14/12/2019 04:33 AM
|
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ sbobet-online เรารับพนันกีฬาเอเชี่ยนแฮนดีแคพ และ คาสิโนออนไลน์แบบ ไลฟ์ดีลเลอร์
Highlights

ประกาศประชาสัมพันธ์จากทาง Sbobet-online.co
กรุณาอ่านก่อนโอนเงินทุกครั้ง >> คลิกอ่านที่นี่ <<

ท่านสามารถสมัครสมาชิกผ่านคอลเซ็นเตอร์ได้ที่เบอร์
092-267-0022 , 092-267-0044 , 092-267-0066, 092-267-0088
หรือ
สมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ที่นี่

แลมพาร์ด ชม แรชฟอร์ด ปั่นฟรีคิกได้สวยมาก

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี ออกปากชม มาร์คัส แรชฟอร์ด หัวหอก แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ยิงฟรีคิกได้อย่างสมบูรณ์แบบจนทำให้ทีมของตนแพ้ไป 1-2 พร้อมรับ “สิงโตน้ำเงินคราม” ทำได้ไม่ดีในบางด้านเหมือนกัน
แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี สโมสรดังของวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวชม มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยิงลูกฟรีคิกได้สุดยอด ในเกม คาราบาว คัพ รอบ 4 นัดที่ “สิงโตน้ำเงินคราม” แพ้อีกฝ่าย 1-2 คารัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันพุธที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา
เกมนี้ทีมเยือนนำก่อนจากลูกจุดโทษของ แรชฟอร์ด ในนาทีที่ 25 ก่อนที่เจ้าถิ่นจะตีเสมอได้จาก มิชี่ บาตชูอายี่ ในนาทีที่ 61 ซึ่งตอนนั้นมันดูเหมือนโมเมนตัมจะเข้าทาง เชลซี แต่แล้ว แรชฟอร์ด ก็มายิงลูกฟรีคิกสุดสวยระยะราว 30 หลา จนเป็นประตูชัยให้ “ปีศาจแดง” ในนาทีที่ 72
“ประตูของ แรชฟอร์ด มันพิเศษมากๆ มันเกิดขึ้นแบบคาดไม่ถึง มันเป็นการยิงด้วยเทคนิคที่ดี เป็นลูกยิงที่ยอดเยี่ยมของเขา ที่จริงก่อนหน้านั้นเรากลับมาเล่นในระดับตามปกติของตัวเองได้แล้ว และผมก็รู้สึกว่าเราครองเกมเอาไว้ได้ แถมเราก็เพิ่งส่ง เมสัน (เมาน์ท) กับ เปโดร (โรดริเกซ) ลงไปด้วย เพราะผมคิดว่าความสดของทั้งคู่จะช่วยเราได้ แต่พอพวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) ได้ประตูขึ้นนำ พวกเขาก็สามารถเล่นแบบรักษาสกอร์เอาไว้ได้ ซึ่งสุดท้ายพวกเขาก็ทำได้” แลมพาร์ด ระบุ
อดีตมิดฟิลด์คนดังยอมรับว่าทีมของตนทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไหร่เหมือนกัน “ในแง่ของจุดที่เราทำได้ไม่ดีน่ะนะ ในครึ่งแรกเราผ่านบอลกันได้เชื่องช้านิดหน่อย เมื่อต้องเจอกับคู่แข่งที่ใช้แนวรับ 5 คน และส่งกองหน้าลงเล่น 2 ราย โดยที่ทีมนั้นๆ มีระเบียบวินัยในการเล่นอย่างมากแล้วน่ะ คุณก็จะเล่นได้ยากเสมอถ้าคุณไม่สามารถทะลวงแนวรับของอีกฝ่าย, ไม่ทำการเคลื่อนที่มากพอ และไม่ผสมผสานการเล่นของคุณให้ดี อย่างเกมกับ นิวคาสเซิ่ล มันก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน (วันนั้น เชลซี ชนะ 1-0) ในครึ่งแรกเราทำพลาดแบบนั้นนิดหน่อย ส่วนในครึ่งหลังเราก็ไม่เฉียบคมพอ ที่จริงเราสร้างโอกาสทำประตูได้หลายครั้ง และเปลี่ยนเกมได้แล้ว ทุกอย่างมันดูสดใสมากๆ”

สิงห์จัดชิรูด์ ซัดผีชุดผสม คาราบาวคัพ

————- ศึกฟุตบอล คาราบาวคัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย บิ๊กแมตช์ ของรอบนี้อยู่ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ เชลซี รอรับการมาเยือนของ แชมป์หญ้าสวย แมนฯ ยูไนเต็ด แข่งขันกันในเวลา 3.05 น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————– แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี พาทีมเข้ารอบนี้ หลังชนะกริมสบี้ 7-1 ก่อนชนะเบิร์นลี่ย์ 4-2 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 7 นัดติด ความพร้อมเกมนี้ ”แลมพ์ส” ยังไม่มีทั้ง เอ็นโกโล่ ก็องเต้, รอสส์ บาร์คลี่ย์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ และ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ที่บาดเจ็บทั้งหมด ส่วนการจัดทัพก็น่าจะเปิดโอกาสให้พวกสำรองและดาวรุ่งได้ลงสนามกันอย่างเต็มที่เหมือนในรอบก่อน เช่น วิลลี่ กาบาเยโร่, รีซ เจมส์, มาร์ค กูเอฮี, บิลลี่ กิลมัวร์, เปโดร โรดริเกซ และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เป็นต้น

————– โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด พาทีมเข้ารอบนี้ หลังชนะจุดโทษรอชเดล ก่อนชนะนอริช ซิตี้ 3-1 ในเกมล่าสุด เป็นชัยชนะ 2 นัดติด ความพร้อมเกมนี้ โซลชายังไม่มีพวกที่เดี้ยงอยู่ก่อนทั้ง ปอล ป็อกบา, ลุค ชอว์, เนมานย่า มาติช และ อั๊กเซล ตวนเซเบ้ ส่วนการจัดทัพก็น่าจะเปิดโอกาสให้พวกสำรองและดาวรุ่งได้ลงสนามกันอย่างเต็มที่เหมือนในรอบก่อน เช่นเซร์คิโอ โรเมโร่, ฟิล โจนส์, มาร์กอส โรโฮ, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์, เจมส์ การ์เนอร์, เจสซี่ ลินการ์ด, ฆวน มาต้า และ เมสัน กรีนวู้ด

—————- เรตราคาเปิดมา เชลซี ต่อ 0.5 (ครึ่งลูก) ฟอร์มตอนนี้ในลีกถือว่ากลับมาดีทั้งคู่ แต่นัดนี้ จัดชุดผสมลงบู๊ อยู่ที่ว่าเด็กใครจะเจ๋งกว่ากัน นัดนี้เชลซีได้เล่นในบ้าน ประกอบกับ มีเกมรุกที่จัดจ้านกว่า เชื่อว่า จะสามารถเฉือนชนะไปได้ในที่สุด ฟันธง ต่อ เชลซี นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต

—————- รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามตัวจริง

เชลซี (4-3-3) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – รีซ เจมส์, คัวร์ท ซูม่า, มาร์ค กูเอฮี, มาร์กอส อลอนโซ่ – มาเตโอ โควาซิช, บิลลี่ กิลมัวร์, คริสเตียน พูลิซิช – เปโดร โรดริเกซ, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย
ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – อารอน วาน-บิสซาก้า, ฟิล โจนส์, มาร์กอส โรโฮ, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – เฟร็ด, เจมส์ การ์เนอร์ – เจสซี่ ลินการ์ด, ฆวน มาต้า, มาร์คัส แรชฟอร์ด – เมสัน กรีนวู้ด
ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ปืนใหญ่ เครียด 2 หัวหอกจะอำลาทีม

ถือเป็นเรื่องที่ทำเอาสาวก “เดอะ กันเนอร์ส” เครียดไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อล่าสุดมีข่าว อาร์เซน่อล ส่อแววเสียสองแข้งดาวดังประจำทีม ถ้าหากซีซั่นหน้าไม่ได้โชว์เพลงแข้งในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก
อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีแนวโน้มที่จะเสีย ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ อเลซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ สองกองหน้ากำลังสำคัญ ถ้าหากฤดูกาลนี้ไม่สามารถคว้าสิทธิ์ลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าได้ ตามรายงารจาก เดอะ เทเลกราฟ สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันอังคารที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา
ปัจจุบัน อาร์เซน่อล ลงไปเล่นในถ้วย ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เป็นฤดูกาลที่สามติดต่อกันแล้ว หลังจากที่ฤดูกาลก่อนพวกเขาจบอันดับห้าในลีก ด้วยการมีคะแนนตามหลัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมอันดับสี่ แค่แต้มเดียวเท่านั้น และผลงานจากสองเกมล่าสุดที่ออกไปพ่าย เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 0-1 และทำได้แค่เปิดบ้านเสมอ คริสตัล พาเลซ 2-2 ทำให้ฤดูกาลนี้ “ไอ้ปืนใหญ่” อาจจะหลุดจากกลุ่มท็อปโฟร์อีกครั้ง และนั่นทำให้ โอบาเมย็อง กับ ลากาแซ็ตต์ อาจจะเลือกอำลาถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ไปพร้อมๆ กันในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
ทั้งนี้ โอบาเมย็อง กับ ลากาแซ็ตต์ ถือเป็นสองกองหน้าที่มีผลงานคงเส้นคงวา โดยทั้งคู่ทำประตูให้ทีมรวมกัน 87 ลูก นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับทีม ซึ่งรายแรกย้ายมาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2018 ส่วนรายหลังย้ายมาจาก โอลิมปิก ลียง ช่วงซัมเมอร์ปี 2017

