31/03/2020 07:58 AM
|
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ sbobet-online เรารับพนันกีฬาเอเชี่ยนแฮนดีแคพ และ คาสิโนออนไลน์แบบ ไลฟ์ดีลเลอร์
Highlights

ประกาศประชาสัมพันธ์จากทาง Sbobet-online.co
กรุณาอ่านก่อนโอนเงินทุกครั้ง >> คลิกอ่านที่นี่ <<

ท่านสามารถสมัครสมาชิกผ่านคอลเซ็นเตอร์ได้ที่เบอร์
092-267-0022 , 092-267-0044 , 092-267-0066, 092-267-0088
หรือ
สมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ที่นี่

ข้อเสนอถูกใจ ดอร์ทมุนด์ พร้อมปล่อย ซารโช

งานนี้ทำเอา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และอีกหลายสโมสรตาลุกวาวเลยทีเดียว เมื่อล่าสุดมีข่าว โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พร้อมที่จะโละ จาดอน ซานโช ช่วงเดือนมกราคมนี้ แม้ตั้งค่าหัวไว้สุดโหดก็ตาม
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรดังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน พร้อมที่จะพิจารณาขาย จาดอน ซารโช ปีกดาวรุ่งคนเก่ง ช่วงเดือนมกราคมนี้ หลังจากที่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายเริ่มแตกหัก ตามรายงานจาก ดิ อินดีเพนเดนท์ สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมา
ซานโช ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจมาโดยตลอด นับตั้งแต่ย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงซัมเมอรปี 2017 ทว่าในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่ายเริ่มมีรอยร้าว โดย ลูเซียง ฟาฟร์ เฮดโค้ช “เสือเหลือง” ยอมรับก่อนเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดที่ทีมบุกไปพ่าย บาร์เซโลน่า 1-3 เมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ดาวเตะชาวอังกฤษวัย 19 ปี ไม่มีสมาธิและไม่พร้อมที่จะลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้
ถึงแม้เกมดังกล่าว ซานโช ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในฐานะตัวสำรอง และเป็นคนทำประตูตีไข่แตกให้กับทีม แต่ล่าสุด ดิ อินดีเพนเดนท์ ระบุว่า ดอร์ทมุนด์ พร้อมรับฟังทุกข้อเสนอที่ถูกยื่นเข้ามาขอซื้อตัว ซานโช ช่วงเดือนมกราคมนี้ ถึงแม้พวกเขาต้องการทำเงินจากตัวนักเตะไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,900 ล้านบาท) ก็ตาม โดยเชื่อกันว่า เวลานี้ ซานโช กำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสร ซึ่งก็รวมถึงยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด, ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผีจัด กรีนวู้ด ซดอัสตานา หวังยึดแชมป์กลุ่มยูโรปา

—————- คืนนี้ ศึกยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มแอล อัสตานา เปิด บ้านอัสตานา อารีน่า ต้อนรับการมาเยือนของ แมนฯ ยูไนเต็ด เกมนี้แข่งขันกันในเวลา 22.50 น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

—————- โรมัน กริกอร์ชุค กุนซือของ อัสตานา พาทีมแพ้อาแซ่ด 0-5 ในนัด 4 ก่อนแพ้ไอร์ตีช 0-2 เป็นการแพ้ 2 นัดติด สภาพทีมเกมนี้ กริกอร์ชุคไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม น่าจะยึดทีมเดิมเป็นหลักต่อไป แม้จะตกรอบไปนานแล้ว นำโดยแกนหลักขาประจำทั้ง เนนาด เอริช ประตูกัปตันทีม, ยูริ ล็อกวิเนนโก้, อิวาน มาเยฟสกี้ และ มาริน โทมาซอฟ

—————- ด้าน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด พาทีมชนะปาร์ติซาน 3-0 ในนัด 4 ก่อนเสมอเชฟฯ ยูไนเต็ด 3-3 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 3 เกมแล้ว แม็คโทมิเนย์, ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช ยังมีอาการเจ็บ แต่เกมนี้โอเล่แทบไม่ใส่ชื่อนักเตะซีเนียร์ไปเลย พวกอายุเกิน 20 ปีมีแค่ ลี แกรนท์, เจสซี่ ลินการ์ด, อักเซล ตวนเซเบ้ และ ลุค ชอว์ ที่ฟิตกลับมามีชื่อแล้ว นอกจากนั้นโซลชายังไม่เอา ไมเคิ่ล คาร์ริค และ คีแรน แม็คเคนน่า ไปด้วยโดยให้คุมทีมชุดใหญ่อยู่ที่สโมสร โดยเขาจะหนีบ นิคกี้ บัตต์ ไปช่วยดูแลเด็กๆ แทน ขุมกำลังส่วนใหญ่มีแต่เด็กๆ อย่าง เมสัน กรีนวู้ด, เจมส์ การ์เนอร์, ทาฮิธ ชอง, แองเจล โกเมส แถมใส่ชื่อ แม็กซ์ เทย์เลอร์ กองหลังวัย 19 ปีที่เพิ่งหายป่วยจากการรักษามะเร็ง และกลับมาฝึกซ้อมกับทีมได้เมื่อเดือนกันยายน ติดทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกด้วย

——————- เรตราคา เปิดมา แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อ 1-1.5 (ลูกควบลูกครึ่ง) แม้ว่าทีมเยือน แมนฯยู จะขนเด็กไปทัวร์คาซัคสถานกว่า 14 ชีวิต แต่ก็น่าจะพอเอาตัวรอดไปได้ด้วยสามแต้ม เพราะสภาพของเจ้าถิ่น อัสตาน่า ไม่น่าไหว หลังพ่ายคารัง 2 นัดซ้อนทุกรายการ และโดนทะลวงแนวรับยับเยินร่วมๆ 7 เม็ดชนิดที่ยิงคืนไม่ได้เลยสักลูก ยิ่งไปกว่านั้นสถานการณ์ในกลุ่ม แอล ของ “ปีศาจแดง” กับตัวแทนจากคาซัคฯ ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว อีกฝั่งเข้ารอบชัวร์ ขณะที่อีกด้านตกรอบร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นน่าจะเป็นแมตช์ที่ไร้ความกดดันสำหรับทั้งคู่ และเป็นทางด้านทีมเยือนที่จะบุกชนะไม่ยากเย็น ฟันธง ต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด เผด็จศึก

—————— รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

อัสตานา (4-4-2) : เนนัด เอริช – อันโตนิโอ รูคาวิน่า, เยฟเกนี่ ปอสต์นิคอฟ, ยูริ ล็อกวิเนนโก้, ดมิทรี ชอมโก้ – อับซัล เบย์เซเบคอฟ, ยูริ เปิร์ตซุคห์, อิวาน มาเยฟสกี้, ดอริน โรตาริอู – มาริน โทมาซอฟ, เซอร์เก คิซห์นิเชนโก้

เทรนเนอร์ : โรมัน กรีกอร์ชุค

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ลี แกรนท์ – อีธาน แลร์ด, อักเซล ตวนเซเบ้, ดิชอน เบอร์นาร์ด, ลุค ชอว์ – เจมส์ การ์เนอร์, ดีแลน เลวิทท์ – เจสซี่ ลินการ์ด, แองเจล โกเมส, ทาฮิธ ชอง – เมสัน กรีนวู้ด

เทรนเนอร์ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

วิเคราะห์ปม ลิเวอร์พูล เจ๊า นาโปลี

ลิเวอร์พูล ยังคงรักษามาตรฐานในการเข้ารอบแบบยากเย็นแสนเข็นต่อไป ล่าสุดเปิดรังแอนฟิลด์ เสมอ นาโปลี 1-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มอี นัดห้า เมื่อวันพุธที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาต้องไปวัดการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในเกมเยือน เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก
นาโปลี กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มตกสุดขีด แต่เมื่อไหร่ที่ดวลกับ “เดอะ เร้ดส์” พวกเขามักจะเล่นดีเสมอ และเกมนี้ก็เช่นกัน เมื่อ “อัซซูร่า” ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก ดรีส์ เมอร์เท่นส์ แต่กระนั้นเจ้าบ้านก็มาได้ประตูตีเสมอจาก เดยัน ลอฟเรน ในช่วงกลางครึ่งหลัง
แม้ว่าโดยรวมแล้ว ลิเวอร์พูล จะครองเกมได้เหนือกว่าผู้มาเยือน แต่ดูเหมือนฟอร์มของพวกเขาค่อนข้างจะฝืดๆ โดยเฉพาะเกมรุกเพราะสามประสาน ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ฟอร์มค่อนข้างมีปัญหา และนี่คือสิ่งที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องพยายามหาทางแก้ปัญหาเป็นการด่วน หากอยากยืดอายุการป้องกันแชมป์โทรฟี่ “บิ๊กเอียร์” ต่อไป

1. ซาลาห์ ยังไม่เพอร์เฟกต์
หลังจากไม่ได้ลงเล่นในเกมเฉือน คริสตัล พาเลซ แน่นอนว่าแมตช์นี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หมายมั่นปั้นมือที่จะเรียกฟอร์มเก่งกลับมาเพื่อช่วยให้ “หงส์แดง” คว้าชัยชนะ และตีตั๋วเข้าไปเล่นในรอบน็อกเอาต์ทันที แต่กลายเป็นว่าฟอร์มของ “บังโม” ยังไม่แจ่มจัดปลัดบอกในเกมนี้
“คิง ออฟ อียิปต์” ลงเล่นต้นเกมด้วยการยืนเป็นแนวรุกริมเส้นฝั่งขวา โดยหวังจะปั่นป่วน คาลิดู คูลิบาลี่ แต่กลายเป็นว่าเจ้าตัวไม่สามารถกดดัน กองหลังทีมชาติเซเนกัล ได้เลย ที่สำคัญ คูลิบาลี ยังเป็นกำแพงเหล็กจัดการกับเกมบุก “เดอะ เร้ดส์” จนซ่าไม่ออก และยังสกัดบอลจากเส้นประตูจากการยิงของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ช่วยเซฟ “อัซซูร่า” ได้อย่างเหลือเชื่อ
ช่วงครึ่งหลัง คล็อปป์ ปรับหมากขยับ ซาลาห์ เข้าไปยืนตรงกลาง โดยให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เล่นริมเส้น เพื่อหมายจะใช้ความเร็วของ ซาลาห์ ในการเจาะเกมตรงกลาง แต่ สตาร์ดังทีมชาติอียิปต์ ก็ไม่สามารถทำผลงานเป็นชิ้นเป็นอันได้เลย
มีอยู่จังหวะหนึ่งที่ ซาลาห์ พยายามสลัดการประกบของ คูลิบาลี่ และโดนทั้งกระชากแขนกระชากคอ แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้เลย ฉะนั้นในแมตช์นี้ต้องยอมรับว่า “โม ซาลาห์” ยังเล่นได้ไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานที่เขาสร้างเอาไว้ตามที่สาวก “เดอะ ค็อป” คาดหวัง

2. ลอฟเรน ฟอร์มโดดเด่น
นับตั้งแต่ที่ โฌแอล มาติป ได้รับบาดเจ็บและอยู่ในชีวงพักฟื้นร่างกาย เดยัน ลอฟเรน ได้รับโอกาสจาก คล็อปป์ ให้ลงประสานงานคู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ซึ่งแน่นอนว่าแฟนบอล “เดอะ เร้ดส์” คงรู้สึกใจหายใจคว่ำเพราะหวั่งว่า ดาวเตะชาวโครแอต จะปล่อยทีเด็ดทำทีมพัง….
ไปๆ มาๆ ลอฟเรน ทำผลงานได้ดีในระดับเกิดความคาดหวังเลยทีเดียว โดยในช่วงหลายเกมที่ลงสนาม สามารถเล่นได้เข้าขากับ ฟาน ไดค์ และมีส่วนในการช่วยทีมป้องกันจังหวะสำคัญอยู่บ่อยๆ แถมในส่วนเกมรุก ก็มักจะขึ้นมาช่วยทีมเวลาที่ได้ลูกฟรีคิก หรือเตะมุม
แมตช์กับ นาโปลี นั้น ลอฟเรน ทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว โดยสามารถจัดการกับเกมรุกที่เร็วจี๊ดจ๊าดของ นาโปลี ได้อยู่หมัด ที่สำคัญยังมีส่วนในการทำให้ “หงส์แดง” แบ่งแต้มในแมตช์นี้ จากการขึ้นไปช่วยทีมกดดันคู่แข่งในจังหวะเตะมุม และนำไปสู่ประตูตีเสมอได้สำเร็จ
ตอนนี้คงต้องยอมรับว่า ลอฟเรน สามารถทำหน้าที่ได้น่าประทับใจ และในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น การไว้วางใจ ปราการเหล็กจากโครเอเชีย น่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด

3. “หนุ่มอ็อกซ์” ช่วยเปลี่ยนเกม
หลายคนคงต้องข้อสงสัยทำไม คล็อปป์ ถึงจัดทีมแปลกๆ ด้วยการส่ง โจ โกเมซ มายืนแบ็กขวาแทน เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ซึ่งผลงานในครึ่งแรกแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นายใหญ่ชาวเยอรมัน คิดผิดมหันต์กับการวางหมากแบบนี้
ขณะเดียวกันการให้ เจมส์ มิลเนอร์ ยืนตรงกลางไม่สามารถประสานงานกับ ฟาบินโญ่ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้เลย แถมยิ่งดวงแตกเข้าไปอีกเมื่อทีมต้องมาเสีย “หมอปลา” ตั้งแต่ต้นเกม ทำให้ต้องส่ง จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ลงมาเล่น แต่แดนกลางก็ยังคงเล่นไม่เข้าขา ทำให้ตกเป็นรองแผงมิดฟิลด์ทีมเยือน
แน่นอนว่าเกมนี้ตลอด 57 นาที แผงกลางของ “หงส์แดง” ขาดการบุกที่ดุดัน และสร้างสรรค์ แถมจังหวะการผ่านบอลสวยๆ ก็ไม่ค่อยดี จนกระทั่ง คล็อปป์ ตัดสินใจถอด โกเมซ ออก และส่ง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลงมาทำให้กองกลางเจ้าบ้านกลับมาครองเกมเหนือกว่าทันตาเห็น
ตลอดระยะเวลาที่ แชมเบอร์เลน ลงสนาม สามารถประสานงานกับ “เฮนโด้” และ ไวจ์นัลดุม ได้เป็นอย่างที่ โดยเฉพาะความดุดันและความเร็วของเขาจัดการเกมรับ นาโปลี ได้ตลอด ที่สำคัญก็คือการใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการทะลุทะลวงเข้าไปในกรอบเขตโทษ
ฉะนั้นหากคิดกันเล่นๆ ถ้า คล็อปป์ เลือกส่ง แชมเบอร์เลน ลงสนามตั้งแต่ต้นเกม หรืออาจจะส่งมาแทน ฟาบินโญ่ ที่บาดเจ็บ สถานการณ์ของ “หงส์แดง” อาจจะดูดีกว่านี้ แต่ในเมื่อย้อนอดีตไม่ได้ ฉะนั้นในแมตช์ต่อไป คล็อปป์ ควรให้โอกาส “หนุ่มอ็อกซ์” ได้ “โชว์ของ” มากกว่านี้

4.. เครียดแน่ขาด ฟาบินโญ่
ตอนนี้ ลิเวอร์พูล อยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ เมื่อเห็น ฟาบินโญ่ เดินออกจากสนามตั้งแต่ต้นเกมด้วยอาการบาดเจ็บ และงานนี้ต้องลุ้นหนักว่า สตาร์ชาวบราซิเลียน จะต้องพักนานแค่ไหน
จริงๆ แล้วเกมนี้นอกจาก ฟาบินโญ่ ได้รับบาดเจ็บแล้ว ฟาน ไดค์ ก็เกือบเดี้ยงเช่นกัน แต่เดชะบุญที่ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติฮอลแลนด์ เจ็บไม่มากสามารถเล่นต่อได้ แต่ “หมอปลา” ไม่ใช่แบบนั้น เนื่องจากเขาต้องเดินกระโผลกกระเผลกออกจากสนาม
ฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าแฟนบอล “หงส์แดง” รู้สึกกังวลมากแค่ไหนหากไม่มี ดาวเตะหมายเลข 3 ลงเล่น เพราะตอนนี้หากเลือกหนึ่งในนักเตะที่ ลิเวอร์พูล ขาดไม่ได้ ชื่อของ ฟาบินโญ่ ต้องลอยขึ้นมาทันที ดังนั้นสาวก “เดอะ ค็อป” คงต้องภาวนาให้ ฟาบินโญ่ แค่มีอาการบวกหรือข้อเท้าบิด มากกว่าเอ็นเสียหาย !!
สำหรับในเกมพรีเมียร์ลีก พบ ไบรท์ตัน วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายนี้ แน่นอนว่า “เดอะ เร้ดส์” ไม่มี ฟาบินโญ่ ลงสนามเนื่องจากติดโทษแบน ซึ่งก็คือว่าเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้พักร่างกาย เพราะต้นเดือนธันวาคม ทีมต้องเจอโปรแกรมโหด ทั้งทำศึกดาร์บี้แมตช์พบ เอฟเวอร์ตัน ตามด้วย บอร์นมัธ และเยือน เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ซึ่งเป็นเกมสำคัญตัดสินการเข้ารอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก

5. ลุ้นเหนื่อยที่ซัลซ์บวร์ก
สำหรับผลการแข่งขันในการเปิดบ้านเสมอ นาโปลี ทำให้ ลิเวอร์พูล ยังต้องเหนื่อยหนักในการลุ้นเข้ารอบเข้า 16 ทีมสุดท้าย เพราะการไปเยือนเมืองซัลซ์บวร์ก ประเทศออสเตรีย เป็นสถานการณ์ที่หินสุดๆ สำหรับลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์
แม้ว่า ลิเวอร์พูล จะต้องการเพียงแค่ 1 คะแนนในการเยือน เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก เพื่อเข้าไปป้องกันแชมป์ถ้วยใบโตยุโรป ขณะที่ นาโปลี น่าจะตีตั๋วเข้ารอบน็อกเอาต์เนื่องจากพวกเขามีคิวรับมือ นาโปลี ที่เมืองเนเปิ้ลส์ และโอกาสคว้า 3 คะแนนมีค่อนข้างสูงเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
หากมองตามหน้าเสื่อและชื่อชั้นแน่นอนว่า ลิเวอร์พูล เป็นทีมเต็งที่จะชนะ ซัลซ์บวร์ก แต่อย่าลืมว่าคู่แข่งจากออสเตรีย เป็นของแสลงของ “หงส์แดง” เช่นกัน เพราะเกมแรกพวกเขาต้องหืดจับกว่าจะชนะด้วยสกอร์ 4-3 (นำไปก่อน 3-0 และโดนตีเสมอ 3-3)
ที่สำคัญลิเวอร์พูลต้องจับตา โดมินิค โซบอสไล, ฮวาง อี ชาน, ทาคูมิ มินามิโนะ และ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ เอาไว้ให้ดี เพราะหากพลาดแม้แต่เสี้ยววินาที งานนี้ “หงส์แดง” อาจจะน้ำตาตกได้

แกรี่ ผิดหวัง สองฝีเท้าผีสุดห่วย

แกรี่ เนวิลล์ ออกโรงสับ เฟร็ด กับ อันเดรียส เปเรยร่า 2 มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบรุนแรงด้วยการบอกว่าทั้งคู่ไม่ดีพอที่จะเล่นให้แม้กระทั่งทีมในระดับกลางตารางคะแนน พร้อมชี้ ผิดหวังกับแนวทางการเล่นในช่วงครึ่งแรกของ “ปีศาจแดง” ในเกมที่เจ๊ากับ เชฟฯ ยูไนเต็ด ด้วย
แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตำหนิ เฟร็ด กับ อันเดรียส เปเรยร่า 2 มิดฟิลด์ “ปีศาจแดง” อย่างหนักว่าฝีเท้าแย่มากจนไม่เหมาะจะเล่นให้ทีมระดับกลางตารางคะแนนด้วยซ้ำ หลังจากทั้งคู่ทำผลงานได้น่าผิดหวังในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ทีมของพวกเขาออกไปเสมอกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 3-3 ที่สนาม บรามอลล์ เลน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
นัดดังกล่าว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกใช้งานทั้ง เฟร็ด และ เปเรยร่า เป็นคู่กองกลางตัวจริง หลังจาก ปอล ป็อกบา ยังไม่หายขาดจากอาการเดี้ยงตรงข้อเท้า ส่วน สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่ทำผลงานได้โดดเด่นตลอดช่วงที่ผ่านมาก็ลงช่วยทีมไม่ไหว ซึ่ง 2 มิดฟิลด์สัญชาติบราซิลต่างก็เล่นได้แย่จนทำให้ทีมชวดได้ 3 คะแนน
เนวิลล์ คนพี่ เผยว่า “ผมผิดหวังกับฟอร์มโดยรวมในเกมเยือนของพวกเขา และแนวทางที่พวกเขาลงเล่นในเกมนี้ ระบบในด้านเกมรับมันไม่ได้ผลเลยจากการที่พวกเขาใช้แนวหลังถึง 5 คนในช่วงครึ่งแรก มันดูเหมือนว่าฝั่งหนึ่งรู้ว่าต้องเล่นยังไง (หมายถึง เชฟฯ ยูไนเต็ด) ส่วนอีกฝั่งไม่รู้เลยว่าต้องเล่นยังไง (หมายถึง แมนฯ ยูไนเต็ด)”
“ผมจะไม่พูดถึงกองกลางหรอกนะ (เป็นการพูดเชิงประชด) เพราะว่า เฟร็ด กับ เปเรยร่า ไม่ใช่กองกลาง พวกเขาไม่คู่ควรกับการเป็นกองกลางให้แม้กระทั่งทีมในระดับกลางตารางคะแนนด้วยซ้ำ ดังนั้นยิ่งการเป็นกองกลางให้หนึ่งในทีมที่ใช้เงินมากที่สุดของทวีปยุโรปยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย แต่พวกเขา (หมายถึง แมนฯ ยูไนเต็ด) ก็มีปัญหาด้านอาการบาดเจ็บ และมีปัญหาในตำแหน่งนี้ตั้งแต่ก่อนลงเล่นน่ะนะ”

บาร์ซ่า ไร้ปัญหา พร้อมเปิดบ้านล่าดอร์ทมุนด์

————- ศึกฟุตบอล ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอฟ บาร์เซโลน่า เจ้าบ้าน เปิดคัมป์ นู ต้อนรับการมาเยือนของ เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เกมเริ่มเวลา 3.00น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————- บาร์เซโลน่า เก็บชัยถึง 3 เกมติดต่อกัน แต่เกมล่าสุดบุกเฉือนนะเลกาเนสหืดจับ 2-1 ส่วนสถานการณ์ในรายการนี้ยังวางใจไม่ได้ จึงต้องก้มหน้าก้มตาเก็บชัยให้ได้ทุกนัด ทางด้านความพร้อม ยังคงไม่มี จอร์ดี้ อัลบา แบ็คซ้ายและแบ็คขวา เนลสัน เซเมโด้ที่ควงแขนเดี้ยง แต่จะได้ เซร์กี้ โรแบร์โต้ พ้นโทษแบนกลับมายืนแบ็คขวา ส่วน เกลม็องต์ ล็องเลต์ เจ็บระหว่างเกมลีกนัดล่าสุด ทว่าน่าจะผ่านความฟิตงลงช่วยทีม ประสานงานกับ ซามูแอล อุมตีตี้ เนื่องจาก เคราร์ด ปีเก้ ติดโทษแบน ส่วนแนวรุกจัดเต็ม หลังจาก หลุยส์ ซัวเรซ ฟิตกลับมา ประสานงานกับ ลีโอเนล เมสซี่ กับ อองตวน กรีซมันน์

————— ลูเซียง ฟาฟร์เทรนเนอร์ ดอร์ทมุนด์ ก็ยังมีลุ้นเข้ารอบเต็มตัว โโยตามหลังบาร์ซ่า เพียงแต้มเเดียว แต่วันนี้จะไม่มี ปาโก้ อัลกาเซร์ กองหน้าตัวหลักที่เจ็บระหว่างเกมเสมอ พาเดอร์บอร์น 3-3 จึงน่าจะขยับ มาร์โก้ รอยส์ ขึ้นมายืนหน้าเป้า ขณะที่ จูเลี่ยน บรันดท์ กับ อัชราฟ อาคิมี่ มีลุ้นกลับมาเป้นตัวจริง หลังจากเป็นตัวสำรองในเกมลีกนัดที่ล่าสุด ทางด้าน ธอร์เก้น อาซาร์ ก็มีลุ้นสอดแทรก แต่ต้องระวังหากโดนอีกเหลืองจะติดโทษแบนเกมต่อไป

————— เรตราคาเปิดมาเจ้าบ้าน บาร์เซโลน่า เป็นต่อ 1 ลูก เจอกันช่วงเวลานี้ ดอร์ทมุนด์ เป็นรองเยอะ เพราะฟอร์มตกพอดี หลังจากเสียไป 7 ลูกในรอบ 5 เกมหลัง ขนาดเกมล่าสุดในบ้านก็ทำได้แค่เสมอพาเดอร์บอร์น 3-3 ดังนั้นยกพลเจอคู่ต่อสู้ระดับบาร์ซ่า เชื่อว่า “เสือเหลือง” รอดยาก อีกทั้งเจ้าบ้านเริ่มเข้าที่เข้าทาง ถึงแม้มีบางเกมเล่นกันแบบหืดจับ ทว่าก็เอาตัวรอดได้ โดยเฉพาะเกมใหญ่แบบนี้ฝั่งทีมจากสเปนไม่ค่อยพลาด แถมอาคันตุกะมีสุิติที่ยอดเยี่ยมในรายการนี้ กับสถิติไร้พ่าย 16 เกมติดบ่งบอกได้ ขณะที่ดอร์ทมุนด์ เก็บชัยได้เพียง 2 จาก 6 เกมที่ผ่านมา ราคา 1 ลูก วางบอลต่อ

—————- รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเก้น ; เซร์กี โรเบร์โต้, ซามูแอล อุมตีตี้, เกลม็องต์ ล็องเลต์, จูเนียร์ เฟียร์โป ; อาตูร์, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, เฟร็งกี้ เดอ ยองก์ ; ลีโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อองตวน กรีซมันน์

ดอร์ทมุนด์ (4-2-3-1) : โรมัน บูร์กี้ ; ลูกัส พิสเซ็ค, มานูเอล อคานยี่, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, ราฟาแอล เกร์เรโร่ ; อั๊กเซล วิตเซิ่ล, จูเลี่ยน ไวเกิ้ล ; ยาดอน ซานโช่, จูเลี่ยน บรันดท์, อัชราฟ อาคิมี่ ; มาร์โก้ รอยส์

หงส์รอเฮ ถ้าชนะการันตีแชมป์กลุ่ม ซาลาห์ พร้อมบู๊ ล้างตา นาโปลี

————— ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี คืนนี้ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่ารายการนี้จากฤดูกาลก่อน จะเปิดแอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือน ของ นาโปลีแข่งขันกันในเวลา 3.00 น. ถ่ายทอดสด ผ่าน เว็บ DAZN Thailand ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

—————- เจอร์เก้น คล็อปป์กุนซือ ลิเวอร์พูล พาทีมชนะเกงค์ 2-1 ในนัด 4 ก่อนชนะคริสตัล พาเลซด้วยสกอร์เดียวกัน เป็นการคว้าชัย 5 นัดติด สภาพทีมเกมนี้ คล็อปป์จะยังไม่มี โจแอล มาติป และ เซอร์ดาน ชากิรี่ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนหมือนเดิม นอกจากนั้นไม่มีปัญหาอะไรเพิ่มเติม ส่วน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ได้พักเมื่อสุดสัปดาห์ เพราะมีอาการบาดเจ็บรบกวนเล็กน้อย ก็น่าจะคัมแบ็กตามปกติ

—————– ด้าน คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือจอมเก๋าของนาโปลีพาทีมเสมอซัลซ์บวร์ก 1-1 ในนัด 4 ก่อนเสมอเอซี มิลาน 1-1 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่ชนะมา 5 เกมแล้ว ความพร้อมเกมนี้ ”อันเช่” จะไม่มี ลอเรนโซ่ อินซินเย่, เควิน มัลคุยต์ และ อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค ที่บาดเจ็บทั้งหมด ส่วนแกนหลักประจำทีมรายอื่นๆ อย่าง คอสตาส มาโนลาส, คาลิดู คูลิบาลี่, อัลลัน, ฟาเบียน รูอิซ, เออร์วิง โลซาโน่ และ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ สามารถลงประจำการได้ตามปกติ

—————— ราคาเปิดมา ลิเวอร์พูล ต่อ 1-1.5 (ลูกควบลูกครึ่ง) ถือว่าสูงมาก แม้นาโปลีจะขาดตัวหลักก็ตาม เกมนี้น่าจะเป็นเกมที่ยากอีกเกมของลิเวอร์พูล นาโปลี จะเน้นตั้งรับเหนียวแน่น และรอสวน โดยมีตัวทีเด็ด อย่าง ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ซึ่งน่าจะเล่นงานแนวรับลิเวอร์พูลได้พอสมควร ดูแล้วไม่น่าแพ้ยับแน่นอน ฟันธง รองนาโปลี มีแต่ได้

—————— รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซอน เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เดยัน ลอฟเรน, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
เทรนเนอร์ : เจอร์เก้น คล็อปป์

นาโปลี (4-4-1-1) : อเล็กซ์ เมเร็ต – โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่, คอสตาส มาโนลาส, คาลิดู คูลิบาลี่, เอลเซอิด ฮีซาย – โฆเซ่ กาเยฆอน, อัลลัน, เอลิฟ เอลมาส, ฟาเบียน รูอิซ – เออร์วิง โลซาโน่, ดรีส์ เมอร์เท่นส์
เทรนเนอร์ : คาร์โล อันเชลอตติ

ผู้ตัดสิน : การ์ลอส เดล เซร์โร่ (สเปน)

รวมตัว อำลา ส่งโปเช็ตติโน่

สื่อผู้ดีเผยบรรดานักเตะสำคัญของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ตัดสินใจรวมตัวกันเพื่อเดินทางไปที่บ้านพักของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ นายเก่าเลือดอาร์เจนไตน์ เพื่อกล่าวคำอำลาเขาอย่างเป็นทางการ หลังจากที่โดนไล่ออกแบบฟ้าผ่า
บรรดาสตาร์สำคัญ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เดินทางไปที่บ้านพักของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์เพื่อไปกล่าวคำอำลาเจ้านายเก่า หลังจากโดนไล่ออกแบบฟ้าผ่าเมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน จากการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อดังในประเทศอังกฤษ
โปเช็ตติโน่ สร้างผลงานสุดอลังการด้วยการนำ สเปอร์ส ทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา (แพ้ ลิเวอร์พูล) อย่างไรก็ตามในซีซั่นปัจจุบัน “พอช” ผลงานกลับตาลปัตรโดยในพรีเมียร์ลีก นำทีมชนะเพียง 3 แมตช์จาก 12 เกม สุดท้ายโดนปลดทิ้งอย่างน่าเจ็บปวด
หลังจากนั้นเพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง สเปอร์ส แต่งตั้ง โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามานั่งเก้าอี้ในถิ่นท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม โดยในช่วงเวลาดังกล่าว “พอช” ยังไม่ได้กล่าวคำอำลาลูกทีมเลยเนื่องจากในเวลานั้นเป็นช่วงที่พักเบรกทีมชาติพอดิบพอดี และเขาทำได้เพียงแค่เขียนข้อความเอาไว้บนบอร์ดวางแผนการเล่นภายในห้องแต่งตัวเท่านั้น
ล่าสุด “เดอะ ซัน” ออกมาเปิดเผยว่า การที่ โปเช็ตติโน่ โดนไล่ออกแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้เหล่านักเตะสำคัญของ สเปอร์ส ตัดสินใจเดินทางไปที่บ้านพักของ อดีตกองหลังทีมชาติอาร์เจนตินา เพื่อที่จะกล่าวคำอำลาเขาอย่างเป็นทางการ

หงส์เดินหน้าลุ้นสามแต้มต่อเนื่อง ซาลาห์,ร็อบโบ้ ไม่ชัวร์ บุกรัง พาเลซ

————- ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คืนวันนี้ ปราสาทเรือนแก้ว คริสตัลพาเลซ เปิดรัง เซลเฮิร์ส ปาร์ค รับการมาเยือนของ จ่าฝูง ไร้พ่าย หงส์แดง ลิเวอร์พูล แข่งขันกันในเวลา 22.00 น. ถ่ายทอดสด : True Premier HD 2 ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————- รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือวัยดึกของ ดิ อีเกิลส์ พาทีมไม่ชนะในลีกมา 4 เกมติดต่อกันโดยได้แค่แต้มเดียวอันดับหล่นจากท็อปเทนมาอยู่ที่ 12 แล้ว โดยก่อนเกมทีมชาติ พาเลซ ออกไปแพ้ เชลซี สบาย 0-2 เจ้าบ้านจะต้องทดสอบความฟิตของ วิลฟรีด ซาฮา ตัวรุกคนสำคัญที่มีอาการเจ็บเท้ารบกวนอยู่ อีกคนหนึ่งก็คือ โจเอล วอร์ด ปราการหลังเจ็บที่โคนขาหนีบ จะต้องทดสอบความฟิตเช่นกัน

————— ทางฝั่งทีมเยือน เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ หงส์แดง ทีมจ่าฝูงมีสถิติ ชนะ 11 เสมอ 1 ยังคงไร้พ่ายไม่แพ้ทีมใดเลยในฤดูกาลนี้ ทิ้งอันดับ 2 อย่าง เลสเตอร์ ถึง 8 แต้ม นำโด่งอยู่ในขณะนี้ ก่อนเกมทีมชาติ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนฯ ซิตี้ ได้ 3-1 ยิ่งตอกย้ำความเป็นเต็ง 1 ทว่านัดนี้มีผู้เล่นบาดเจ็บพอสมควรเลย ในเกมรับ โจเอล มาติป เจ็บเข่าเล่นไม่ได้แน่ๆ ส่วน โจ โกเมซ (ขา) และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (ข้อเท้า) จะต้องลุ้นความฟิตกันก่อน ขยับไปที่กลางกับหน้าทีมจะต้องลุ้นความฟิตของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (ป่วย) และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ข้อเท้า) ก่อนอีกด้วย ซึ่งถถ้าหากซาลาห์ไม่พร้อมก็ต้องมาดูว่า คล็อปป์ จะใช้งาน เซอร์ดาน ชากิรี่ ที่เพิ่งหายเจ็บมาหรือไม่

—————— ราคาเปิดมา ลิเวอร์พูลต่อ 1-1.5 (ลูกควบลูกครึ่ง) ถือว่า ไม่สูงมากนัก แต่ดูแล้วไม่ใช่งานง่ายแน่ๆ สำหรับ สนามแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลิเวอร์พูลที่มีปัญหาตัวผู้เล่นบาดเจ็บ ดังนั้นมองแล้ว รองเจ้าบ้านน่าจะพอยันไหวดีไม่ดีอาจจะ เสมอได้ด้วยซ้ำ ฟันธง รอง คริสตัล พาเลซ เด็ดแน่นอน

—————- รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
คริสตัล พาเลซ (4-5-1) : บิเซนเต้ กัวอิต้า – โจเอล วอร์ด, เจมส์ ทอมกิ้นส์, แกรี่ เคฮิลล์, พาทริก ฟาน อานโฮลท์ – แอนดรอส ทาวน์เซนด์, ชีกู กูยาเต้, ลูก้า มิลิโวเยวิช, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, วิลฟรีด ซาฮา – จอร์แดน อายิว
ผู้จัดการทีม : รอย ฮ็อดจ์สัน

