06/04/2020 21:55 PM
|
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ sbobet-online เรารับพนันกีฬาเอเชี่ยนแฮนดีแคพ และ คาสิโนออนไลน์แบบ ไลฟ์ดีลเลอร์
Highlights

ประกาศประชาสัมพันธ์จากทาง Sbobet-online.co
กรุณาอ่านก่อนโอนเงินทุกครั้ง >> คลิกอ่านที่นี่ <<

ท่านสามารถสมัครสมาชิกผ่านคอลเซ็นเตอร์ได้ที่เบอร์
092-267-0022 , 092-267-0044 , 092-267-0066, 092-267-0088
หรือ
สมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ที่นี่

เลือกแล้ว…ซานโช่ ไปซบปีศาจแดง

สื่อดังระบุ เจดอน ซานโช่ ปีกทีมชาติอังกฤษจากโบรุสซีย ดอร์ทมุนด์ เลือกเสี่ยงพวงมาลัยในการย้ายทีมซัมเมอร์นี้แล้ว โดยเจ้าตัวยืนยันอย่างไม่เป็นทางการขอกลับไปเมืองแมนเชสเตอร์อีกครั้ง แต่เป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยไม่แคร์ด้วยว่า “ผีแดง” จะได้ตั๋วไปลุยแชมเปี้ยนส์ ลีก หรือไม่ก็ตาม
เจดอน ซานโช่ ปีกตัวเก่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรดังแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ยืนยันอย่างไม่เป็นทางการว่าเขาจะย้ายไปเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงซัมเมอร์นี้ จากการเปิดเผยของ ไอริช อินดิเพนเดนท์ สื่อดังในประเทศไอร์แลนด์

“เร้ด เดวิลส์” แสดงความสนใจอยากได้ตัว ซานโช่ มานานแล้ว และดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเขาน่าจะมีลุ้นมากยิ่งขึ้นในการกระชากตัว ดาวเตะเนื้อหอมทีมชาติอังกฤษ มาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังจากเตรียมยื่นข้อเสนอยั่วใจให้ “เสือเหลือง” จำนวน 100 ล้านปอนด์ (ราว 3,800 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะต้องออกแรงเหนื่อยซะหน่อยเพราะ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี และ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก็ต้องการใช้บริการ ซานโช่ เช่นกัน กระนั้นดูเหมือนว่า ดาวเตะวัย 20 ปี ค่อนข้างพิศมัย “ปีศาจแดง” มากกว่า และได้ยืนยันอย่างไม่เป็นทางการว่าจะกลับไปเมืองแมนเชสเตอร์อีกครั้ง เพื่อไปเป็นลูกทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา โดยไม่สนใจว่า “เร้ด เดวิลส์” จะได้ตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้าหรือไม่ก็ตาม

ทั้งนี้ แมนเเชสเตอร์ ซิตี้ ต้นสังกัดเก่าก็อยากได้นักเตะเช่นกัน แต่งานนี้ ซานโช่ ไม่สนใจเพราะ “เรือใบสีฟ้า” มีผู้เล่นอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง, ริยาด มาห์เรซ และ เลรอย ซานเน่ ซึ่งมีข่าวว่าจะย้ายไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค เป็นตัวเลือกในการเล่นตำแหน่งริมเส้นอยู่แล้ว

ซานเชซ ยังคุ้มอยู่ไหม ?

อเล็กซิส ซานเชซ แนวรุกวัย 31 ปีจะเรียกได้ว่าอยู่ในช่วงขาลงของอาชีพก็คงผิดแปลกอะไร เพราะตั้งแต่ย้ายออกมาจาก อาร์เซน่อล ในปี 2018 ก็ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ทัพ “ปีศาจแดง” หมดหนทางในการค้นฟอร์ม ขณะที่ อินเตอร์ มิลาน ส่อแววไม่สนใจซื้อขาดเจ้าตัว แน่นอนว่าหลังจากหมดสัญญากับทีม “งูใหญ่” เขาจะรีเทิร์นกลับมายังอ้อมอก โซลชา ดังนั้นจึงเป็นคำถามที่น่าสนใจกุนซือจะขายเขาทิ้งหรือจะเก็บไว้ใช้งานต่อ?
อเล็กซิส ซานเชซ ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งในทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด ตลอด 18 เดือนที่เขาย้ายมาค้าแข้งที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ทั้งที่สโมสรยอมจ่ายค่าเหนื่อยให้เขาถึง 500,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ประมาณ 19.50 ล้านบาท) โซลชา ชัดเจนว่าไม่มีบทบาทให้กับ ซานเชซ ในทีมแม้เจ้าตัวจะเป็นผู้เล่นที่ตรงสเป็คกุนซือผีแดงทั้งความเร็วและการโต้กลับ แต่สิ่งเหล่านี้หายไปในพริบตานับตั้งแต่เขาสวมเสื้อปีศาจแดง

