23/10/2019 16:45 PM
|
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ sbobet-online เรารับพนันกีฬาเอเชี่ยนแฮนดีแคพ และ คาสิโนออนไลน์แบบ ไลฟ์ดีลเลอร์
Highlights

ประกาศประชาสัมพันธ์จากทาง Sbobet-online.co
กรุณาอ่านก่อนโอนเงินทุกครั้ง >> คลิกอ่านที่นี่ <<

ท่านสามารถสมัครสมาชิกผ่านคอลเซ็นเตอร์ได้ที่เบอร์
092-267-0022 , 092-267-0044 , 092-267-0066, 092-267-0088
หรือ
สมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ที่นี่

หงส์ขาด เทรนท์,มาติป ลุ้นซาลาห์คืนทัพ บุกเกงค์

—————— ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คืนนี้ เกงค์ ทีมจากเบลเยี่ยม เปิดรัง ลูมินุส อารีน่า รับการมาเยือนของแชมป์เก่ารายการนี้อย่างหงส์แดง ลิเวอร์พูล แข่งขันกันในเวลา 2.00 น.ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

——————- เฟลิเซ่ มาซซู เทรนเนอร์เกงค์พาทีมเสมอนาโปลี 0-0 ในนัด 2 ก่อนแพ้สตองดาร์ ลีแอช 0-1 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 5 เกม ความพร้อมเกมนี้มาซซูจะไม่มี แดนนี่ วูโควิช และ เนโต้ บอร์เกส ที่บาดเจ็บ นอกจากนั้นไม่มีปัญหา แกนหลักประจำทีมอย่าง เซบาสเตียง เดเวสต์ กองหลังกัปตันทีม, ยานิส ฮาจี้, ซานเดอร์ เบอร์เก้ และ จุนยะ อิโตะ ต่างพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม

——————– เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือคนเก่งของลิเวอร์พูลพาทีมชนะซัลซ์บวร์ก 4-3 ในนัด 2 ก่อนเสมอแมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 ในเกมลีกล่าสุด สภาพทีมเกมนี้คล็อปป์ต้องลุ้นความพร้อมของทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่คาดว่าจะมีชื่อในเกมนี้ ส่วนที่ จะไม่ได้ลงแน่ๆ ก็มี เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาโนลด์ และ โจแอล มาติป ที่ไม่มีชื่อเดินทางมากับทีมด้วยเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย คล็อปป์ จึงให้พักร่างกาย เพื่อให้พร้อมลงเล่นเกมกับสเปอร์ ในสุดสัปดาห์นี้

——————– ราคาเปิดมา 1.5-2 (ลูกครึ่งควบสอง) ทีมเยือนต่อ ถึงแม้จะขาดตัวหลักในแผงหลังไปสองตัว แต่ยังถือว่าเป็นต่ออยู่มากสำหรับทีมเยือน ลิเวอร์พูล หาก ซาลาห์ลงมาร่วมประสานงานกับ มาเน่ และฟีร์มิโน่ได้ เกมรุกของลิเวอร์พูลจะไหลลื่น เชื่อได้เลยว่ามาเกินสองเม็ดแน่นอน ดังนั้น ฟันธง ต่อหงส์แดง แรงได้ใจ

——————— รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนามตัวจริง
เกงค์ (4-3-3) : กาเอต็อง คุกเก้ – โยอาคิม เมห์เล่, จอห์น ลูกามี่, เซบาสเตียง เดเวสต์, เยเร่ ยูโรเน่น – บริย็อง เอย์แน็ง, ยานิส ฮาจี้, ซานเดอร์ เบอร์เก้ – จุนยะ อิโตะ, เอ็มบวาน่า ซามัตต้า, เตโอ บงกงด้า
เทรนเนอร์ : เฟลิเซ่ มาซู

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – โจ โกเมซ, เดยัน ลอฟเรน, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮัมเหม็ด ซาลาห์
เทรนเนอร์ : เจอร์เก้น คล็อปป์

ผู้ตัดสิน : สลาฟโก้ วินชิช (สโลวีเนีย)