หงส์แดง จัดชุดเล็ก ลงฟัดปืน ถ้วยบาวคัพ

————– ศึกฟุตบอล คาราบาวคัพ คืนนี้เป็นการพบกันในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ลิเวอร์พูล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เปิดแอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล แข่งขันในเวลา 2.30 น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————— เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล พาทีมเข้ารอบนี้ หลังชนะเอ็มเค ดอนส์ 2-0 ก่อนเชือดสเปอร์ส 2-1 ในเกมลีกล่าสุด เป็นชัยชนะนัดที่ 4 ในรอบ 5 เกม ความพร้อมเกมนี้ คล็อปป์ยังไม่มี เซอร์ดาน ชากิรี่ ที่บาดเจ็บ ส่วน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สตาร์แนวรุกแม้จะมีอาการเจ็บข้อเท้ารบกวน แต่ยังไงก็ได้พักอยู่แล้ว เช่นเดียวกับแกนหลักรายอื่นๆ อีกหลายๆ คน สำหรับรายการนี้จะเป็นโอกาสของตัวสำรองและดาวรุ่งหลายรายที่จะได้โอกาสลงโชว์ฝีเท้ากันอย่างเต็มที่เหมือนในรอบก่อน แต่ในรายของ คียาน่า ฮูแฟร์ ไม่มีชื่อเกมนี้เพราะติดภารกิจลงเล่นฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ที่ประเทศบราซิล ซึ่งโอกาสอาจจะเป็นของ เนโค วิลเลี่ยมส์ ลงเสียบแทน ส่วนผู้รักษาประตูจะใช้บริการของ ควีวิน เคลเลอร์เฮอร์

—————- อูไน เอเมรี่ กุนซืออาร์เซน่อล พาทีมเข้ารอบนี้ หลังถล่มฟอเรสต์ 5-0 ก่อนเสมอคริสตัล พาเลซ 2-2 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 2 เกมแล้ว ความพร้อมเกมนี้ อูไนยังไม่มี รีส์ เนลสัน ที่เดี้ยงอยู่รายเดียว ส่วนการจัดทัพมีการปรับกระจุย ซึ่งแน่นอนว่า กรานิต ชาคา มิดฟิลด์กัปตันทีมที่กำลังเป็นประเด็นดราม่าตอนนี้ ก็จะถูกดร็อปไปโดยปริยาย เช่นเดียวกัน นี่จะเป็นโอกาสของพวกแข้งสำรองและดาวรุ่งหลายราย อารมณ์เหมือนในเกมยูโรปา ลีก ไม่ว่าจะเป็น เอคตอร์ เบเยริน, ชโคดราน มุสตาฟี่, ร็อบ โฮลดิ้ง, ลูกัส ตอร์เรร่า, เอมิล สมิธ โรว์, บูกาโย่ ซาก้า และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่

—————– เรตราคา ลิเวอร์พูล ต่อ 0.5-1 (ครึ่งควบลูก) นัดนี้จัดชุดผสมลงฟัดกันทั้งคู่ แต่ถ้าดูจากระบบ ความเข้าใจในเกมแล้ว ทางลิเวอร์พูลก็ยังดูดีกว่านิดๆ ประกอบกับได้เล่นในแอนฟิลด์ งานนี้เด็กๆ วิ่งถวายหัวกันแน่นอน ฟันธง ต่อ ลิเวอร์พูล คูลๆ ไปเลย

—————- รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามตัวจริง

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ควีวิน เคลเลเฮอร์ – เนโค วิลเลี่ยมส์, โจ โกเมซ, เซ็ปป์ ฟาน เดนเบิร์ก, เจมส์ มิลเนอร์ – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, อดัม ลัลลาน่า, นาบี เกอิต้า – ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์, เรียน บริวสเตอร์, เคอร์ติส โจนส์
ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

อาร์เซน่อล (4-2-3-1) : เอมิลิอาโน่ มาร์ติเนซ – เอคตอร์ เบเยริน, ชโคดราน มุสตาฟี่, ร็อบ โฮลดิ้ง, เซอัด โคลาซินัช – ลูกัส ตอร์เรร่า, โจ วิลล็อค – เอนส์ลี่ย์ เมทแลนด์-ไนล์ส, เอมิล สมิธ โรว์, บูกาโย่ ซาก้า – กาเบรียล มาร์ติเนลลี่
ผู้จัดการทีม : อูไน เอเมรี่

เบซิคตัส เตรียมส่ง คาริอุส คืนหงษ์แดง

ทาฟคิม สื่อของประเทศตุรกี ตีข่าว เบซิคตัส อยากยกเลิกสัญญายืมตัวของ ลอริส คาริอุส เร็วกว่ากำหนดในช่วงเดือนมกราคมนี้ หลังจากที่บิ๊กบอสของทีมในแดนไก่งวงอยากสร้างทีมขึ้นมาใหม่เพื่อที่จะได้กลับมามีผลงานที่ยอดเยี่ยม
เบซิคตัส สโมสรแกร่งแห่งศึก ซูเปอร์ลีก ตุรกี ต้องการยกเลิกสัญญายืมตัวของ ลอริส คาริอุส ผู้รักษาประตูที่ยืมมาจาก ลิเวอร์พูล และส่งเขากลับไปอยู่กับ “หงส์แดง” ในตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสอง ช่วงเดือนมกราคมนี้ ตามรายงานของ ทาฟคิม สื่อของแดนไก่งวง
ถึงแม้ในฤดูกาล 2017-18 คาริอุส จะเล่นได้ดีขึ้นกว่าซีซั่นก่อนหน้านั้น แต่เขาก็ยังไม่มีความคงเส้นคงวามากเท่าที่ควร โดยเฉพาะในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศที่เล่นพลาดจนทำให้ทีมแพ้ เรอัล มาดริด 1-3 ซึ่งนั่นก็ทำให้ในช่วงซัมเมอร์ของปี 2018 “หงส์แดง” ทุ่มเงินสูงถึง 66.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,538.4 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัว อลีสซง เบ็คเกอร์ นายทวารชาวบราซิเลียนเข้ามาเป็นมือ 1 ของทีมแทนที่เขา และส่งผลให้ คาริอุส ต้องมาซบ เบซิคตัส ด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี เพื่อหาโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริง
ทั้งนี้ นายด่านชาวเยอรมันมีทั้งชอตที่เล่นพลาดแบบน่าเหลือเชื่อ และชอตซูเปอร์เซฟในตอนที่เล่นกับ เบซิคตัส ถึงกระนั้น มันก็ยังถือว่าเขาเสียประตูเยอะในระดับหนึ่ง โดยซีซั่น 2018-19 แม้ว่า เบซิคตัส จะได้อันดับ 3 แต่ก็เสียประตูในลีก 46 ลูก จนทำให้ถือเป็นฤดูกาลที่ทีมเสียประตูในลีกมากที่สุด นับตั้งแต่ที่โดนยิงไป 49 หนในฤดูกาล 2012-13 ส่วนในซีซั่น 2019-20 เบซิคตัส ก็เสียไปแล้ว 12 ประตู จากการลงเล่นในลีก 9 นัด และปัจจุบันก็อยู่ที่ 8 ของตารางคะแนน
กระทั่งล่าสุด ทาฟคิม ก็แฉว่า อาห์เม็ต นูร์ เชบี่ ประธาน เบซิคตัส ต้องการสร้างทีมขึ้นมาใหม่ และ คาริอุส ก็อาจจะเป็นหนึ่งในคนที่โดนปล่อยออกจากทีม โดยทีมดังของแดนไก่งวงเล็งที่จะเอา ฟาบรี้ นายทวารชาวสแปนิชของ ฟูแล่ม ที่ตอนนี้ไปเล่นกับ เรอัล มายอร์ก้า แบบยืมตัว มาเป็นมือ 1 ของทีมแทน ซึ่งที่จริงมือกาววัย 31 ปี ก็เคยอยู่กับ เบซิคตัส ระหว่างปี 2016-18 เหมือนกัน

เมสซี่นำทัพ บาร์ซ่ารอขยี้ บายาโดลิด

———— ศึกฟุตบอล ลาลีกา คืนนี้ บาร์เซโลน่า เปิด คัมป์ นูต้อนรับการมาเยือนของ รีล บายาโดลิด ซึ่งทางเจ้าบุญทุ่มหวังเก็บชัยขึ้นรั้งจ่าฝูงในเกมนี้ โดยจะเริ่มแข่งขันกันในเวลา 3.15 น.ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————- เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือบาร์เซโลน่า จะไม่มี อุสมาน เดมเบเล่ ปีกฝรั่งเศสที่ติดโทษแบนเป็นเกมที่สอง รวมถึงต้องรอเช็กความฟิตของ เซร์จี้ โรเบร์โต้ มิดฟิลด์กับ ซามูแอล อุมตีตี้ เซนเตอร์ฮาล์ฟที่มีอาการเจ็บหัวเข่า กระนั้นก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดเมื่อยังมีขุมกำลังรายอื่นที่มีคุณภาพสูงพร้อมลงสนามอยู่แล้ว แนวรับ เคราร์ด ปีเก้ จะยืนคู่ปราการหลังตัวกลางร่วมกับ เกลม็อง ล็องเล่ต์ แบ็กขวาใช้ เนลซอน เซเมโด้ เเบ็กซ้ายยังเป็น จอร์ดี้ อัลบา แม้ จูเนียร์ ฟีร์โป้ จะหายเจ็บแล้วก็ตาม แดนกลางเป็นชุดใหญ่ เฟร็งกี้ เดอ ยอง, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ และ อาร์ตู เมโล่ ส่วนแนวรุกสามประสาน MSG เมสซี่, กรีซมันน์, หลุยส์ ซัวเรซ พร้อมลงเล่น

————– เซร์คิโอ กอนซาเลซ กุนซือ รีล บายาโดลิด ไร้ปัญหาในการจัดทัพเกมนี้ และน่าจะยึด11คนแรกชุดเดิมลงสนามเกือบทั้งหมด แบ็กโฟร์ มี โมฮาเหม็ด ซาลิซู ยืนคู่เซนเตอร์กับ กีโก้ โอลิบาส แบ็กซ้าย นาโช่ มาร์ติเนซ แบ็กขวา ฆาบี โมยาโน่ แดนกลาง ฆัวกิน เฟร์นานเดซ จะลงทำหน้าที่คุมเกมร่วม มิเชล เอร์เรโร่ ต่อไป ด้านเกมริมเส้น อันโตญิโต้ น่าจะเบียด ออสการ์ ปลาโน่ ลงยืนฝั่งขวา ส่วนซ้ายยังใช้งาน โตนี่ บีย่า คอยทะลุทะลวง คู่หน้าวาง เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า ลงล่าตาข่ายร่วมกับ เอเนส อูนาล ส่วนในรายของ เฟเด ซาน เอเมเตรีโอ ,ซานโดร รามิเรซ ฅรูเบน อัลการาซ,หลุยส์มี่ ซานเชซ และ ฆาบี ซานเชซ ยังมีอาการบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม

————— เรตราคา บาร์เซโลน่า ต่อ 2-2.5 (สองลูกควบสองลูกครึ่ง) สถิติไร้พ่าย 6 นัดซ้อน (ชนะ 3 เสมอ 3) ของเรอัล บายาโดลิด บอกเลยครับว่าไม่ได้มาเพราะโชคช่วยจริงๆแถมยิ่งเล่นดูเหมือนจะยิ่งเพิ่งความมั่นใจอีกด้วยซึ่งเกมนี้แหละคือเครื่องวัดฝีออย่างแท้จริงเพราะคู่แข่งในวันนี้ก็คือ บาร์เซโลน่า ทีมที่พร้อมคว้าชัยได้ทุกทีมหลังเข้าวินมา 6 นัดติดต่อกันทุกรายการจริงอยู่ที่ว่าเกมนี้มีโอกาสเก็บสามแต้มสูง แต่กับเรทราคานี้ ต้องบอกว่าสูงเกินไป รีล บายาโดลิดเองก็อยู่ในช่วงฟอร์มที่ดีเช่นกัน คงไม่โดนยิงขาดมากนัก ฟันธง รอง รีล บายาโดลิด ฟิตปั๋ง

—————- รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
บาร์เซโลน่า (4-3-3) มาร์ค อังเดร แทร์ ชเตเก้น-เนลซอน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็อง ล็องเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา-เฟร็งกี้ เดอ ยอง, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อาร์ตู เมโล่-ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อองตวน กรีซมันน์

เรอัล บายาโดลิด (4-4-2) จอร์ดี้ มาซิป-ฆาบี โมยาโน่(เปโดร ปอร์โร่), กีโก้ โอลิบาส, โมอาเหม็ด ซาลิซู, นาโช่ มาร์ติเนซ-อันโตญิโต้ (เปโดร ปอร์โร่), ฆัวกิน เฟร์นานเดซ, มิเชล เอร์เรโร่, โตนี่ บีย่า-เอเนส อูนาล, เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า

แมนฯ ซิตี้ ปรับทัพ ซัดเซาแธมป์ตัน คาราบาวคัพ

————- เกมคาราบาวคัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย แมนฯ ซิตี้แชมป์เก่ารายการนี้ เปิด เอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือน ของ เซาแธมป์ตัน แข่งขันเวลา 2.45 น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————– เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนฯ ซิตี้ พาทีมเข้ารอบนี้ หลังถล่มเปรสตัน 3-0 ก่อนอัดแอสตัน วิลล่าด้วยสกอร์เดียวกันในเกมลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 3 นัดติด ความพร้อมเกมนี้ เป๊ปจะไม่มีโอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, โรดรี เอร์นานเดซ, อายเมริค ลาปอร์กต์ และ ลีรอย ซาเน่ ที่บาดเจ็บทั้งหมด ส่วนแฟร์นันดินโญ่ แม้จะโดนไล่ออกมา แต่ยังพร้อมเป็นตัวเลือก เพราะโทษแบนไม่เกี่ยวกัน การจัดทัพก็แน่นอนว่า จะมีการปรับพอสมควรเหมือนในรอบก่อน เปิดโอกาสให้ดาวรุ่งและตัวสำรองในเกมล่าสุดได้โชว์ฝีเท้ากันเต็มที่

————— ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล กุนซือเซาธ์แฮมป์ตัน พาทีมเข้ารอบนี้ หลังถล่มพอร์ทสมัธ 4-0 ก่อนแพ้เลสเตอร์ 0-9 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการแพ้นัดที่ 3 ในรอบ 4 เกม ความพร้อมเกมนี้ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ลจะไม่มีมุสซ่า เฌเนโป และ เซดริก โซอาเรส ที่บาดเจ็บ ส่วนไรอัน เบอร์ทรานด์ แม้โดนไล่ออกมา แต่ยังเป็นตัวเลือก เพราะโทษแบนไม่เกี่ยวกัน แต่การจัดทัพเชื่อว่าน่าจะมีการปรับพอสมควรเหมือนในรอบก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้แข้งสำรองบางรายได้ลงโชว์ฝีเท้าบ้าง

—————- เรตราคา แมนฯ ซิตี้ ต่อ 2-2.5 (สองลูกควบสองลูกครึ่ง) ฟอร์มต่างกันราวฟ้ากับเหว ถึงแม้ แมนฯ ซิตี้จะใช้ตัวสำรองผสมลงไปบ้าง มองแล้วยังไง เซาแธมป์ตันก็ยากจะต้านทานจริงๆ นัดที่แล้วก็เพิ่งโดนเลสเตอร์ยำใหญ่ มาถึง 9-0 ดูแล้วรอดยาก อาจจะดูแพง แต่อยู่ฝั่งต่อสบายใจกว่าเยอะ ฟันธง ต่อ แมนฯ ซิตี้ ยิงขี้แตก

—————- ชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนามตัวจริง

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เคลาดิโอ บราโว – ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, จอห์น สโตนส์, อังเคลินโญ่ – ฟิล โฟเด้น, อิลคาย กุนโดกัน, ดาบิด ซิลบา – ริยาด มาห์เรซ, เซร์คิโอ อเกวโร่ ”กุน”, แบร์นาร์โด้ ซิลวา
ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

เซาธ์แฮมป์ตัน (3-4-2-1) : อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ – ยาน เบดนาเร็ค, แจ็ค สตีเฟ่นส์, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด – ยันน์ วาเลอรี่, เจมส์ วอร์ด-เพราส์, โอริโอล โรเมว, เควิน ดานโซ่ – สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง, โซฟิยาน บูฟัล – เชน ลอง
ผู้จัดการทีม : ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล

ควีนสปาร์ค เน้นเหนียว รับเบรนท์ฟอร์ด

———— ศึกฟุตบอล แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส จะเปิดรัง คิยาน ปรินซ์ ฟาวน์เดชั่น สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของเบรนท์ฟอร์ด แข่งขันเวลา 2.45 น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————- ควีนสปาร์ค ทีมอันดับ 7 ของกุนซือ มาร์ค วอร์เบอร์ตัน เพิ่งจะเปิดรังเจ๊าเดือด เร้ดดิ้ง 2-2 สำหรับความพร้อมของทีมก่อนลงสนาม ไม่มีรายงานตัวเจ็บหรือติดโทษแบนเข้ามารบกวนการวางหมากของ วอร์เบอร์ตัน นั่นหมายความว่าแมตช์นี้น่าจะใช้ระบบการเล่น 4-2-3-1 โดยมี จอร์แดน ฮูกิลล์ (13 นัด/7 ประตู) ยืนเป้าล่าสกอร์และใช้ นาห์กี้ เวลล์ส (11 นัด/7 ประตู), อิเลียส แชร์ (12 นัด) กับ เอเบเรชี่ เอเซ่ (13 นัด/6 ประตู) เป็นสามประสานกลางรุกคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง

————- เบรนท์ฟอร์ด ทีมอันดับ 13 ของกุนซือ โธมัส แฟร้งค์ เพิ่งจะบุกเอาชนะ สวอนซี ถึงที่ 3-0 สำหรับสภาพทีมล่าสุดก่อนทำศึก จะไม่มีชื่อ ลูก้า ราซิซ (3 นัด) แนวรับหนุ่มวัย 20 ปี, เซร์กี้ กานอส (11 นัด) ห้องเครื่องแดนกระทิงดุและ นิโคลาออส คาเรลิส (4 นัด) ตัวรุกเลือดกรีซ ซึ่งกอดคอกันเดี้ยงยกแพ็ค คาดว่า แฟร้งค์ เตรียมจัดทัพในระบบ 4-3-3 โดยมี บรีย็อง เอ็มบิวโม่ (11 นัด/3 ประตู), ออลลี่ วัตกิ้นส์ (13 นัด/8 ประตู) และ ซาอิด เบนราห์ม่า (11 นัด/1 ประตู) เป็นสามประสานแดนหน้าคอยล่าสกอร์

————– ราคา เบรนท์ฟอร์ด ต่อ 0.0-5 มีโอกาสสูงที่ เบรนท์ฟอร์ด จะบุกเอาชนะได้ เพราะพวกเขากำลังอยู่ในช่วงร้อนแรงหาตัวจับยาก หลังคว้าชัย 2 นัดซ้อนและผลิตสกอร์เป็นกอบเป็นกำรวมทั้งสิ้น 6 ประตู ซึ่งแมตช์เยือนล่าสุดสามารถบุกตบ สวอนซี 3-0 อีกด้วย แม้ว่าเจ้าถิ่น ควีนสปาร์ค จะอยู่ในเกณฑ์ดีมาตรฐานแจ่มไม่แพ้กัน แต่ทว่าปัญหาของพวกเขาคือแนวรับที่พลาดง่ายจัดๆ ซึ่งโดนส่องไปแล้วกว่า 11 เม็ด เรียกว่าส่วนใหญ่ซื้อเกมรุกเอาตัวรอดมาตลอด เชื่อว่าต้องมีสักวันที่การปิดสกอร์ไม่เฉียบคมพอ ดูแล้วทีมเยือนน่าจะเชื่อถือได้ ฟันธง ต่อเบรนท์ฟอร์ด กอดชัย

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

คิวพีอาร์
23/10/19 เสมอ เร้ดดิ้ง 2-2
19/10/19 ชนะ ฮัลล์ 3-2
05/10/19 ชนะ แบล็คเบิร์น 4-2
03/10/19 แพ้ คาร์ดิฟฟ์ 0-3
28/09/19 แพ้ เวสต์บรอมวิช 0-2

เบรนท์ฟอร์ด
23/10/19 ชนะ สวอนซี 3-0
19/10/19 ชนะ มิลล์วอลล์ 3-2
05/10/19 แพ้ ฟอเรสต์ 0-1
03/10/19 เสมอ บริสตอล 1-1
29/09/19 ชนะ บาร์นลี่ย์ 3-1

โซลชา พูดถึงสาเหตุ ผีแดง พลาดจุดโทษ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือโลกสวย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจเกี่ยวกับเหตุผลที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล ยิงจุดโทษพลาดทั้งคู่ในช่วงครึ่งแรกเกมชนะ นอริช ซิตี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมยกย่องฟอร์มการเล่นของแข้ง “ผีแดง” ที่ทำผลงานสุดยอดเกินห้ามใจ
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยเหตุผลสำคัญที่ทำให้ “ปีศาจแดง” ยิงจุดโทษพลาด 2 ครั้งในแมตช์ไล่ทุบ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี้ 3-1 ที่สนามแคร์โรว์ โร้ด เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา
แมตช์นี้นอกจากฟอร์มการเล่นที่ดุดดันของ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว ยังมีเรื่องให้ต้องพูดถึงเกี่ยวกับการที่พวกเขาได้จุดโทษถึง 2 ครั้งในครึ่งแรก แต่ มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล ต่างยิงไปโดน ทิม ครูล นายทวารมากประสบการณ์ ป้องกันได้แบบสบายอุรา
อย่างไรก็ตามเกมนี้จบลงด้วยชัยชนะของ “เร้ด เดวิลส์” จากการทำประตูของ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, แรชฟอร์ด และ มาร์กซิยาล โดย โซลชา ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการที่ทีมยิงจุดโทษพลาดซึ่งเป็นครั้งที่ 4 จาก 6 จุดโทษว่า “ผมไม่คิดว่าลูกแรกเป็นจุดโทษ ผมคิดว่าลูกที่สองเป็นเพราะเขา (ท็อดด์ แคนท์เวลล์) ยกมือขึ้นกัน แต่ผมคิดว่าทั้งสองลูกควรมีการยิงใหม่เพราะผู้รักษาประตูออกมานอกเส้นก่อนยิง”
“ทิม ครูล เก่งมากๆ ในจังหวะจุดโทษ นั่นคือเหตุผลที่ ฮอลแลนด์ ถอด ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น ออก และส่งเขาลงไปแทน (ฟุตบอลโลก 2014 รอบก่อนรองชนะเลิศ) สำหรับลูกแรกต้องใช้เวลากว่า 2 นาทีเพื่อที่จะตัดสินจังหวะนั้นซึ่งมันไม่ชัดเจน และแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ผิดพลาด คุณคงเห็นว่ามันผิดพลาด ผมไม่คิดว่าจังหวะนั้นเป็นจุดโทษ”
“แน่นอนว่าการยิงจุดโทษพลาดมาจากความกังวล คุณคิดว่าจุดโทษควรจะเป็นประตูมากกว่านี้จากทั้งหมด 6 ครั้ง (พลาด 4 ครั้งในพรีเมียร์ลีก) เรามีการฝึกซ้อมกันตลอด อองโตนี่ย์ ยิงจุดโทษเมื่อวันพฤหัสบดี (เกมยูโรปา ลีก) วันนี้เขายิงพลาด มาร์คัส เคยยิงพลาดมาแล้ว และจากนั้นเขาก็พลาดอีก นี่เป็นการเซฟที่ยอดเยี่ยมแต่พวกเขาน่าจะให้กลับมายิ่งใหม่ (ทรูล ออกมาจากเส้นก่อน)”
นอกจากนี้ โซลชา ยังกล่าวชื่นชมผลงานของนักเตะทุกคนว่า “ผมคิดว่านี่เป็นฟอร์มที่สุดยอด เราสมควรได้รับชัยชนะ และเราน่าจะยิงประตูได้อีก 2-3 ประตูด้วยซ้ำ เราเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในเกมกับ ลิเวอร์พูล ตามด้วยผลการแข่งขันที่ต้องการในเบลเกรด ซึ่งมันไม่ง่ายเลยในเกมฟุตบอลถ้วยยุโรป”
“จากนั้นก็ในแมตช์นี้ เราอยากเก็บคลีนชีต สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ทำผิดพลาดในจังหวะนั้นแต่โดยรวมแล้วฟอร์มการเล่นของเขาถือว่าดีเยี่ยมมากๆ เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เราทุ่มเททำงานหนักเพื่อที่จะขยับขึ้นไปอยู่ในท็อปโฟร์ แต่เรายังต้องพยายามพัฒนาต่อไป นักเตะทุกคนเล่นด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุขในเกมนี้” โซลชา ระบุ