การย้ายไป อินเตอร์ มิลาน น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย แต่ทาง “งูใหญ่” ก็คงไม่อยากรับภาระค่าเหนื่อยทั้งหมด ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงตกลงแบ่งกันจ่ายค่าเหนื่อยกันคนละครึ่ง ซึ่งบางคนก็มองว่าดีลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ค่อนข้างเสียเปรียบเพราะนอกจากผีแดงจะไม่ได้ใช้งานนักเตะแล้วยังต้องมาจ่ายค่าเหนื่อยให้อีก
หลายคนคิดว่า กัลโช่ เซเรีย อา น่าจะเป็นโอกาสที่ทำให้ซานเชซเกิดใหม่ได้ แต่ปรากฎว่าการกลับไปที่อิตาลีครั้งนี้ก็ไม่ราบรื่นอย่างที่คิดเนื่องจากเขาได้รับบาดเจ็บที่เส้นเอ็นข้อเท้าทำให้ต้องพักยาวถึง 3 เดือน และถึงแม้จะกลับมาลงเล่นได้ในช่วงหลังปีใหม่แต่ก็ต้องตกเป็นตัวสำรองซะส่วนใหญ่ เนื่องจากมีตัวเลือกในแนวรุกอย่าง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ที่เล่นเข้าขากับ โรเมลู ลูกากู เป็นอย่างมาก

ตอนนี้แนวรุกชาวชิลีลงเล่นในลีกเพียงแค่ 9 นัดเท่านั้น พร้อมทำ 1 ประตูและ 2 แอสซิสต์ ไม่มีใครรู้ว่า เซเรีย อา ซีซั่นนี้จะจบอย่างไรในสถานการณ์ไวรัสระบาดที่คุมยากแบบนี้ แต่เป็นที่เชื่อกันว่า อันโตนิโอ คอนเต้ คงไม่ซื้อขาด ซานเชซ เป็นแน่แท้เพราะนอกจากร่างกายไม่ค่อยฟิตสมบรูณ์และฟอร์มการเล่นดร็อปลงไปตามอายุแล้วยังต้องจ่ายค่าเหนื่อยให้เจ้าตัวถึง 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์อีก
ทางด้าน แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีท่าทีที่จะอ้าแขนรับ ซานเชซ กลับมาเหมือนกันโดย โซลชา เคยออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อปลายเดือนมกราคมว่า “อเล็กซิส จะกลับมาที่นี่ในช่วงซัมเมอร์ และพิสูจน์ให้พวกคุณทุกคนเห็นว่าพวกคุณคิดผิด” อนึ่ง ซานเชซ ยังมีสัญญาอยู่กับปีศาจแดงจนถึงปี 2022
ทว่าในตอนนี้ยังมองภาพไม่ออกเลยว่า ซานเชซ จะเหมาะสมกับวิสัยทัศน์การทำทีมของ โซลชา อย่างไร แถมในอีกทางหนึ่งก็มองยากมากที่จะปล่อยเขาออกจากทีมเพราะค่าเหนื่อยที่มหาศาลแบบนี้คงมีน้อยทีมมากที่จะกล้ายื่นข้อเสนอมา ยิ่งสถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบันทำให้แต่ละสโมสรสูยเสียรายได้ไปพอสมควร ดังนั้นซานเชซคงต้องอยู่ที่นี่ต่อนอกจากเจ้าตัวจะยอมลดค่าเหนื่อยเอง

แฟนผีแดงหลายคนที่เฝ้ามอง ซานเชซ ล้มเหลวมาตลอด 2 ปีอาจจะไม่มีปัญหานักหากจะให้ซานเชซกลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง แต่ต้องอย่าลืมว่าโซลชาพยายามจะลดค่าเฉลี่ยอายุของนักเตะในทีมชุดนี้และสร้างทีมในแบบฉบับดาวรุ่งแต่การกลับมาของ ซานเชซ และค่าเหนื่อยอันมหาศาล จะเข้ามาขวางทางการสร้างทีมและทำให้ทีมเสียระบบหรือไม่
พอมาพูดถึงตำแหน่งที่เขาจะลงเล่นแล้วยิ่งยากเข้าไปใหญ่ ปกติแล้วซานเชซจะลงเล่นเป็นปีกซ้ายให้กับผีแดงซึ่งตอนนี้ในทีมมีทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ แดเนี่ยล เจมส์ อยู่แล้ว ขณะที่หากโยกไปเล่นกองหน้าก็ต้องเจอกับทั้ง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ โอเดียน อิกาโล่ ซึ่งมีแนวโน้มว่าผีแดงจะซื้อขาดในเร็วๆนี้

