24/01/2020 12:27 PM
|
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ sbobet-online เรารับพนันกีฬาเอเชี่ยนแฮนดีแคพ และ คาสิโนออนไลน์แบบ ไลฟ์ดีลเลอร์
Highlights

ประกาศประชาสัมพันธ์จากทาง Sbobet-online.co
กรุณาอ่านก่อนโอนเงินทุกครั้ง >> คลิกอ่านที่นี่ <<

ท่านสามารถสมัครสมาชิกผ่านคอลเซ็นเตอร์ได้ที่เบอร์
092-267-0022 , 092-267-0044 , 092-267-0066, 092-267-0088
หรือ
สมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ที่นี่

มาเน่ ภูมิใจ หงษ์แดงฟอร์มยอดเยี่ยม

ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล สุดประทับใจทัศนคติทัพ “เดอะ เร้ดส์” ในการพร้อมจะทุ่มเททุกวินาทีเพื่อพัฒนาตัวเอง และทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อนำสโมสรประสบความสำเร็จในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้
ซาดิโอ มาเน่ ปีกความเร็วสูง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กล่าวยกย่องเพื่อนร่วมทัพทุกคนที่ทำงานหนัก และมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง ช่วยทำให้สโมสรทำผลงานได้อย่างสุดยอดจนตอนนี้กำลังมีลุ้นคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ครั้งแรกในรอบ 3 ทศวรรษ
ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลนี้ โดยพวกเขายังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นหลังจากลงเล่นไปแล้ว 22 เกม โดย ดาวเตะทีมชาติเซเนกัล ออกมาแสดงความเห็นว่าผลงานชั้นยอดแบบนี้มาจากความทุ่มเททั้งในและนอกสนามของผู้เล่นทุกคน
มาเน่ เปิดใจว่า “แน่นอนพวกเขา (แฟนบอลลิเวอร์พูล) เท่านั้นที่มองเห็นสิ่งที่เรากำลังทำในสนามทุกๆ สัปดาห์ และประสบความสำเร็จ แต่การทำงานหนักแบบมืออาชีพเริ่มต้นจากตัวคุณตั้งแต่อยู่บ้าน และทำงานหนักในสนามซ้อม คุณคงเห็นแล้วในทุกๆ วันเมื่อผมมาที่ลิเวอร์พูล นักเตะทุกคนอยากพัฒนาเพิ่มขึ้น และอยากที่จะทำผลงานให้ดีกว่าเดิม”
“คุณสามารถมองเห็นทุกๆ คนอยู่เต็มโรงยิม 1 ชั่วโมงก่อนที่จะทำการฝึกซ้อม ผมคิดว่ามันเป็นสัญญาณที่สำคัญสำหรับสโมสร เพราะทุกๆ คนต้องการลงเล่น และทุกๆ คนอยากทำผลงานให้ดีที่สุด ผมคิดว่ามันมีการทำอะไรหลายๆ อย่างที่พิเศษ”
“ตั้งแต่การฝึกซ้อมในสนาม ทุกๆ อย่างเริ่มต้นที่นั่น และมันมีความสำคัญจริงๆ มันเป็นเรื่องปกติที่แฟนๆ จะรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นทีมทำผลงานได้ดีเยี่ยม และประสบความสำเร็จ นั่นคือเหตุผลที่เราทำงานหนักทุกวัน” อดีตดาวเตะ “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน ระบุ

ซูมาเร่ เข้าตา หงษ์แดง อยากดึงมาเสริมกลาง

บูบาการี่ ซูมาเร่ มิดฟิลด์ดาวโรจน์ ลีลล์ เนื้อหอมเหลือเกิน เพราะล่าสุดมีข่าว ลิเวอร์พูล โผล่เป็นทีมที่อยากได้ตัวไปเสริมแดนกลาง
ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว บูบาการี่ ซูมาเร่ กองกลางดาวรุ่งพุ่งแรงของ ลีลล์ สโมสรดังในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส มาเสริมทัพ ตามรายงานจาก le10sport สื่อกีฬาชั้นนำเมืองน้ำหอม เมื่อวันพุธที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา
ซูมาเร่ ถือเป็นนักเตะที่เนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งในชั่วโมงนี้ โดยได้รับความสนใจจากทั้ง เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่งล่าสุด le10sport ระบุว่า “หงส์แดง” เป็นอีกทีมที่อยากได้ตัว ดาวเตะชาวฝรั่งเศสวัย 20 ปี ไปเสริมแดนกลางไม่ภายในเดือนนี้ก็หลังจบฤดูกาล
เชื่อกันว่า ลีลล์ ตั้งค่าหัว ซูมาเร่ ไว้ที่ราว 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) โดย ซูมาเร่ เคยเป็นเด็กปั้นของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก่อนโยกซบ ลีลล์ ในปี 2017 นอกจากนี้เจ้าตัวยังมีสถิติลงเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศส รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ไปแล้ว 4 นัด