โซลชา ยังได้ไฟเขียวคุมผีต่อจนจบฤดูกาล

หลังจบเกมเสมอ ลิเวอร์พูล ในศึก “แดงเดือด” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ดูเหมือนแฟนบอล “ผีแดง” หลายคน รู้สึกว่าทีมกำลังเดินมาถูกทาง ขณะเดียวกัน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็เชื่อมั่นว่านี่จะเป็นจุดเปลี่ยนของซีซั่นสำหรับ “เร้ด เดวิลส์” เพราะทีมได้ 1 คะแนนสำคัญพร้อมด้วยฟอร์มที่เปล่งปลั่ง
การหยุดสถิติชนะรวดอยู่ที่ 17 แมตช์ (รวมซีซั่นที่แล้วด้วย) ถือเป็นการขัดแข้งขัดขาคู่อริตลอดกาลไม่ให้ยิ่งใหญ่เกินหน้าเกินตา อย่างไรก็ตามเมื่อมองมุมกลับ ผลเสมอทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สะกดคำว่า “ชนะ” ไม่เป็นนับตั้งแต่ทีชนะจุดโทษ รอชเดล ในเกมคาราบาว คัพ เมื่อเดือนกันยายน
ที่สำคัญอันดับในตารางตอนนี้หล่นไปอยู่ที่ 14 มีเพียง 10 คะแนนห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น ทำให้เกิดกระแส “ไม่เอา” โซลชา และอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะสายเกินไป อย่างไรก็ตามบอร์ดบริหารแมนฯ ยูไนเต็ด มีเหตุผลที่พร้อมหนุนหลังเจ้าตัวต่อไปแล้วค่อยพิพากษาเมื่อจบฤดูกาลนี้
นอกจากนี้ปรัชญาการกุมบังเหียนของ นายใหญ่เบบี้เฟซ ก็แตกต่างจาก 3 กุนซือก่อนหน้านี้ (มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล และ มูรินโญ่) ที่เน้นการเล่นเกมบุก และรวดเร็ว ซึ่งนี่คือแนวทางที่ถูกต้องสำหรับการสร้างทีมแห่งอนาคต โดยเขาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านี่คือแผนระยะยาวของแมนฯ ยูฯ
นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ว่าทำไม โซลชา อาจจะอยู่คุมสโมสรไปจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ ลองคิดกันแบบฝันหวานหากขุมกำลังของทีมฟิตสมบูรณ์เพื่อที่จะเล่นตามแท็คติกที่ต้องการ ไม่แน่นะ โซลชา อาจจะนำทีมพลิกนรกจากการลุ้นหนีตกชั้นก็ได้ ไม่เชื่อลองดูฟอร์มในเกมปะทะลิเวอร์พูล นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นในเส้นทางที่ถูกต้องของทีมก็ได้

เรือใบหวังชนะรวด จัดหนูลิ่ง ซัดอตาลันต้า UCL

————— กลับมาโม่แข้งกันอีกครั้งกับ ศึก ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มซี ระหว่าง แมนฯ ซิตี้ พบ อตาลันต้า แข่งขันกันที่ สนาม เอติฮัต สเตเดี้ยม เวลา 2.00 น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————— เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เทรนเนอร์ แมนฯ ซิตี้ พาทีมชนะ ดินาโม ซาเกร็บ 2-0 ในนัด 2 ก่อนอัด คริสตัล พาเลซ ด้วยสกอร์เดียวกันในเกมลีกล่าสุด เป็นชัยชนะนัดที่ 4 ในรอบ 5 เกม สภาพทีมเกมนี้ เป๊ปต้องลุ้นความฟิตของ นิโกลัส โอตาเมนดี้ (ไม่สมบูรณ์) และ ไคล์ วอล์คเกอร์ (ป่วย) แต่พวกที่เดี้ยงยาวอยู่แล้วทั้ง เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ และ ลีรอย ซาเน่ ยังชวดเหมือนเดิม แต่พวกตัวหลักบางรายที่เป็นแค่สำรองในเกมล่าสุด อย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ ”กุน” ก็น่าจะคัมแบ็กตามปกติ

—————- จานปิเอโร่ กาสเปรินี่ เทรนเนอร์ อตาลันต้า พาทีมแพ้ ชัคตาร์ โดเนตส์ค 1-2 ในนัด 2 ก่อนเสมอ ลาซิโอ 3-3 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 2 เกมแล้ว สภาพทีมเกมนี้ กาสเปรินี่จะไม่มี ดูวาน ซาปาต้า กองหน้าตัวเก่งที่เจ็บต้นขา นอกจากนั้นไม่มีปัญหาอะไร แกนหลักขาประจำอย่าง ราฟาเอล โตลอย, โฮเซ่ ปาโลมิโน่, มาร์เท่น เดอ รอน, มาริโอ ปาซาลิช, อเลฮานโดร โกเมซ และ โยซิป อิลิซิช ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม

—————- ราคาเปิดมาที่ แมนฯ ซิตี้ ต่อ 2 ลูก ถือว่าสูงพอสมควร ประกอบกับ แมนฯ ซิตี้ เล่นในถ้วยใบนี้ ได้ไม่ค่อยไฉไลเหมือนอย่างในพรีเมียร์ลูก อตาลันต้าเองก็เล่นอย่างเหนียวแน่น ดังนั้นดูแล้ว ไม่น่าแพ้ขาด ฟันธง รองอตาลันต้า พารวย

—————- รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนามตัวจริง

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, แฟร์นันดินโญ่, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้ เอร์นานเดซ, ดาบิด ซิลบา – แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เซร์คิโอ อเกวโร่ ”กุน”, ราฮีม สเตอร์ลิง
เทรนเนอร์ : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

อตาลันต้า (3-4-1-2) : ปิแอร์ลุยจิ กอลลินี่ – ราฟาเอล โตลอย, โฮเซ่ ปาโลมิโน่, อันเดรีย มาซิเอลโล่ – ฮันส์ ฮาเตอร์บัวร์, มาร์เท่น เดอ รอน, มาริโอ ปาซาลิช, ติโมธี คาสตานเญ่ – อเลฮานโดร โกเมซ – โยซิป อิลิซิช, หลุยส์ มูเรียล
เทรนเนอร์ : จานปิเอโร่ กาสเปรินี่

ผู้ตัดสิน : โอเรล กรินเฟลด์ (อิสราเอล)