ดังนั้นทางออกเดียวคือการลงเล่นปีกขวาคล้ายๆกับที่เจ้าตัวเคยเล่นสมัยกับ อูดิเนเซ่ และบาร์เซโลน่า แต่ต้องอย่าลืมว่าตลาดซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ โซลชา ตั้งใจจะเสริมทัพตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งแรกเพราะเป็นปัญหาเรื้อรังมานานแล้วโดยมี จาดอน ซานโช่ ปีกสุดจี๊ดจากดอร์ทมุนด์ เป็นเป้าหมายหลัก ดังนั้นไม่ว่าจะเล่นตำแหน่งดูเหมือนซานเชซก็คงต้องรอโอกาสจากม้านั่งสำรอง
คำถามคือการที่ทีมจ่ายค่าเหนื่อย 500,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์แล้วจับมานั่งสำรองแบบนี้ มันคุ้มค่าหรือไม่? อย่างที่บอกข้างต้นว่าตัวสโมสรเองก็สูญเสียรายได้จากการหยุดแข่งในตอนนี้เหมือนกัน ดังนั้นการลดค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าเหนื่อยของนักเตะที่สูงจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
หลังจาก อเล็กซิส ซานเชซ หมดสัญญายืมตัวและกลับมายังโอลด์ แทรฟฟอร์ด คงมีเรื่องให้ โซลชา ต้องปวดหัวเพิ่มแน่นอน

เฟอร์ดินานด์ เผย เวรอน ไม่ได้เกิดเพราะ รอย คีน

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ระบุ รอย คีน เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ให้ ฮวน เซบาสเตียน เวรอน ไปไม่รุ่งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เนื่องจากตอนนั้น คีน กับ เวรอน รับบทบาทคล้ายกัน และอดีตดาวเตะชาวไอริชก็มีอิทธิพลกับทีมมากกว่าจนทำให้ เวรอน ไม่กล้าขอบอลจากคนอื่นมาเล่น เพราะมันจะไปก้าวก่ายกับการเล่นของ คีน พร้อมชี้ ที่จริงแล้ว เวรอน เป็นนักเตะที่เก่งมากๆ
ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตยอดกองหลังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้ ฮวน เซบาสเตียน เวรอน อดีตมิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์ไม่ประสบความสำเร็จกับ “ปีศาจแดง” เป็นเพราะตอนนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด มี รอย คีน อยู่ในทีม จากการที่ คีน มีบทบาทคล้ายกับอีกฝ่าย แถมยังมีอิทธิพลกับทีมมากกว่าด้วย

ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2001 แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจดึง เวรอน มาจาก ลาซิโอ ด้วยค่าตัว 28.1 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,124 ล้านบาท) จนทำให้ตอนนั้น เวรอน ถือเป็นนักเตะที่มีค่าตัวสูงที่สุดของวงการฟุตบอลอังกฤษ แต่อดีตดาวเตะวัย 45 ปีก็ไปไม่รุ่งกับทีม จนทำให้โดนขายไปอยู่กับ เชลซี ในอีกราว 2 ปีต่อมา ด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 600 ล้านบาท)

ทั้งนี้ ไม่นานมานี้ เฟอร์ดินานด์ เปิดช่วงถาม-ตอบกับแฟนบอลบนโลกออนไลน์ โดยมีช่วงหนึ่งที่มีคนถามว่าใครเก่งกว่ากัน ระหว่าง เวรอน กับ กูตี อดีตมิดฟิลด์ เรอัล มาดริด ซึ่ง เฟอร์ดินานด์ ที่เคยร่วมงานกับ เวรอน ในสีเสื้อ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นเวลา 1 ฤดูกาล ก็ตอบว่า “โอ้ นี่เป็นคำถามที่ดีเลย เวรอน หรือ กูตี งั้นเหรอ สำหรับแฟนบอลที่อายุมาก (อย่างตัว เฟอร์ดินานด์ เอง) แล้วน่ะนะ ผมก็ต้องตอบว่า เวรอน เซบาสเตียน เวรอน เขาเคยทำหนึ่งในประตูที่สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นในการซ้อมด้วยซ้ำ มันเป็นลูกยิงแบบราโบน่าที่ยิงจากกึ่งกลางสนาม ตอนนั้นทุกคนที่ซ้อมอยู่ต่างก็หยุดนิ่งด้วยความอึ้ง อารมณ์มันประมาณว่า -แกเห็นนั่นป่ะ ที่ ฮวน เซบาสเตียน เพิ่งทำไปน่ะ ?”
“เขาเป็นนักเตะที่เก่งจนน่าทึ่ง เขาเป็นคนที่ผ่านบอลได้ยอดเยี่ยม ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้เขาดับสนิทเป็นเพราะ รอย คีน อาจจะมีบุคลิกที่มีอิทธิพลต่อทีมมากกว่าเขานิดหน่อย และเอาบอลไปครองมากกว่านิดๆ ในการเล่นตำแหน่งเดียวกัน”

“คุณต้องอย่าลืมนะว่า เวรอน เคยอยู่กับ ลาซิโอ และ ปาร์ม่า ซึ่งเป็นช่วงที่เขาถือเป็นตัวหลักในการเล่น เกมการเล่นทุกอย่างมันต้องขึ้นผ่านทางเขาทั้งนั้น แต่จากนั้นเขาก็มาอยู่กับ ยูไนเต็ด ซึ่งมี รอย คีน ที่ทำหน้าที่แบบเดียวกันอยู่แล้ว คีน มักจะเอาบอลมาจากกองหลัง แล้วจากนั้นก็ผ่านบอลไปให้กองกลางและแนวรุก หลายครั้งเขาจะอยู่ในตำแหน่งตรงกลางสนามแล้วตะโกนส่งเสียงดังลั่นว่า -เออ ผ่านบอลมาให้ฉันสิวะ! ผ่านบอลมาให้ฉันนี่!- ซึ่ง เซบา ก็อาจจะเคารพเขาจนมีอารมณ์ประมาณว่า -ฉันจะปล่อยให้ รอย จัดการไปเองก็แล้วกัน-”