มินามิโนะ เผย มีความสุขได้ร่วมทีมหงษ์แดง

ทาคุมิ มินามิโนะ มิดฟิลด์เลือดซามูไรของ ลิเวอร์พูล เผยถึงการได้ลงเล่นเปิดตัวกับ “หงส์แดง” ในเกมเฉือน เอฟเวอร์ตัน ศึกเอฟเอ คัพ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุสไตล์การเล่นของทีมนี้เหมือนกับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ต้นสังกัดเดิม แต่ระบบไม่เหมือนกันทำให้ต้องมีการปรับตัวอีกนิดหน่อย
ทาคุมิ มินามิโนะ กองกลางทีมชาติญี่ปุ่น “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดใจกับประสบการณ์ใหม่หลังได้ลงเล่นเปิดตัวให้กับต้นสังกัด ในเกมเฉือน “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน 1-0 ศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ฉบับเอฟเอ คัพ รอบ 3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ดาวเตะเลือดซามูไร ซึ่งเพิ่งจะย้ายมาจากเร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก เมื่อเดือนที่ผ่านมา สามารถปรับตัวกับเพื่อนร่วมทีม และสไตล์การเล่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว โดยในแมตช์นี้เจ้าตัวทำผลงานได้น่าพอใช้หลังจากได้ลงเล่นนานถึง 70 นาที และ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ยังได้ออกมากล่าวชมหลังจบเกมด้วย
สตาร์ลูกหนังแดนอาทิตย์อุทัย วัย 24 ปี ยืนยันว่าสไตล์การเล่นของ “เดอะ เร้ดส์” กับ ซัลซ์บวร์ก เหมือนกัน แต่ระบบไม่เหมือนกันทำให้ตนต้องปรับตัว “ผมมีความสุขมากๆ ในเวลานี้ที่ผมได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมนี้ บางทีนี่เป็นหนึ่งในแมตช์ที่เข้มข้นที่สุดที่ผมเคยเล่น แต่ผมรู้จัก พรีเมียร์ลีก ซึ่งนั่นทำให้ผมไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลย”
“วิธีการที่เราเน้นการเล่นเพรสซิ่งกดดันอย่างหนัก วิธีแย่งบอลกลับคืนมา และการใช้พื้นที่ว่างระหว่างกองหลังเหมือนกับที่ ซัลซ์บวร์ก แต่ระบบที่ไม่เเหมือนกัน ดังนั้นผมต้องเข้าใจเรื่องความแตกต่าง และทำให้ตัวเองเล่นได้เข้ากับทีมชุดนี้ ผมคิดว่านี่เป็นสนามที่ยิ่งใหญ่สำหรับนักฟุตบอล แฟนบอลก็สุดยอดมากๆ และผมดีใจที่เราชนะ” มินามิโนะ ระบุ

ดาวรุ่ง ระเบิดฟอร์ม ยิงได้สุดสวย

เคอร์ติส โจนส์ เผยว่าตัวเองต้องต่อสู้กับอาการป่วยก่อนนัดลงสนามเกม เอฟเอ คัพ ซึ่งสุดท้ายกลายเป็นฮีโร่ผู้ยิงประตูชัยเหนือ เอฟเวอร์ตัน 1-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เคอร์ติส โจนส์ กองกลางดาวรุ่งเลือดสเกาเซอร์ของ ลิเวอร์พูล ทำประตูสุดสวยในนาทีที่ 71 และเป็นประตูชัยของ หงส์แดง ที่มีเหนือ เอฟเวอร์ตัน 1-0 ทำให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบ 4 ศึกเอฟเอ คัพ ต่อไป
ดาวเตะวัย 18 ปี ลงสนามเป็นตัวจริงและได้รับคำชมจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่หงส์แดงว่าโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตามเจ้าตัวออกมาเผยหลังเกมว่า แท้จริงแล้วตัวเองนั้นมีอาการป่วยและรู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไหร่
“บอสเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่ง คือต้องไม่แสดงออกเมื่อคุณรู้สึกเจ็บปวดหรือยามที่เจอเรื่องยากลำบาก ดังนั้นผมจึงคิดว่ามันถูกแล้วที่ผมไม่ได้แสดงออกมาว่าผมป่วย” ดาวเตะวัยรุ่นกล่าวกับ เว็บโซต์ทางการสโมสร
“ผมดีใจที่ผมไม่ได้แสดงมันออกมา ผมลงสนามและได้ช่วยทีม ผมมีความสุขที่เราได้รับชัยชนะและผมก็กำลังรอคอยรอบถัดไป”
นอกจากนี้ โจนส์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่าการลงได้สนามเป็นสิ่งสำคัญของนักเตะดาวรุ่ง “สำหรับผม การเป็นนักเตะดาวรุ่ง เป็นเด็กท้องถิ่น แล้วได้ลงเล่นให้ทีมที่ผมรักและแฟนบอลที่ผมรักมันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่”
“ผมลงไปและพยายามใช้ทุกๆ โอกาสที่ได้รับ และทุกๆ เกมที่ผมได้ลงเล่นผมจะทำมันให้ดีที่สุด นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามที่จะทำในวันนี้และผมโชคดีพอที่จะทำสำเร็จด้วยประตูที่ผู้คนบอกว่ามันเป็นประตูที่ยอดเยี่ยม”

ไร้พ่ายครบรอบ 1 ปีเต็ม

หลังจากล่าสุดชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด จนไม่แพ้ในลีก 1 ปีเต็ม เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ก็เตือนลูกทีมว่าห้ามตายใจ เพราะพวกเขายังมีจุดที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ แต่ระบุ โดยรวมก็แฮปปี้กับฟอร์มของทีมในเกมนี้
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล กล่าวว่าทีมของตนยังมีจุดที่ต้องปรับปรุงกันอยู่อีก แม้ว่าล่าสุดจะเปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม ที่ผ่านมา จนทำให้ไม่แพ้ใครในลีกครบ 1 ปีเต็มพอดีก็ตาม
ในนัดล่าสุด เจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 4 จาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก่อนที่จะมาได้ประตูตอกย้ำชัยชนะจาก ซาดิโอ มาเน่ ในนาทีที่ 64 ทำให้พวกเขาไม่แพ้ใครในลีก 37 เกมติดต่อกัน โดยครั้งสุดท้ายที่ ลิเวอร์พุล แพ้ในลีก ต้องย้อนไปถึงการพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2 เมื่อวันที่ 3 มกราคม ปีก่อน พร้อมกับทำให้พวกเขากลับไปทิ้งห่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมในอันดับ 2 เป็น 13 แต้ม แถมทาง “หงส์แดง” ยังลงเล่นน้อยกว่า 1 เกมด้วย
“เรารู้ดีว่ามันยังมีจุดที่เราสามารถทำให้ดีขึ้นได้อยู่ มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเรา เราสนใจเฉพาะเรื่องของตัวเองเท่านั้น เราสามารถเล่นให้ดีขึ้นได้ และเราก็ต้องเล่นให้ดีขึ้นด้วย นักเตะแต่ละคนอยากเล่นให้ดีขึ้น และพวกเขาต่างก็รู้ดีว่าสามารถเล่นให้ดีขึ้นได้ วันนี้มันมีบางด้านที่เราทำได้ดีกว่าเกมก่อน และมันก็ช่วยให้เราชนะในคืนนี้” กุนซือชาวเยอรมัน ระบุ
คล็อปป์ เสริมว่าพอใจกับฟอร์มของลูกทีมในเกมนี้ในระดับหนึ่ง “เราเล่นได้ตามแบบที่ควรจะต้องทำให้ได้ในการเจอกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ผมไม่คิดว่าเมื่อฤดูกาลก่อน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เจอเกมที่เล่นได้ยากแบบนี้มากนัก นั่นถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่บรรดาลูกทีมของผมทำได้ในคืนนี้ พวกเขาไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายมีโอกาสได้อะไรบางอย่างติดตัวไปจากเกมนี้เลย ซึ่งที่จริงแล้วนั่นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากๆ”
“เราเล่นกันได้ดี, เราผ่านบอลกันได้ยอดเยี่ยมมากๆ, เราทะลวงแนวรับของพวกเขาได้, การยืนตำแหน่งของเราก็ทำได้ดี ส่วนวินัยในการเล่นเกมบุกของเรามันก็สุดยอดมากๆ เราไม่ปล่อยให้พวกเขาเล่นตามที่พวกเขาต้องการำได้ เราคุมเกมเอาไว้ได้ และเราก็สมควรชนะแล้ว มันเป็นช่วงเวลาที่ดุเดือดของฤดูกาล แต่ในแง่ของฟอร์มโดยรวมแล้วนั้นมันก็ถือเป็นฟอร์มที่ดีมากๆ และนั่นก็ทำให้ผมมีความสุขสุดๆ”

น่าจะเป็นแชมป์แล้วแน่นอน

เมื่อสงครามแข้งพรีเมียร์ลีกและฤดูกาลนี้ผ่านไปถึงครึ่งทาง
เรื่องแชมป์ไม่จำเป็นต้องพูดถึง เมื่อ ลิเวอร์พูล ทั้งควบตะบึงและพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วแรงแบบทะลุส้นตีนยิ่งกว่าสิบล้อเบรคแตกเมายาบ้า ด้วยสถิติสุดสะเด่า แข่ง 19 ชนะ 18 หลุดเสมอเพียงครั้งเดียว สะสมไปแล้วถึง 55 คะแนน ทิ้งห่างผู้ไล่ล่า 13 แต้ม แถมยังแข่งน้อยกว่าอีก 1 นัด
เปรียบเป็นเกมฟาดแข้งสัก 1 นัด เท่ากับว่าจบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำห่างถึง 5-0 ด้วยฟอร์มการเล่นอันเปล่งปลั่งอย่างน่าสยดสยอง มิหนำคู่แข่งของตัวเองยังโชว์ฟอร์มห่วยแตกอีกต่างหาก
เอาแค่ตีไข่แตกยังยากเลยครับคุณ
ดูเหมือนผลพวงจากการพลาดแชมป์ฤดูกาลที่แล้วอย่างน่าเจ็บใจทั้งที่อุตส่าห์สะสมได้ถึง 97 แต้ม มันถูกจะนำมาแปลเปลี่ยนเป็นพลังทำลายที่มีอานุภาพสูงส่งยิ่งนัก
และ แมนฯ ซิตี้ คงไม่รู้ว่าตัวเองได้บรรจงสร้าง “อสูรกาย” ขึ้นมาเพื่อคานอำนาจของตัวเองพลางอาละวาดสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านเขาไปทั่ว แถมมีโอกาสสูงที่พวกเขาจะยึดครองลีกสูงสุดของอังกฤษอีกครั้งเหมือนในยุค 80’s
นับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปในศักราชใหม่ ขอบอกว่ามีโอกาสสูงมากที่ ลิเวอร์พูล จะสถาปนาตัวเองเป็นมหาอำนาจลูกหนังอีกครั้ง ขอให้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ได้เลย
ในฐานะเด็กผีคนหนึ่ง สารภาพตามตรงว่าผมไม่ชอบเห็นชัยชนะของคู่แข่งอย่าง ลิเวอร์พูล หรอกครับ แต่เกมที่บุกถล่ม เลสเตอร์ 4-0 ในวันบ็อกซิ่ง เดย์ นี่แหละสะท้อนให้เห็นถึงความน่าขามเกรงของพวกเขาอย่างบริบูรณ์แบบ
เงื่อนไขของ เลสเตอร์ ซิตี้ ในการศึกครั้งนั้นคือต้องยัดเยียดความปราชัยให้ ลิเวอร์พูล เพียงสถานเดียว โดยมีการวิเคราะห์ก่อนเกมว่าวิธีการเล่นของจิ้งจอกสยามอาจจะไป “เข้าทาง”
กล่าวคือ ลิเวอร์พูล ชอบอยู่แล้วใช่ไหมครับ คู่แข่งที่เปิดหน้าแลกเนี่ย เพราะมันจะทำให้พวกเขามีพื้นที่ในการบุกจู่โจมพลางแสดงแสนยานุภาพมากขึ้น
แต่มันตลกตรงที่ว่า ลิเวอร์พูล ไม่รอให้คู่แข่งเดินมา “เข้าทางตีน” ตัวเองด้วยซ้ำ
เลสเตอร์…มึงคิดจะบุกอัดกูใช่ไหม ว่าแล้วกูชิงจังหวะเปิดเกมรุกบุกกระหน่ำใส่แบบเป็นชุดๆ ดุจพายุอุกาบาตถล่มหัวหมา ก่อนจะยิงตาย ยิงตาย ยิงตาย ตาย ตาย ตาย
ขนาดคู่แข่งเด๊ดหาแล้วก็ยังไม่หยุด ยังยิงแล้วยิงอีก เอาให้ตายแบบไม่ต้องไปผุดไม่ต้องไปเกิด
เกมนี่แหละที่สะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์แบบของสมญา “เครื่องจักรสีแดงผู้อหังการ” ที่ผมตั้งให้ได้อย่างชัดเจนที่สุด