแงอยากย้ายทีมเมื่อเดือนมกราคม ปี 2018 ก็ทำให้แฟนบอลหลายคนเกลียดเขาไปเลย
อย่างไรก็ตามจากผลโหวตที่ ลิเวอร์พูล เอคโค่ สื่อดังของอังกฤษ จัดทำแบบสำรวจแฟนบอลว่าต้องการให้ดึง คูตินโญ่ กลับมาเล่นในถิ่น แอนฟิลด์ อีกรอบหรือไม่เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีแฟนบอลกว่า 30,000 คนมาแสดงความเห็นโดยผลออกมาว่า 66 เปอร์เซ็นต์ต้องการให้ ลิเวอร์พูล ดึง คูตินโญ่ กลับมาเพื่อร่วมประสานงานแนวรุกกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ อีกครั้ง
ขณะที่ 22 เปอร์เซ็นต์ คัดค้านการดึง คูตี้ กลับมา เพราะยังคงเจ็บปวดกับแนวทางปฎิบัติตอนที่นักเตะต้องการอำลา “หงส์แดง” ไปอยู่กับ บาร์ซ่า ส่วนอีก 12 เปอร์เซ็นต์เลือกข้อสุดท้ายคือ ไม่สนใจว่าจะเป็นอย่างไร

อินเตอร์ สุดคึก เปิดศึก นาโปลี โคปา อิตาเลีย

—————- ศึกบอลถ้วยรายการใหญ่ของอิตาลี โคปา อิตาเลีย อินเตอร์ มิลาน จะเปิด จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า รับการมาเยือนของทีมแกร่งอย่าง นาโปลี แข่งขันกันในเวลา 2.45 น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

—————– อินเตอร์ เกมแซงชนะ มิลานอย่างเหลือเชื่อ 4-2 กลายเป็นการฟาดชัย 3 แมตช์รวดของ อินเตอร์ แต่หลังจากผ่านศึกหนักคาดว่าเทรนเนอร์ อันโตนิโอ คอนเต้จะหมุนเวียนขุมกำลัง เพื่อปล่อยให้ตัวหลักได้พัก ก่อนบุกปะทะ ลาซิโอในลีกช่วงสุดสัปดาห์ เบื้องต้นจะขาด สเตฟาโน่ เซนซี่กับ โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่เพราะบาดเจ็บ ส่วนความเปลี่ยนแปลงคาดว่า คอนเต้จะส่ง ดานิเอเล่ ปาเดลลี่โกล์มือสองลงเฝ้าเสาแทน ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช ขณะที่แดนหน้าได้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (20 นัด/11 ประตู) หัวหอกอาร์เจนติน่าพ้นโทษแบน กลับมาล่าตาข่ายคู่ โรเมลู ลูกากู (23 นัด/17 ประตู) ในแผน 3-5-2

—————— นาโปลี เจนนาโร่ กัตตูโซ่กุนซือ นาโปลี เลือกจัดระเบียบขุมกำลังได้ค่อนข้างพร้อมก่อนบุกถิ่น อินเตอร์ทีมจ่าฝูงเซเรีย อา เพราะสมาชิกตกหล่นเพราะบาดเจ็บเหลือแค่ เกอแว็ง มัลกุต (3 นัด) และ ฟาอูซี่ กูลาม (5 นัด) 2 รายเท่านั้น โดยหลังจากนัดล่าสุดทีมดังแดนใต้พลาดท่าแพ้ เลชเช่คาบ้าน 2-3 แบบล็อคถล่ม คาดว่า กัตตูโซ่จะปรับทัพหลายตำแหน่ง เบื้องต้นจะถึงคิวของ อเล็กซ์ เมเรตและ คอสตาส มาโนลาสเซนเตอร์แบ็กทีมชาติกรีซกลับมาทวงตัวจริง ส่วนแดนบนเป็น มัตเตโอ โปลิตาโน่, อาร์คาดิอุส มิลิคและ ลอเรนโซ่ อินซิเย่

——————- เรตราคา 0.5 (ครึ่งลูก) แม้ว่าเจตนาหลักของ อันโตนิโอ คอนเต้จะเทไปทางภารกิจล่าแชมป์เซเรีย อา ที่เวลานี้ทีมเป็นจ่าฝูง แต่กับบอลถ้วย โคปปา อิตาเลีย มองว่าการปรับทัพของ อินเตอร์จะมีผลข้างเคียงอยู่หน่อยและเป็นสาเหตุว่าทำไมราคาเฝ้ารังของทีมนำลีกเลี่ยนต่อน้อย “ครึ่งลูกลบห้า” แต่มองจากรายชื่อม้านั่งข้างสนามของ “งูใหญ่” ยังน่ากลัว ประกอบกับการได้ มาร์ติเนซพ้นโทษแบน ยังไงงานนี้แข้งเนรัซซูรี่ภาษีเหนือกว่า นาโปลี แม้แขกรับเชิญเป็นเบอร์ใหญ่เหมือนกัน แต่ฤดูกาลนี้แขกรับเชิญจากแดนใต้หาความแน่นอนไม่ได้เลย ขนาดแมตช์ล่าสุดต่อ เลชเช่ “สองลูก” ยังกล้า ๆ แพ้คาบ้านมาแล้ว ฟันธง ต่ออินเตอร์ เจอได้หมด

——————– รายชื่อผุ้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ดานิเอเล่ ปาเดลลี่ – อันเดรีย ราน็อคเคีย, มิลาน สคริเนียร์, สเตฟาน เดอ ฟราย – วิกเตอร์ โมเซส, มาติอัส เบซิโน่, มาร์เซลโล่ โบรโซวิค, คริสเตียน อีริคเซ่น, แอชลี่ย์ ยัง – โรเมลู ลูกากู, เลาตาโร่ มาร์ติเนซ

นาโปลี (4-3-3) : อเล็กซ์ เมเรต – โจวานนี่ ดิ โลเรนโซ่, คอสตาส มาโนลาส, คาลิดู คูลิบาลี่, มาริโอ รุย – อัลลัน, ดิเอโก้ เดมเม่, เอลยิฟ เอลมาส – มัตเตโอ โปลิตาโน่, อาร์คาดิอุส มิลิค, ลอเรนโซ่ อินซิเย่