“เซบา เป็นคนที่มีพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม ผมคิดจริงๆ ว่าถ้าเกิดไม่มี รอย คีน แล้วล่ะก็ เขาก็อาจจะไปได้สวยในสีเสื้อของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้ ผมคิดว่า รอย คีน คือปัญหาที่ทำให้เขาไปไม่รุ่ง และมันก็ไม่ใช่ความผิดของ รอย คีน หรอกนะ มันก็แค่เขา (คีน) มีบุคลิกที่มีอิทธิพลต่อทีมมากกว่า และมีอำนาจมากกว่าก็เท่านั้น”

ผีแดง ต้องการเซ็นสัญญาถาวรกับ อิกาโล่

สื่อดังในจีน รายงาน โอเดียน อิกาโล่ หัวหอกชาวไนจีเรีย มีโอกาสสูงที่จะได้ย้ายมาเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถาวร หลังจาก เซี่ยงไฮ้ กรีนแลนด์ เสิ่นหัว ต้นสังกัดของนักเตะกำลังจะได้ดาวยิงตัวใหม่หน้าเก่ามาเสริมทัพเพื่อทดแทนการจากไปของเขา
โอเดียน อิกาโล่ กองหน้าตัวยืม เตรียมได้ย้ายมาเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบถาวร หลังจาก เซี่ยงไฮ้ กรีนแลนด์ เสิ่นหัว สโมสรแม่ในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก ประเทศจีน กำลังจะได้หัวหอกตัวใหม่มาทดแทน จากการเปิดเผยของ ไตตัน สปอร์ตส์ พลัส สื่อดังในแดนมังกร
ดาวยิงชาวไนจีเรีย ย้ายมาอยู่กับ “ปีศาจแดง” แบบยืมตัวเมื่อช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคมที่ผ่านมา เนื่องจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือต้องการหากองหน้าตัวใหม่เพื่อมาทดแทน มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ได้รับบาดเจ็บหนัก และ โรเมลู ลูกากู ที่ย้ายไปอยู่ อินเตอร์ มิลาน เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
หลังจากที่ อดีตดาวเตะวัตฟอร์ด สร้างผลงานได้สุดประทับใจซัดไป 4 ประตูกับ 1 แอสซิสต์จาก 8 เกมที่ได้ลงเล่นให้ “เร้ด เดวิลส์” และกลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของสาวก “เร้ด อาร์มี่” ทำให้ “น้าโอเล่” ต้องการที่จะเซ็นสัญญาถาวรกับ อิกาโล่ หลังจบฤดูกาลนี้
ด้าน เซี่ยงไฮ้ กรีนแลนด์ เสิ่นหัว ต้นสังกัดของ อิกาโล่ ก็พร้อมที่จะเปิดโอกาสให้นักเตะได้ย้ายไปเล่นกับทีมรักของเขาเช่นกัน โดยเหตุผลเพราะพวกเขาจะได้ โอบาเฟมี่ มาร์ตินส์ ดาวยิงมากประสบการณ์วัย 35 ปีกลับมาเล่นให้กับสโมสรอีกครั้ง
ทั้งนี้ มาร์ตินส์ ซึ่งเป็นอดีตดาวเตะอินเตอร์ มิลาน และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เคยเล่นให้กับ เซี่ยงไฮ้ มาแล้วในช่วงระหว่างปี 2016-2018 พร้อมกับตะบันไป 19 ประตูจาก 40 แมตช์ในลีกดินแดนมังกร และนักเตะไม่ได้ลงสนามอีกเลยนับตั้งแต่ที่ถูกปล่อยตัวออกจากทีมเมื่อปี 2018

8 ทีมใหญ่รวมตัวร้องศาลตุลาการกีฬาโลก!!!

เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษ ตีข่าว 8 จาก 10 อันดับแรกของ พรีเมียร์ลีก ในตอนนี้ ร้องเรียนกับศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลกว่าไม่ควรให้ แมนฯ ซิตี้ ได้สิทธิ์เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วงที่อุทธรณ์โทษแบน โดยพวกเขากลัวว่าในอนาคต “เรือใบสีฟ้า” จะขอสิทธิ์นั้น แม้ว่าตอนนี้ แมนฯ ซิตี้ จะไม่ได้ยื่นเรื่องเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวก็ตาม
8 จาก 10 อันดับแรกของตารางคะแนนในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในปัจจุบัน อันประกอบไปด้วย ลิเวอร์พูล, เลสเตอร์ ซิตี้, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, อาร์เซน่อล และ เบิร์นลี่ย์ ยื่นเรื่องร้องเรียนกับศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส) ว่าไม่ควรให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สิทธิ์เล่นรายการระดับทวีปยุโรป อย่างเช่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในระหว่างที่พวกเขากำลังอุทธรณ์เพื่อขอให้ยกเลิกโทษแบน ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) สั่งตัดสิทธิ์ แมนฯ ซิตี้ จากการเล่นรายการระดับทวีปยุโรป 2 ฤดูกาล เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่า “เรือใบสีฟ้า” มีความผิดจากการปลอมแปลงรายได้ในบัญชีเพื่อที่จะได้ไม่โดนลงโทษจากกฎควบคุมการเงิน หรืออย่างน้อยจะได้โดนลงดาบสถานเบา โดยโทษแบนดังกล่าวจะมีผลในซีซั่น 2020-21 กับ 2021-22
ด้าน แมนฯ ซิตี้ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ จนยื่นอุทธรณ์กับทาง ซีเอเอส ซึ่งที่จริงทีมดังของถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ยังไม่ได้ขอร้องให้พวกเขาได้สิทธิ์ลงเล่นศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นการชั่วคราวในระหว่างที่ทำการอุทธรณ์แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม บรรดา 8 จาก 10 อันดับแรกของตารางคะแนนก็ยื่นเรื่องคัดค้านเอาไว้ก่อน เผื่อว่าในอนาคต แมนฯ ซิตี้ จะทำอย่างนั้น เพราะในอดีตเคยมีการระงับบทลงโทษในช่วงที่มีการอุทธรณ์มาแล้ว อย่างเช่นกรณีที่ เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า เคยโดนห้ามทำการเสริมทัพจากความผิดฐานดึงนักเตะอายุต่ำกว่าเกณฑ์ของต่างประเทศมาร่วมทีม แต่พอยื่นอุทธรณ์ไปแล้วนั้นพวกเขาก็ขอสิทธิ์ช็อปพ่อค้าแข้งเป็นการชั่วคราวด้วย ก่อนที่จะได้สิทธิ์นั้นจริงๆ แล้วค่อยให้โทษแบนมันไปมีผลในภายหลัง เป็นต้น

สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าทีมชั้นนำหลายทีมของ พรีเมียร์ลีก ไม่พอใจในพฤติกรรมของ แมนฯ ซิตี้ มาพักหนึ่งแล้ว ส่วนฝั่ง แมนฯ ซิตี้ ก็มีความรู้สึกว่าบรรดาคู่แข่งร่วมลีกพยายามเอาผิดกับพวกเขาให้ได้มาตลอดเหมือนกัน โดยถ้าหากไม่นับ แมนฯ ซิตี้ แล้วนั้น เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ก็คือทีมเดียวจากกลุ่มท็อป 10 ที่ไม่ยื่นเรื่องร้องเรียนร่วมกับอีก 8 ทีม

4 สโมสรเล็งดึงตัวถ้าโดน เจ้าบุญทุ่ม ปล่อยตัว

แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่า บาร์เซโลน่า ต้องการที่จะขาย อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส หลังจากที่นักเตะทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจนับตั้งแต่ที่ย้ายมาร่วมทัพ “เจ้าบุญทุ่ม” เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งนั่นทำให้หลายสโมสรที่ได้รับทราบต่างขยับตัวรอดูโอกาสความเป็นได้ที่จะกระชากนักเตะมาเสริมแกร่ง
ยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นคาตาลันตัดสินใจควักกระเป๋าจำนวน 108 ล้านยูโร (ราว 3,780 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัว หัวหอกเลือดเฟร้นช์ จาก แอตเลติโก มาดริด มาเล่นในถิ่นคัมป์ นู แต่ตอนนี้ดูเหมือนพวกเขาจะค่อนข้างผิดหวังกับฟอร์มของนักเตะ และต้องการที่จะปล่อยเขาออกไป

แน่นอนว่าหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ บาร์เซโลน่า ต้องการที่จะขาย กรีซมันน์ ก็คือพวกเขาอยากที่จะลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าเหนื่อยของนักเตะ หลังจากที่สโมสรต้องประสบปัญหาจากเหตุการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนักไปทั่วโลก ทำให้เกมลูกหนัง และกีฬาอื่นๆ ต้องถูกระงับเอาไว้ชั่วคราว

เมื่อมีข่าวว่า กรีซมันน์ อาจจะโดนโละทิ้งทำให้เริ่มมีการคาดการณ์ว่าสโมสรมากมายที่สนใจอยากได้นักเตะ ส่วนจะมีทีมไหนบ้างที่มีโอกาสได้ใช้บริการ หัวหอกแชมป์โลก มาดูกันดีกว่า

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
“ปีศาจแดง” ยังไม่สามารถหาใครแทนที่ โรเมลู ลูกากู หลังจากที่เขาตัดสินใจโบกมือลาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไปเล่นให้กับ อินเตอร์ มิลาน ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แม้ผลงานของนักเตะจะไม่ค่อยน่าอภิรมย์สำหรับสาวก “เร้ด อาร์มี่” ตลอดช่วงที่เขาอยู่กับสโมสร