แฟนหงษ์ คาใจ แอ็ตกินสันไม่เป่าฟาวล์

หลังจากเกิดข้อถกเถียงว่าทำไม วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ปราการหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงไม่โดนจับฟาวล์จากชอตที่เหมือนจะอัด ดิว็อค โอริกี้ ดาวเตะ ลิเวอร์พูล ก่อนจะนำไปสู่การได้ประตูของ “ปีศาจแดง” แล้วนั้น ล่าสุดองค์กรผู้ตัดสินแมตช์เกมอาชีพ ก็ออกมาอธิบายว่ามันเป็นเพราะ มาร์ติน แอ็ตกินสัน มองเห็นชอตดังกล่าวและคิดว่ามันไม่ควรเป็นการฟาวล์ตั้งแต่แรกแล้ว แถมทีมงาน วีเออาร์ ก็ไม่ได้มองว่า แอ็ตกินสัน เป่าพลาดแบบร้ายแรงด้วย
องค์กรผู้ตัดสินแมตช์เกมอาชีพ (พีจีเอ็มโอแอล) เปิดเผยว่าสาเหตุที่ วีเออาร์ ไม่ทำการตัดสินว่า วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กองหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควรจะเสียฟาวล์ในจังหวะที่เหมือนจะเล่นงาน ดิว็อค โอริกี้ ดาวเตะ ลิเวอร์พูล นั้น เป็นเพราะ มาร์ติน แอ็ตกินสัน กรรมการในสนามเห็นจังหวะดังกล่าว พร้อมกับมองว่ามันไม่ใช่จังหวะการทำฟาวล์ตั้งแต่แรก และทางทีมงาน วีเออาร์ ก็ไม่ได้คิดว่า แอ็ตกินสัน ตัดสินผิดพลาดแบบรุนแรงด้วย หลังจากจังหวะดังกล่าวเป็นประเด็นร้อนในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ “ปีศาจแดง” เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอกับ “หงส์แดง” 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา
ในเกมดังกล่าว แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำก่อนจากประตูของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในนาทีที่ 36 อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่จะถึงจังหวะนั้นมันมีชอตที่ ลินเดอเลิฟ เหมือนจะไปเล่นงาน โอริกี้ ตอนที่บอลอยู่ในฝั่งของเจ้าบ้าน โดยมันก็ทำให้หลายคนของฝั่ง ลิเวอร์พูล มองว่ากรรมการควรจะเป่าฟาวล์ในชอตนี้ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นมันก็จะส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ประตูนี้ไปโดยปริยาย ถึงกระนั้น แอ็ตกินสัน กลับไม่เป่าฟาวล์ และ วีเออาร์ ก็ไม่ได้แจ้งให้เชิ้ตดำในสนามเปลี่ยนคำตัดสินด้วย
ทั้งนี้ กฎระบุเอาไว้ว่า วีเออาร์ จะทำหน้าที่เป็นเหมือนเพียงผู้ช่วยเท่านั้น และจะเข้ามาแทรกแซงการตัดสินของกรรมการเฉพาะจังหวะที่ทีมงาน วีเออาร์ มองว่าเป็นความผิดพลาดขั้นร้ายแรง อย่างเช่นการที่กองหลังเข้าเสียบในฐานะแนวรับตัวสุดท้ายโดยที่ไม่โดนบอล แต่กรรมการไม่แจกใบแดง เป็นต้น ซึ่งพอ แอ็ตกินสัน บอกว่าเขาเห็นจังหวะนั้นแบบชัดเจน และมองว่า ลินเดอเลิฟ ไม่ได้ทำผิดหนักจนถึงขั้นควรจะเป็นการฟาวล์ตั้งแต่แรกแล้วนั้น ทางทีมงาน วีเออาร์ ก็พิจารณาคำตัดสินของเขาทันที และมองว่า แอ็ตกินสัน ไม่ได้ตัดสินพลาดมากพอที่จะกลับคำตัดสินได้
พีจีเอ็มโอแอล อธิบายว่า “ประการแรก กรรมการในสนามไม่คิดว่ามันเป็นการฟาวล์ ซึ่งทีมงาน วีเออาร์ ก็ได้ตรวจสอบแล้ว พร้อมกับตัดสินว่าการที่เขาไม่เป่าให้เป็นการฟาวล์มันไม่ใช่ความผิดพลาดในการทำหน้าที่อันร้ายแรงแต่อย่างใด”
“ประการที่สอง วีเออาร์ ไม่ใช่ระบบที่ทำการกลับคำตัดสิน (หมายถึง วีเออาร์ ไม่ได้มีอำนาจเปลี่ยนคำตัดสิน แค่เช็กว่ากรรมการผิดพลาดรึเปล่า แล้วค่อยแจ้งไปยังกรรมการในสนามเท่านั้น) มันมีการติดต่อมาทางเราก็จริง แต่ วีเออาร์ ก็คิดว่ามันไม่มีเหตุผลมากพอที่จะริบประตูในจังหวะนี้”
ในทางกลับกัน ถ้าเกิด แอ็ตกินสัน มองว่าเขาไม่เห็นจังหวะที่ ลินเดอเลิฟ เล่นงาน โอริกี้ แล้วล่ะก็ มันก็มีโอกาสที่ วีเออาร์ จะพิจารณาชอตดังกล่าว และถ้าพวกเขามองว่า ลินเดอเลิฟ ทำฟาวล์จริง มันก็มีโอกาสที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนคำตัดสิน และส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ประตูในท้ายที่สุด