นักบุญหนีตาย เฝ้ารัง รับจิ้งจอก

————– ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คืนวันศุกร์ วันนี้มีการแข่งขัน 1 คู่โดยถือเป็นคู่ที่สำคัญมากๆ เมื่อเจ้าบ้าน อย่าง เซาแธมป์ตัน เปิด เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของทีมฟอร์มร้อนแรง อย่างเลสเตอร์ ซิตี้ ที่หากได้ชัยชนะในนัดนี้ จะขึ้นไปเป็นรองจ่าฝูงทันที ผิดกับเซาแธมป์ตัน ที่ต้องการแต้มเพื่อหนีโซนตกชั้น เกมนี้แข่งขันกันในเวลา 2.00 น. ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————– ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล ผู้จัดการทีมนักบุญพาทีมเล่นแกว่งไปแกว่งมา 4 นัดล่าสุดได้แต้มเดียวจากเกมเมื่อสัปดาห์ก่อนที่บุกไปเสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-1 สภาพทีมยังเหมือนกับเมื่อสัปดาห์ก่อน เซดริก โซอาเรส ปราการหลังทีมชาติโปรตุเกสยังลงสนามไม่ได้เพราะเจ็บน่อง เช่นเดียวกับมิดฟิลด์อย่าง มุสซ่า เฌเนโป ที่ยังคงเจ็บกล้ามเนื้อขา ต้องนั่งดูเพื่อนเล่นไปก่อน

————— เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมสุนัขจิ้งจอก พาทีมโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมชนะ 3 จาก 4 เกมล่าสุดโดยเมื่อสัปดาห์ก่อนเปิดบ้านไล่แซงชนะ เบิร์นลี่ย์ ไป 2-1 เกมนี้ถ้า เลสเตอร์ เข้าวินได้จะแซงหน้า แมนฯ ซิตี้ ขึ้นไปเป็นรองจ่าฝูงทันทีด้วย ซึ่งสภาพทีมถือว่าดีเลยมีแค่ แม็ทธิว เจมส์ ที่ยังบาดเจ็บอยู่แค่คนเดียว เลสเตอร์ มีระบบและขุมกำลังที่แข็งโป๊กตัวเข้าทำอย่าง เจมี่ วาร์ดี้, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์, อาโยเซ่ เปเรซ ฯลฯ พร้อมลงสนาม

—————- ราคาเปิดมาเป็น เลสเตอร์ ซิตี้ ต่อ 0-0.5 (ปป) ไม่ถือว่ามากมายนักหากเทียบกับฟอร์มช่วงนี้ ด้วยสถานการณ์ บีบให้เซาแธมป์ตัน ต้องการแต้มเป็นอย่างมาก ในเกมนี้ เจ้าถิ่น คงจะวิ่งสู้ฟัดกันน่าดูแต่สุดท้ายแล้ว ยังเชื่อว่าทีเด็ดของเลสเตอร์ ทีมเยือน ที่มีแนวรุกจัดจ้าน จะสามารถ ทะลวงตาข่าย เอาชนะไปได้แบบ เฉียดฉิว ฟันธง ต่อเลสเตอร์ เจอชัย

—————– รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามตัวจริง

เซาธ์แฮมป์ตัน (3-4-2-1) : แอนกุสส์ กันน์ – แยน เบดนาเร็ค, มายะ โยชิดะ, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด – ยาน วาเลรี่, โอริโอล โรเมว, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก – เจมส์ วอร์ด-เพราส์, เนธาน เร้ดมอนด์ – แดนนี่ อิงส์
ผู้จัดการทีม : ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล

เลสเตอร์ (4-1-4-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ริคาร์โด้ เปเรยร่า, จอนนี่ อีแวนส์, คักลาร์ โซยุนคู, เบน ชิลเวลล์ – วิลฟรีด เอ็นดิดี้ – อาโยเซ่ เปเรซ, ยูริ ตีเลอมันส์, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ – เจมี่ วาร์ดี้
ผู้จัดการทีม : แบรนเดน ร็อดเจอร์ส

ผู้ตัดสิน : อังเดร มาร์ริเนอร์