มาร์คัส แรชฟอร์ด พยายามที่จะเข้ามาเติมเต็มซึ่งก็ดูเหมือนจะไปได้สวย ก่อนที่เจ้าตัวจะโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน สุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจคว้าตัว โอเดียน อิกาโล่ หัวหอกจอมเก๋ามาร่วมทีมแบบยืมตัวในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคมที่ผ่านมา

แม้ อิกาโล่ จะทำผลงานได้ดีแต่ดูเหมือนสโมสรยังคงเจอแรงกดดันในการที่จะคว้ากองหน้าชั้นดีมาร่วมทีมให้ได้ในช่วงตลาดพ่อค้าแข้งในช่วงซัมเมอร์นี้ และ กรีซมันน์ คือหัวหอกที่เป็นเป้าหมายที่ทัพ “เร้ด เดวิลส์” อยากได้มาเสริมแกร่งให้ได้

ก่อนหน้านี้ หัวหอกเลือดเฟร้นช์ เคยออกมาเปิดใจว่าสนใจย้ายไปเล่นกับ “ปีศาจแดง” ก่อนที่สุดท้ายจะเปลี่ยนใจย้ายไปซบตัก บาร์เซโลน่า “เรื่องนี้มันเกือบจะเกิดขึ้น แต่ผมมีความสุขมากๆ กับที่ที่ผมอยู่ ผมเต็มไปด้วยความสนุกในเกมลา ลีกา และเรามีบางสิ่งที่พรีเมียร์ลีกไม่มี นั่นก็คือแสงแดด”

– เชลซี
“สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ตกเป็นข่าวว่าคือหนึ่งในหลายๆ สโมสรที่แสดงความสนใจอยากได้ กรีซมันน์ ไปเสริมแกร่ง เพราะพวกเขาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะหาหัวหอกที่ค่อนข้างมีประสบการณ์มาร่วมทีม เพราะในเวลานี้พวกเขาแนวรุกดาวรุ่งอยู่เต็มทีม
แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวโคมลอยเพราะ ดิอาริโอ โกล สื่อของสเปน รายงานว่า ทีมของกุนซือแฟร้งค์ แลมพาร์ด พร้อมที่จะควักกระเป๋าจำนวนกว่า 92 ล้านปอนด์ (ราว 3,496 ล้านบาท) เพี่อหวังล่อใจให้ บาร์เซโลน่า ยินดีปล่อย กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส มาสวมชุดสีน้ำเงิน
ทั้งนี้ยอดทีมแห่งถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์พยายามควานหากองหน้าชั้นดีเพื่อหวังจะมาทดแทนตำแหน่งของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ซึ่งจะหมดสัญญากับต้นสังกัดหลังจบฤดูกาลนี้ และมีแนวโน้มจะโบกมือลาทีม ทำให้ตอนนี้พวกเขามีหัวหอกที่ไว้วางใจได้เพียงแค่ แทมมี่ อบราฮัม เท่านั้น ส่วนที่เหลือดูทรงแล้วมีแต่ทรุด

– อินเตอร์ มิลาน
การที่ บาร์เซโลน่า แสดงความสนใจอยากได้ตัว เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กองหน้าตัวเก่งชาวอาร์เจนไตน์ของ อินเตอร์ มิลาน ทำให้ ทัพ “งูใหญ่” มีแผนเด็ดนั่นก็คืการเจรจาเพื่อที่จะดึง กรีซมันน์ สลับมาเล่นในถิ่นจูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า ซึ่งดูแล้วค่อนข้างสมน้ำสมเนื้อ

ในเวลานี้ มาร์ติเนซ ถือว่าเป็นหนึ่งในหัวหอกชั้นดีฟอร์มฮอตและเนื้อหอมในทวีปยุโรป หลังจากที่กำลังทำผลงานดีมีคุณภาพให้กับทัพ “เนรัซซูรี่” ด้วยการตะบันตาข่ายคู่แข่งไปแล้ว 16 ประตูให้กับต้นสังกัดในทุกรายการฤดูกาล 2019/2020

ช่วงที่ผ่านมา สื่อชั้นนำหลายสำนักของประเทศฯอิตาลี รายงานว่า อินเตอร์ ปฏิเสธข้อเสนอในการซื้อตัว หัวหอกทีมชาติอาร์เจนตินา ยกเว้น บาร์เซโลน่า จะมีชื่อ กรีซมันน์ พ่วงติดท้ายในข้อเสนอ หากเป็นแบบนี้การเจรจาอาจจะเกิดขึ้นก็เป็นได้

– อาร์เซน่อล
มีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่ อาร์เซน่อล จะได้รับเงินก้อนโตจากการขาย ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้าทีมชาติกาบอง หลังจบฤดูกาลนี้ เนื่องจากนักเตะยังไม่ยอมสลัดน้ำหมึกขยายสัญญาฉบับใหม่ และนั่นหมายความว่าพวกเขาจำเป็นต้องปล่อยนักเตะออกไป