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซอน เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เดยัน ลอฟเรน, เวอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – เซอร์ดาน ชากิรี่, โรเบอร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์
ผู้ตัดสิน : เควิน เฟรนด์

มูรินโญ่ ประกาศลั่น!!! แข้งตัวนี้ยังไงก็ไม่ขาย

เดอะ การ์เดี้ยน สื่อของอังกฤษ ระบุ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือป้ายแดงของ สเปอร์ส บอกกับ แดเนี่ยล เลวี่ บิ๊กบอสของทีมว่าห้ามปล่อย แฮร์รี่ เคน ไม่ว่าจะได้ค่าตัวเยอะแค่ไหน โดย มูรินโญ่ มองว่า เคน มีความสำคัญมากๆ และในการคุมทีมซ้อมมื้อแรกเขาก็เข้าไปคุยกับดาวยิงชาวอังกฤษแบบตัวต่อตัวด้วย
โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมคนใหม่ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แจ้งกับ แดเนี่ยล เลวี่ ประธานของทีมว่าห้ามขาย แฮร์รี่ เคน กองหน้าคนเก่งของทีมเด็ดขาด ตามรายงานของ เดอะ การ์เดี้ยน สื่อชื่อก้องของเมืองผู้ดี
เคน ได้รับการยกย่องจากหลายคนว่าเป็นหนึ่งในหัวหอกที่เก่งที่สุดของโลกในปัจจุบัน หลังจากเขายิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำตั้งแต่ฤดูกาล 2015-16 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม พักหลังมันก็เริ่มมีการลือกันแล้วว่าเขาไม่พอใจที่ สเปอร์ส ไม่ได้แชมป์รายการอะไรเลยตลอดช่วงที่ผ่านมา จนอาจจะเลือกย้ายทีมเพื่อไปหาความสำเร็จกับที่อื่น
อย่างไรก็ตาม มูรินโญ่ ก็มองว่า เคน มีความสำคัญกับแผนการทำทีมของเขามากๆ จนบอกกับ เลวี่ เลยว่าห้ามขายแข้งวัย 26 ปี ไม่ว่าจะได้ค่าตัวเท่าไหร่ก็ตาม โดยในการนำทีมลงซ้อมครั้งแรกเมื่อวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานั้น หัวหอกทีมชาติอังกฤษยังเป็นหนึ่งในคนที่ มูรินโญ่ เข้าไปคุยด้วยแบบตัวต่อตัวเช่นกัน
ขณะที่อนาคตของ คริสเตียน เอริคเซ่น, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ และ ยาน แฟร์ต็องเก้น 3 ดาวเตะที่จะหมดสัญญากับทีมหลังจบฤดูกาลนี้นั้น ยังไม่มีความแน่นอน โดย ดิ เอ็กซ์เพรส บอกว่า มูรินโญ่ พร้อมปล่อยทั้งหมดออกจากทีม แต่ เดอะ มิร์เรอร์ อ้างว่ากุนซือชาวโปรตุกีสต้องการให้โอกาสนักเตะทุกคนได้พิสูจน์ตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะเอายังไงกับพวกเขาเหล่านั้น ซึ่งทั้ง เอริคเซ่น, อัลเดอร์ไวเรลด์ และ แฟร์ต็องเก้น ต่างก็สนใจที่จะทำงานร่วมกับ มูรินโญ่ ที่มีดีกรีได้แชมป์มาหลายรายการ

ผีแดงคว้าน้ำเหลว แมดดิสัน ไม่สนร่วมทีม

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่อแววคว้าน้ำเหลวในการล่าตัว เจมส์ แมดดิสัน จอมทัพ เลสเตอร์ ซิตี้ เพราะดูเหมือนตัวนักเตะอยากฝากอนาคตระยะยาวไว้ในถิ่น คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม
เจมส์ แมดดิสัน กองกลางคนเก่งของ เลสเตอร์ ซิตี้ มีแนวโน้มที่จะปฏิเสธโอกาสในการย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะเจ้าตัวต้องการที่จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัด ตามรายงานจาก แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อท้องถิ่นเมืองผู้ดี เมื่อวันพุธที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา
เชื่อกันว่า แมดดิสัน เป็นหนึ่งในแข้งเป้าหมายหลักที่ “ปีศาจแดง” อยากได้ตัวมาเสริมทัพ หลังจากที่เจ้าตัวกำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับต้นสังกัด โดยฤดูกาลนี้กดไปแล้วถึง 6 ประตู จากการลงเล่นให้ “จิ้งจอกสยาม” รวมทุกรายการ 13 นัด
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ ระบุว่า ดาวเตะทีมชาติอังกฤษวัย 22 ปี อยากจะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัด มากกว่าย้ายไปหาประสบการณ์แปลกใหม่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ปัจจุบัน แมดดิสัน ซึ่งย้ายมาจาก นอริช ซิตี้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018 เหลือสัญญาค้าแข้งในถิ่น คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ถึงปี 2023 โดยเจ้าตัวลงเล่นให้ เลสเตอร์ ไปแล้วทั้งสิ้น 51 นัด ทำได้ 13 ประตู