ปืนใหญ่ มุ่งมั่น หวังบุกคว้าชัยรัง ดาบคู่

————- ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คู่มันเดย์ไนท์ ระหว่าง เชฟฯ ยูไนเต็ด เจ้าบ้าน เปิดรัง เบรมอลล์เลน รับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล โดยจะแข่งขันกันในเวลา 2.00 น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————- เชฟฯ ยูไนเต็ด ของกุนซือ คริส วิลเดอร์ เพิ่งจะบุกเจ๊า วัตฟอร์ด 0-0 สำหรับความพร้อมของทีมวันนี้ ไม่มีรายงานตัวเจ็บหรือติดโทษแบนเข้ามาเพิ่มเติม นอกเสียจาก เดวิด แม็กโกลดริค ดาวยิงตัวหลักเพียงตัวเดียวที่เดี้ยงอยู่เดิม คาดว่า วิลเดอร์ เตรียมจัดทัพในระบบ 3-5-2 โดยมี โอลิเวอร์ แม็กเบอร์นี่ กับ คัลลั่ม โรบินสัน ควงคู่ล่าสกอร์ในแดนหน้า และใช้ จอห์น ลุนด์สตรัม, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด กับ จอห์น เฟล็ค เป็นสามประสานแดนกลางคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง

————– อาร์เซน่อล ของกุนซือ อูไน เอเมรี่ เพิ่งจะเปิดรังเอาชนะ บอร์นมัธ 1-0 สำหรับสภาพทีมล่าสุดก่อนลงสนาม จะไร้เงา เนลสัน กองหน้าดาวรุ่งวัย 19 ปี ซึ่งเดี้ยงอยู่เท่านั้น ส่วนทางด้าน อเล็กซ็องเดร ลากาแซตต์ กับ เอมิล สมิธ โรว์ ต้องรอเช็คฟิตอีกครั้งว่าจะทันลงบู๊หรือไม่ คาดว่า เอเมรี่ เตรียมวางหมากในระบบ 4-2-3-1 โดยมี ปิแอร์ ออบาเมย็อง ยืนเป้าล่าสกอร์และใช้ นิโกลัส เปเป้, ดานี่ เซบาญอส กับ บูกาโย่ ซาก้า เป็นสามประสานกลางรุกคอยสนับสนุนอยู่ใกล้ๆ

————— ราคาเปิดมา เป็น อาร์เซน่อล ทีมเยือนต่อ 0.5 (ครึ่งลูก) ไม่แคล้วเสร็จ อาร์เซน่อล ตามระเบียบ เพราะพวกเขากำลังฟอร์มแรงหาตัวจับยาก ด้วยการคว้าชัย 5 จาก 6 หนท้ายทุกรายการแบบไม่แพ้ใคร (เสมอ 1) และโดนทะลวงแนวรับยับเยินร่วมๆ 17 ประตูเลยทีเดียว เรียกว่างานดีมีคุณภาพอีกแล้วครับท่าน สวนทางกับเจ้าบ้าน เชฟฯยูฯ ที่กำชัยเพียงคราเดียวตลอด 6 แมตช์ท้ายทุกเวที (เสมอ 2, แพ้ 3) และยิงคู่แข่งได้เพียง 4 ลูกเท่านั้น ซึ่งมีถึง 4 นัดที่เป้าสะอาดยิงใครไม่ได้เลย ดูทรงแล้วไม่น่าจะมีพิษมีภัยอะไรกับทางอาคันตุกะมากนัก เมื่อพิจารณาจากเรตกับภาพรวมต่างๆ แนะนำอยู่ต่อไม่ต้องรอลงอาญา ฟันธง! จัดไป อาร์เซน่อล น้อนนอนมา…!

—————— รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
เชฟฯ ยูไนเต็ด (3-5-2) : ดีน เฮนเดอร์สัน – คริส บาแชม, จอห์น อีแกน, แจ็ค โอคอนเนลล์ – จอร์จ บัลด็อค, จอห์น ลุนด์สแตรม, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด, จอห์น เฟล็ค, เอ็นด้า สตีเว่นส์ – โอลิเวอร์ แม็กเบอร์นี่, คัลลั่ม โรบินสัน

อาร์เซน่อล (4-2-3-1) : แบร์นด์ เลโน่ – เอ็กตอร์ เบเญริน, ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์, เคียแรน เทียร์นี่ย์ – มัตเตโอ กูเอ็นดูซี่, กรานิต ชาก้า – นิโกลัส เปเป้, ดานี่ เซบาญอส, บูกาโย่ ซาก้า – ปิแอร์ ออบาเมย็อง

หงส์ไม่ประมาท แม้ฟอร์มผีบู่ จัดชุดฟูลบุกขยี้

————– เกมบิ๊กแมตช์ แดงเดือด ในศึกพรีเมียร์ลีกคืนนี้ ปีศาจแดง แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดรัง หญ้าสวยอาหารอร่อย โอลด์ ทราฟฟอร์ด รับการมาเยือน ของจ่าฝูง ทีมที่ยังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น อย่าง หงส์แดง ลิเวอร์พูล แข่งขันกันในเวลา 22.30 น. ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 ความพร้อมของทั้งสองทีม มีดังนี้

————— โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พา แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นกระท่อนกระแท่นเหลือเกิน 3 นัดล่าสุดเก็บได้แต้มเดียวฟอร์มก่อนเกมทีมชาติพวกเขาออกไปแพ้ นิวคาสเซิ่ล 0-1 ที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ค หนำซ้ำ ดาบิด เด เคดา โกลมือ 1 เจ็บโคนขาหนีบจากเกมทีมชาติทีแรกคาดว่าน่าจะลงเล่นไม่ได้แน่นอนแต่ล่าสุดมีชื่อเกมนัดนี้ด้วยต้องมาลุ้นกันต่อแต่เชื่อว่าอาจลงเพียงตัวสำรองเท่านั้น ขณะที่มิดฟิลด์ตัวเก่งอย่าง พอล ป็อกบา ซึ่งเจ็บข้อเท้าก็ยังคงไม่สามารถช่วยทีมได้ ทางด้านนักเตะอย่าง เจสซี่ ลินการ์ด, ฟิล โจนส์, ดีโอโก้ ดาโลต์ และ เมสัน กรีนวู้ด ก็ล้วนมีปัญหาทั้งหมดไม่น่าจะลงได้เช่นกันนอกจากนี้ อารอน วาน-บิสซาก้า, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ ลุค ชอว์ จะต้องทดสอบความฟิตทั้งหมดด้วย

—————– เจอร์เก้น คล็อปป์ พา ”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล รักษาสถิติชนะรวด 100 เปอร์เซ็นต์ได้ 8 เกมมี 24 แต้มเต็มๆ นำโด่งเป็นจ่าฝูงในเวลานี้ โดยฟอร์มล่าสุดก่อนเกมทีมชาติก็คือการเปิดรังแอนฟิลด์ เอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ไป 2-1 หงส์แดง มีลุ้นที่จะได้ อลีสซง เบ็คเกอร์ โกลมือ 1 กลับมาจากอาการเจ็บน่อง ทำให้หายหน้าหายตาไปราว 2 เดือน นอกจากนี้ยังมีข่าวดีเพิ่มเติมตรงที่ โจแอล มาติป เซนเตอร์แบ็กตัวหลักที่พลาดการลงเล่นไป 2 เกม น่าจะฟิตทันสำหรับแมตช์นี้ด้วย โดยทีมยังต้องลุ้นอาการเจ็บเล็กน้อยของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ได้จากเกมชนะ เลสเตอร์ ด้วย แต่ดูแล้วคงไม่มีปัญหาอะไร สามประสานน่าจะลงประจำการได้เช่นเดิม

——————- ราคาเปิดมา ลิเวอร์พูลต่อ 0.5-1(ครึ่งควบลูก) ฟอ์มการเล่นสวนทางกันอย่างชัดเจน เกมรับแมนฯ ยูเสียบอลง่าย แถม กองกลาง ก็ไม่ค่อยวิ่งไล่ด้วย เจอกับหงส์แดงตอนนี้ เหมือน รอนับได้เลยว่าจะจบเท่าไหร่ งาานนี้ไม่อนุญาตให้ รองแต่อย่างใดถึงแม้จะเล่นในบ้านก็ตาม ฟันธง ต่อ หงส์แดง แรงแน่นอน

——————- รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แอชลี่ย์ ยัง – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด – อันเดรียส เปเรยร่า, ฆวน มาต้า, แดเนียล เจมส์ – มาร์คัส แรชฟอร์ด
ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิซอน เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจแอล มาติป, เวอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอตกินสัน

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

แมนฯยู
06/10/19 แพ้ นิวคาสเซิ่ล 0-1
04/10/19 เสมอ อัล์คม่าร์ 0-0
01/10/19 แพ้ อาร์เซน่อล 1-1
26/09/19 เสมอ โรชเดล 1-1
22/09/19 แพ้ เวสต์แฮม 0-2

ลิเวอร์พูล
05/10/19 ชนะ เลสเตอร์ 2-1
03/10/19 ชนะ ซัลซ์บวร์ก 4-3
28/09/19 ชนะ เชฟฯยูฯ 1-0
26/09/19 ชนะ เอ็มเค ดอนส์ 2-0
22/09/19 ชนะ เชลซี 2-1

ต่างคนต่างคึก เชลซีสุดมั่น รับมือ สาลิกา

—————- ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ที่น่าสนใจอีกคู่ เชลซี เปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือน ของ ทีมนิวคาสเซิ่ล แข่งขัน ในเวลา 21.00 น. ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

—————– แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี พาทีมชนะเซาธ์แฮมป์ตัน 4-1 ในเกมล่าสุด เป็นการคว้าชัย 4 นัดติด ความพร้อมเกมนี้ ”แลมพ์ส” ส่อชวดใช้งานอันเดรียส คริสเตนเซ่น และ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ที่ไม่สมบูรณ์ รวมไปถึงพวกที่เดี้ยงอยู่ก่อนทั้งเอแมร์ซอน ปัลมิเอรี่ และ รูเบน ลอฟตัส ชีค ส่วนเอ็นโกโล่ ก็องเต้ ล่าสุด แลมพาร์ด ออกมายืนยันแน่นอนแล้วว่าจะพลาดช่วยทีมเกมนี้และน่าจะใช้บริการ มาเตโอ โควาซิช ในตำแหน่งนี้ ในแดนหน้าประกอบไปด้วย วิลเลี่ยน, แทมมี่ อับราแฮมและ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย

—————— ด้าน สตีฟ บรูซ กุนซือนิวคาสเซิ่ล พาทีมชนะแมนฯ ยูไนเต็ด 1-0 ในเกมล่าสุด เป็นชัยชนะนัดแรกในรอบ 5 เกม
สภาพทีมเกมนี้ บรูซจะไม่มีไอแซ็ค เฮย์เด้น ที่ยังติดโทษแบน รวมไปถึงแม็ทท์ ริทชี่ และ ฟลอริยง เลอเฌิน ที่ยังเดี้ยงเหมือนเดิม
ส่วน เคียแรน คล้าร์ก, เยโตร วิลเล่มส์ , มิเกล อัลมิรอน, แม็ทธิว ลองสตาฟฟ์, ฌอน ลองสตาฟฟ์, อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง และ โชลินดอน ยังอยู่กันพร้อมหน้า

——————- ราคาเปิดมาเชลซีต่อ 1.5 (ลูกครึ่ง) แม้โอกาสรอดของ นิวคาสเซิ่ล อาจมีไม่มาก แต่เปอร์เซ็นต์พ่ายหวิวก็มีไม่น้อยเช่นเดียวกัน เนื่องด้วยเกมรับที่เริ่มตั้งตัวได้ดีขึ้น เห็นได้ชัดจากแมตช์เฉือนหวิว แมนฯยู 1-0 สอดคล้องกับเจ้าถิ่น เชลซี ค่อนข้างมีปัญหากับแนวรับพอสมควร ด้วยการไร้เงาสามกองหลังตัวเก่ง จนทำให้ เคิร์ต ซูม่า กับ ฟิกาโย่ โตโมรี่ ต้องรับบทตัวหลักกันยาวๆ ฉะนั้นความนิ่งไม่เหมือนคู่แท้ตัวจริงอย่างแน่นอน ประกอบกับสถิติการพบกันสองครั้งหลังสุดก็จบลงด้วยสกอร์ 2-1 ทั้งสองนัด เท่านั้นยังไม่พอ “สิงห์บลูส์” มีห่วงกับแมตช์กลางสัปดาห์ที่รออยู่กับ อาแจ็กซ์ บอกเลยว่าการเก็บผลการแข่งขันที่ต้องการ น่าจะเป็นภารกิจหลักของพวกเขามากกว่าการถล่มสกอร์ให้เสียแรงเปล่า เมื่อพิจารณาจากเรตกับภาพรวมของทั้งคู่ แนะนำอยู่รองประคองตัวไม่กลัวตาย ฟันธง รองนิวคาสเซิ่ล เพลินอุรา

——————– รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เชลซี (4-3-3) : เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, คัวร์ท ซูม่า, ฟิคาโย่ โทโมรี่, มาร์กอส อลอนโซ่ – มาเตโอ โควาซิช, จอร์จินโญ่, เมสัน เมาน์ท – วิลเลี่ยน, แทมมี่ อับราแฮม, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย
ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

นิวคาสเซิ่ล (5-4-1) : มาร์ติน ดูบราฟก้า – ดีอังเดร เยดลิน, ฟาเบียน ชาร์, เจมาล ลาสเซลล์ส, เคียแรน คล้าร์ก, เยโตร วิลเล่มส์ – มิเกล อัลมิรอน, แม็ทธิว ลองสตาฟฟ์, ฌอน ลองสตาฟฟ์, อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง – โชลินดอน
ผู้จัดการทีม : สตีฟ บรูซ

ผู้ตัดสิน : อังเดร มาร์ริเนอร์

เชลซี
06/10/19 ชนะ เซาท์แฮมป์ตัน 4-1
03/10/19 ชนะ ลีลล์ 2-1
28/09/19 ชนะ ไบรท์ตันฯ 2-0
26/09/19 ชนะ กริมส์บี้ 7-1
22/09/19 แพ้ ลิเวอร์พูล 1-2

นิวคาสเซิ่ล
06/10/19 ชนะ แมนฯยู 1-0
29/09/19 แพ้ เลสเตอร์ 0-5
22/09/19 เสมอ ไบรท์ตันฯ 0-0
14/09/19 แพ้ ลิเวอร์พูล 1-3
31/08/19 เสมอ วัตฟอร์ด 1-1

พาเลซ ไม่หวั่น ขันน็อตรับ เรือใบ

————— ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คืนนี้ คริสตัล พาเลซ ทีมอันดับ 6 ของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ แมนฯ ซิตี้ รองจ่าฝูงแข่งขันกันที่สนาม เซลเฮิร์ท ปาร์ค เวลา 23.30 น. ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

—————- รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือขรัวเฒ่า ของ คริสตัล พาเลซ พาทีมโชว์ฟอร์มได้เยี่ยมเก็บ 7 แต้มจาก 3 เกมขึ้นมาอยู่สูงถึงอันดับ 6 โดยก่อนเกมทีมชาติพวกเขาบุกเอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้ 2-1 ในศึกลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ ที่ ลอนดอน สเตเดี้ยม สภาพทีมของ พาเลซ ถือว่าดีทีเดียว ในแนวรับมีแค่ มามาดู ซาโก้ ที่เจ็บกล้ามเนื้อขาต้องลุ้นความฟิตก่อนลงสนาม ในรายของ คอนเนอร์ วิกแฮม ผู้เล่นกองหน้าจะยังไม่สามารถลงสนามนัดนี้ได้เนื่องจากอยู่ในระหว่างเรียกความฟิตนั่นเอง

—————— ด้าน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ เรือใบสีฟ้า แมนฯ ซิตี้ หลังกระแทกฝาพวกเขาตามหลัง ลิเวอร์พูล ถึง 8 แต้มนัดนี้ต้องการ 3 แต้มเท่านั้น โดยก่อนเกมทีมชาติ แมนฯ ซิตี้ ต้องช็อกเพราะแพ้ให้กับ วูล์ฟส์ 0-2 คาถิ่นตัวเอง แมนฯ ซิตี้ มีข่าวดีตรง จอห์น สโตนส์ ที่เจ็บกล้ามเนื้อขาตอนนี้กลับมาซ้อมแล้วและลุ้นความฟิตว่าจะลงเล่นได้หรือไม่ นอกจากนี้ เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพเบลเยี่ยมที่เจ็บโคนขาหนีบอาการดีขึ้นมาและมีลุ้นอีกคนที่จะกลับมาลงสนามเกมนี้ได้เช่นกัน เอ็มเมอริค ลาป๊อร์กต์ (เข่า) กับ ลีรอย ซาเน่ (เข่า) คือ 2 ผู้เล่นสำคัญที่ยังคงอยู่ในลิสต์รายชื่อนักเตะบาดเจ็บต่อไป

——————- ราคาเปิดมา 1.5-2 การที่ได้ตัวหลักกลับมา 2-3 รายสำหรับ แมนฯ ซิตี้ จึงน่าจะเดินเครื่องด้วยความมั่นใจ แต่ประมาทพาเลซ ไม่ได้ เนื่องจากเจ้าบ้านกำลังเข้าฝักชนะ 2 เกมติด ล่าสุดบุกชนะทีมแกร่งอย่างเวสต์แฮม 2-1 ก็น่าจะสู้กับ “เรือใบ” แบบไม่กลัว อีกทั้งแชมป์เก่าเอาแน่นอนไม่ได้ บทจะหลุดก็แพ้ดื้อๆ และมักพลาดท่าให้ทีมระดับกลางอย่าง นอริช และ วูล์ฟส์ ดังนั้นมาเจอกับเจ้าถิ่นที่เล่นเกมโต้กลับได้ดี แถมมีทีเด็ดจาก ซาฮา กับ อายิว เชื่อว่าเกมรับที่ค่อนข้างอ่อนอาจมีพลาดให้เห็นอีกครั้ง กับราคาสูงถึง 1.75 เชียร์บอลรอง มองจากทรงแล้วไม่น่าขาดเกินลูก ฟันธง รอง คริสตัล พาเลซ เด็ดจริง

——————– รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
คริสตัล พาเลซ (4-5-1) : บิเซนเต้ กัวอิต้า – โจเอล วอร์ด, มาร์ติน เคลลี่, แกรี่ เคฮิลล์, พาทริก ฟาน อานโฮลท์ – วิลฟรีด ซาฮา, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, ชีกู คูยาเต้, เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ – จอร์แดน อายิว
ผู้จัดการทีม : รอย ฮ็อดจ์สัน

แมนฯซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – ริยาด มาห์เรซ, โรดรี้, ดาบิด ซิลบา – แบร์นาโด้ ซิลวา, เซร์คิโอ อเกวโร่, ราฮีม สเตอร์ลิง
ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทยเลอร์

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

คริสตัล พาเลซ
28/09/19 ชนะ นอริช 2-0
22/09/19 เสมอ วูล์ฟส์ 1-1
14/09/19 แพ้ สเปอร์ส 0-4
31/08/19 ชนะ แอสตัน วิลล่า 1-0
28/08/19 เสมอ โคลเชสเตอร์ 0-0

แมนฯซิตี้
06/10/19 แพ้ วูล์ฟส์ 0-2
02/10/19 ชนะ ดินาโม ซาเกร็บ 2-0
29/09/19 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 3-1
25/08/19 ชนะ เปรสตันฯ 3-0
21/09/19 ชนะ วัตฟอร์ด 8-0

มัทเธอุส เตือนบาเยิร์นอย่าดึง อีริคเซน เข้าทีม

โลธาร์ มัทเธอุส ตำนานลูกหนังทีมชาติเยอรมนี แนะนำสโมสรรักอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ว่าจงเลิกคิดดึง คริสเตียน อีริคเซน ของ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ทีมจากศึก พรีเมียร์ลีก มาอยู่ด้วย เพราะจะไม่ช่วยให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นได้เลยแม้แต่นิดเดียว
“จริง ๆ ผมเคยชอบ อีริคเซน มาก่อนนะ แต่ในปี 2019 คุณภาพของเขาตกลงไปมากจนน่าผิดหวังเลยล่ะ ฉะนั้นจึงอยากบอก บาเยิร์น ว่าอย่าลงทุนอะไรกับเด็กคนนี้เลย เพราะไม่ช่วยให้ทีมเราแข็งแกร่งขึ้นได้แม้สักนิดเดียว” ซูเปอร์แมน กล่าว
“ถ้านักฟุตบอลคนหนึ่งไม่ดีพอสำหรับทีมอย่าง สเปอร์ส แน่นอนว่าไม่มีทางดีพอสำหรับ บาเยิร์น ด้วยเช่นกัน โอเค เขาอาจจะมีเทคนิกสูงเป็นเลิศ เล่นในตำแหน่ง No.10 ได้ดี แต่ถึงกระนั้นก็ยังช้าเกินไป ขณะที่ โควัช ชอบใช้ผู้เล่นที่มีความเร็วสูงเป็นหลัก”
“ในเมื่อ อีริคเซน ไม่มีทางช่วยยกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้นได้ ผมว่าเราควรเบนเข็มไปมองที่ ไค ฮาเวิร์ตซ์ แทนยังจะดูดีซะกว่า หรือไม่ก็ลงทุนกับ คูตินโญ เลยเพราะเป็นกลางรุกเหมือนกัน อย่าลืมนะว่าตัวเดิม ๆ อย่าง โธมัส มุลเลอร์ ก็ยังอยู่ แถมยังสามารถเล่นได้สารพัดตำแหน่งในแดนฝ่ายตรงข้ามอีกด้วย แค่พูดมาสามชื่อก็ภาษีดีกว่า อีริคเซน หมดแล้ว คิดเอาแล้วกัน”
“การย้ายมาบาเยิร์นดูไม่สมเหตุสมผลสำหรับผม มันจะเป็นอะไรที่น่าประหลาดใจมาก ๆ สำหรับผม เขาไม่ใช่นักเตะที่จะเข้ามาช่วยบาเยิร์น”
“ถ้าเขาไม่ดีพอสำหรับสเปอร์ส เขาก็ไม่ดีพอสำหรับบาเยิร์นด้วย อูลี เฮอเนสส์ เคยบอกไว้ว่า บาเยิร์นไม่ต้องการตัวสำรอง”
“อีริคเซนมีเทคนิคดี เป็นนักเตะแบบฉบับเบอร์ 10 แต่เขาเชื่องช้าเกินไป นิโก้ โควัช ชอบนักเตะที่มีความเร็ว”
“สำหรับผม อีริคเซนไม่ใช่นักเตะที่จะสร้างความแตกต่างในฟุตบอลระดับสูงสุด ดังนั้นทีมควรมีสมาธิกับการล่าตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ ในซัมเมอร์หน้า และทีมยังมี ฟิลิปป์ คูตินโญ ในตำแหน่งเบอร์ 10 อยู่แล้ว”
“อย่าลืมมุลเลอร์ด้วย ที่สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในเกมรุก และเขาไม่ควรยอมแพ้แค่นี้ ผมเชื่อแบบนั้น อีริคเซนดูไม่สมเหตุสมผลสำหรับผม”

ดราม่า ซาลาห์ มาเน่ เรื่องจริงหรือแค่ขำๆ

ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะฟอร์มฮอตของ ลิเวอร์พูล เผยครั้งแรกเกี่ยวกับประโยคแรกที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พูดกับตนหลังเข้าไปอยู่ในห้องแต่งตัว เกมชนะ เบิร์นลี่ย์ นอกจากนี้ยังเผยเรื่องสุดขำที่เพื่อนร่วมทีมอำตนกับ “บังโม” อย่างเมามัน
ซาดิโอ มาเน่ ปีกจอมถล่มประตูของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เผยประโยคแรกที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สตาร์ดังชาวอียิปต์ พูดกับตนตอนที่เจอหน้ากัน หลังเหตุดราม่าในเกมที่ต้นสังกัด ไล่ถล่ม เบิร์นลี่ย์ 3-0 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
เหตุการณ์สุดระทึกที่เทิร์ฟ มัวร์ เกิดขึ้นในช่วงระหว่างที่ มาเน่ โดนเปลี่ยนตัวโดยตอนที่เขากำลังเดินมาที่ข้างสนามเจ้าตัวก็ระเบิดอารมณ์ไม่พอใจอย่างแรง แถมยังอารมณ์ค้างตอนที่เข้าไปนั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง จนทำให้เพื่อนร่วมทีมต้องเข้ามาปลอบใจกันยกใหญ่
แม้ช่วงที่ผ่านมาทั้ง มาเน่, เจอร์เก้น คล็อปป์ และเพื่อนร่วมทีมได้ออกมาเปิดเผยความจริงไปบ้างแล้วก็ตาม แต่ยังไม่เคยมีใครพูดถึงในช่วงเวลานั้นว่า “โม ซาลาห์” พูดอะไรกับ ดาวเตะทีมชาติเซเนกัล หลังจบแมตช์ดังกล่าว สำหรับเรื่องนี้ มาเน่ จะเป็นคนออกมาเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องแต่งตัว
อดีตดาวเตะ “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน กล่าวกับ กานัล ปลุส สื่อดังในฝรั่งเศส ว่า “เขา (โม ซาลาห์) บอกกับผมว่า -ซาดิโอ ทำไมนายต้องโมโหด้วยละ ?- ผมตอบไปว่า -นายต้องให้บอลกับผมบ้างซิ โม- จากนั้นเขาก็พูดต่อไปว่า -ผมมองไม่เห็นนาย- นายก็รู้ว่าผมไม่เคยมีปัญหาอะไรกับนาย-”
“ผมรู้เรื่องนั้นแต่ปฏิกิริยาของเขามันทำให้ผมรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย บางครั้งเรามีโอกาสได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์ เราส่งข้อความหากันและกัน และเราไม่มีปัญหาอะไรกันแล้ว เราคุยกันตลอด และตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างก็เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว เราคุยกันตลอด และจากนั้นผู้จัดการทีมก็เรียกผมเข้าไปในออฟฟิศของเขา และเราก็คุยกันเรื่องนี้ ผมบอกเขาว่าทุกอย่างเคลียร์หมดแล้ว เขาก็ทั้งดีใจและแปลกใจด้วย”
นอกจากนี้ มาเน่ ยังเผยเกี่ยวกับบรรยากาศสุดผ่อนคลายภายในห้องแต่งตัวหลังเหตุการณ์ตึงเครียดเกิดขึ้นว่า “ทุกๆ คนพยายามอำเราตลอด (จอร์จินโย่) ไวจ์นัลดุม เป็นคนที่ชอบหยอกล้อเพื่อนๆ เสมอ เขารอจนกระทั่งทุกคนเข้ามาในห้องแต่งตัว แล้วก็เดิมมาหาผม จากนั้นก็ถามเสียงดังว่า -โม ซาลาห์ ทำไม มาเน่ ถึงอยากต่อยนาย ?- จากนั้นทุกคนก็เริ่มหัวเราะกัน”