นอกจากนี้อนาคตของ อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ ก็ยังน่าสงสัยว่าจะอยู่ในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม หรือไม่ ฉะนั้นการที่จะหานักเตะซักคนเพื่อเข้ามาทดแทน แน่นอนว่าต้องเป็นหัวหอกชั้นดี และชื่อของ กรีซมันน์ น่าจะเหมาะอย่างยิ่งที่จะดึงตัวมาเสริมแกร่ง ซึ่งหากได้ตัวมา ลากาแซตต์ ก็คงอยู่กับ “เดอะ กันเนอร์ส” ต่อไป เพราะจะเล่นร่วมกับเพื่อนร่วมชาติ

ก่อนหน้านี้ กรีซมันน์ เคยออกมายอมรับว่าหากเป็นไปได้ก็อยากมีโอกาสได้เล่นร่วมกับ ลากาแซตต์ ในระดับสโมสร “ในฐานะนักเตะผมอยากเล่นร่วมกับ ลากาแซตต์ เขาเป็นเพื่อนของผมเวลาที่อยู่นอกสนาม และเราก็เล่นร่วมกันในทีมชาติด้วย เขาเต็มไปด้วยพรสวรรค์”

พรีเมียร์ลีก วางแผนจะกลับมาเตะกันอีก

สื่อผู้ดีรายงาน พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอลลีก และเอฟเอ วางแผนใหม่ที่จะให้เกมลูกหนังเมืองผู้ดีกลับมาโม่เกือกกันอีกครั้งในวันที่ 1 มิ.ย. และจบในวันที่ 11 ก.ค. เพื่อให้แข้งมีเวลาได้พักฟื้นร่างกายประมาณ 1 เดือนก่อนจะเปิดฉากซีซั่นใหม่
พรีเมียร์ลีก วางแผนที่จะให้เกมลีกกลับมาเริ่มแข่งอีกครั้งในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ โดยจะให้แมตช์ทั้งหมดแข่งจบลงภายในเวลาเพียงแค่ 6 สัปดาห์ และจากนั้นก็จะเปิดฤดูกาล 2020/2021 ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม จากการเปิดเผยของ เทเลกราฟ สื่อดังในประเทศอังกฤษ

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งในอังกฤษ และทั่วโลก ทำให้เกมลีกสูงสุด และลีกลำดับรองในเมืองผู้ดี ต้องพักการแข่งขันไปจนกระทั่งถึงวันที่ 30 เมษายนเป็นอย่างน้อย อย่างไรก็ตามตอนนี้มีรายงานว่าพวกเขากำลังเปลี่ยนแผนเรื่องการกลับมาแข่งเกมลีกใหม่อีกครั้ง

จากรายงานของ เทเลกราฟ ระบุว่า พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอลลีก และสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) กำลังพิจารณาที่จะให้เกมฟุตบอลกลับมาลงแข่งในวันที่ 1 มิ.ย. และให้จบภายในวันที่ 11 กรกฎาคม ซึ่งจะทำให้สโมสรมีเวลาได้พักนักเตะประมาณ 4 สัปดาห์ก่อนที่ฤดูกาลใหม่จะกลับมาโม่เกือกในวันที่ 8 ส.ค.

ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ว่า พรีเมียร์ลีก ได้เตรียมวางแผนสำหรับโปรแกรมที่เหลือที่จะต้องลงแข่งแบบปิดสนาม เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่บรรดาแฟนบอลอาจจะโดนสั่งห้ามเข้าชมเกมลูกหนังเพื่อเป็นให้เป็นไปตามคำแนะนำของรัฐบาล

ปิศาจแดง เตรียมปล่อย ป็อกบา

สื่อดังอังกฤษปูด “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมโละ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์จอมสีสัน พ้นทีมหลังจบซีซั่นนี้ พร้อมตั้งค่าหัวหลายพันล้านบาท
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมที่จะขาย ปอล ป็อกบา กองกลางซูเปอร์สตาร์ชาวฝรั่งเศส หลังจบฤดูกาลนี้ ที่ราคา 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) ตามรายงานจาก เดอะ ซัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา

ป็อกบา มีข่าวเกี่ยวโยงกับเรื่องย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส ซึ่งปัจจุบันเจ้าตัวเหลือสัญญาค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แค่ถึงช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เล็งใช้ออปชั่นขยายสัญญาให้อีก 12 เดือน เพื่อรักษามูลค่าของตัวนักเตะเอาไว้

ล่าสุด เดอะ ซัน ระบุว่า “ปีศาจแดง” พร้อมโละ ป็อกบา ช่วงซัมเมอร์นี้ หากได้ข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ โดยพวกเขาซื้อ ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสวัย 27 ปี กลับมาจาก ยูเว่ เมื่อปี 2016 ด้วยค่าตัว 89 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,560 ล้านบาท)
สำหรับฤดูกาลนี้ ป็อกบา เพิ่งลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด รวมทุกรายการแค่ 9 นัดเท่านั้น เนื่องจากต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการรักษาตัวจากปัญหาบาดเจ็บที่ข้อเท้า

พรีเมียร์ลีก จัดประชุมหาทางออกเตะให้จบซีซั่น

สื่อของอังกฤษ ระบุ ผู้บริหารหลายคนของ พรีเมียร์ลีก คิดที่จะให้โปรแกรมที่เหลือเตะกันในสนามเป็นกลาง เพื่อที่จะได้ให้ฤดูกาลนี้มันจบลงได้โดยเร็ว โดยอาจจะไปใช้บริการสนามในย่านมิดแลนด์ส
ผู้บริหารของหลายสโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คิดที่จะให้ทุกเกมที่เหลืออยู่เตะกันที่สนามเป็นกลาง และเล่นแบบไม่มีคนดู เพื่อให้มันสามารถแข่งกันจนจบฤดูกาลได้โดยเร็ว

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้หลายลีกทั่วทวีปยุโรปถูกสั่งพักการแข่งขันไปก่อน และก่อนหน้านี้หลายคนก็กังวลว่าฤดูกาล 2019-20 มันจะสามารถแข่งกันจนจบได้หรือไม่ ซึ่งสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ก็ออกแถลงการณ์ไปแล้วว่าทุกลีกตั้งเป้าที่จะให้จบซีซั่นภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ให้ได้ แต่มันก็เป็นเพียงการตั้งเป้าเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าสุดท้ายแล้วจะทำอย่างนั้นได้จริงๆ
ทั้งนี้ มันมีการกลัวกันว่า พรีเมียร์ลีก จะแข่งกันให้จบตามกำหนดการที่ว่าไม่ได้ และมันก็ทำให้ผู้บริหารหลายคนของทีมใน พรีเมียร์ลีก ผุดไอเดียว่ามันควรจะเล่นกันที่สนามเป็นกลาง โดยจะเลือกมา 2 หรือ 3 สนาม ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะเป็นสนามในย่านมิดแลนด์ส ซึ่งทีมฟุตบอลที่อยู่ในย่านดังกล่าวมีอย่างเช่น เลสเตอร์ ซิตี้, วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส, แอสตัน วิลล่า, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ เป็นต้น

นอกจากนี้ แต่ละสนามอาจจะใช้จัดการแข่งขันมากกว่า 1 คู่ต่อวันด้วย โดยแต่ละทีมจะต้องลงเล่นทุกๆ 3 วัน เพื่อที่จะได้ให้มันจบโดยเร็ว และการใช้เพียงไม่กี่สนามมันก็จะช่วยทำให้ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานได้ง่าย รวมถึงไม่ต้องใช้คนมากนัก ซึ่งจะเป็นการลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดไปในตัว

สำหรับประเด็นการที่จะไม่มีแฟนบอลเข้ามาชมเกมในสนามนั้น จะแก้ไขด้วยการจัดให้มีการถ่ายทอดสดเหมือนตามปกติ โดยเป็นที่เชื่อกันว่าจะมีนำเสนอแผนนี้ในการประชุมระหว่าง พรีเมียร์ลีก กับตัวแทนของทั้ง 20 ทีม ในวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคมนี้

มาเน่ ควักเงินช่วยบ้านเกิดต้าน โควิด-19

ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะลิเวอร์พูล หัวใจหล่อเหลือเกินหลังควักกระเป๋าจำนวน 41,000 ปอนด์ให้กับประเทศบ้านเกิด เพื่อใช้ในการสู้กับเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่กำลังระบาดอย่างหนักไปทั่วโลกในเวลานี้
ซาดิโอ มาเน่ กองหน้าความเร็วสูง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ควักกระเป๋าบริจาคเงินจำนวน 41,000 ปอนด์ (ราว 1.55 ล้านบาท) ให้กับประเทศเซเนกัล บ้านเกิดเมืองนอน เพื่อใช้เป็นทุนในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการเปิดเผยอีฟนิ่ง สแตนดาร์ด สื่อดังในอังกฤษ

ช่วงที่ผ่านมาทั่วโลกกำลังประสบกับวิฤกติเชื้อไวรัสมรณะระบาดอย่างหนัก จนส่งผลให้วงการกีฬาต้องพักการแข่งขันชั่วคราว โดยวงการลูกหนังเมืองผู้ดีก็เช่นเดียวกัน ซึ่งมีรายงานว่าจะกลับมาแข่งใหม่ในวันที่ 4 เมษายนนี้ และอาจจะเลื่อนไปอีกหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น
สตาร์ลูกหนังวัย 27 ปี ซึ่งมักจะให้ความช่วยเหลือในประเทศบ้านเกิดมาตลอด ตัดสินใจบริจาคเงินเพื่อใช้สำหรับการต่อสู้กับเชื้อไวรัสมรณะ โดย อีฟนิ่ง สแตนดาร์ด สื่อชั้นนำในเมืองผู้ดี รายงานว่า มาเน่ มอบเงินจำนวน 41,000 ปอนด์เลยทีเดียว

ขณะเดียวกัน อลิสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียน เพื่อนร่วมสังกัดของ มาเน่ ได้ออกมาส่งข้อความร่วมรณรงค์ให้ผู้คนได้ตระหนักของความรุนแรงของเชื้อไวรัสโควิด-19 และแนวทางการป้องกันเบื้องต้น “เริ่มต้นด้วยการ #ปกป้องมือของคุณ พยายามล้างมือบ่อยๆ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ”