07/08/2020 18:43 PM
|
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ sbobet-online เรารับพนันกีฬาเอเชี่ยนแฮนดีแคพ และ คาสิโนออนไลน์แบบ ไลฟ์ดีลเลอร์
Highlights

ประกาศประชาสัมพันธ์จากทาง Sbobet-online.co
กรุณาอ่านก่อนโอนเงินทุกครั้ง >> คลิกอ่านที่นี่ <<

ท่านสามารถสมัครสมาชิกผ่านคอลเซ็นเตอร์ได้ที่เบอร์
092-267-0022 , 092-267-0044 , 092-267-0066, 092-267-0088
หรือ
สมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ที่นี่

ตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกทางนี้

หาก อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เอาเรื่องเงินเป็นตัวตั้งแล้วล่ะก็ เขาคงไม่ได้ย้ายขึ้นเหนือมาอยู่ที่ แอนฟิลด์ แน่นอน
อาร์เซน่อล พร้อมจ่ายค่าเหนื่อยระดับ 170,000 ปอนด์ เพื่อขยายสัญญาฉบับใหม่ ส่วน เชลซี ก็เสนอโอกาสที่ดีกว่านั้น ด้วยการประเคนเงินด้วยจำนวนที่มากกว่า แถมยังไม่ต้องย้ายไปไหน อยู่ในกรุงลอนดอน เหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โน้มน้าวให้เขากล้าที่จะก้าวออกจากความสะดวกสบายกับชีวิตในเมืองหลวง แดนผู้ดี คือความทะเยอทะยาน หาใช่เรื่องเงินในบัญชี
ซึ่งสุดท้าย อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เลือกย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์..
ช่วงปีสุดท้ายของสัญญากับ อาร์เซน่อล อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน หงุดหงิดกับชีวิตตัวเอง เขารู้สึกว่าหลายอย่างมันน่าเบื่อ ไม่มีความสุขเลยที่ถูก อาร์แซน เวนเกอร์ จับโยกไปเล่นหลายตำแหน่ง โดยสถานะในตอนนั้นเหมือนเป็นเพียงอะไหล่ที่คอยเติมไปอุดช่องโหว่ที่ว่างอยู่ ซึ่งจริง ๆ สิ่งที่เขาโหยหามากที่สุดคือการได้เล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง

อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน นั่งมองจากระยะไกลด้วยความอิจฉานิด ๆ ที่เห็น เจอร์เก้น คล็อปป์ ชุบชีวิต ลิเวอร์พูล กลับขึ้นมา พร้อมช่วยให้นักเตะหลายคนเล่นได้เต็มศักยภาพ และพอได้รับคำแนะนำถึงเรื่องการทำงานร่วมกับ คล็อปป์ จาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ อดัม ลัลลาน่า เขาก็อยากได้รับโอกาสเพื่อพัฒนาฝีเท้าแบบนั้นบ้าง

และเหตุผลที่ แชมเบอร์เลน เลือกมาเล่นที่นี่ ก็เพราะอยากเป็นกำลังหลักของทีมที่มีดีพอสำหรับการเป็นแชมป์
แน่นอน..เรื่องคว้าโทรฟี่ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าการตัดสินใจของเขาเป็นสิ่งที่ถูก เมื่อมองถึงเรื่องที่ว่า อาร์เซน่อล ยังไม่ได้แชมป์อะไรเลยนับตั้งแต่ แชมเบอร์เลย ย้ายออกมา

อย่างไรก็ดี เขายังต้องทำงานหนักมากขึ้นอีกพอตัวเพื่อการได้เป็นตัวจริงในทีมของ คล็อปป์..

87 นัดทุกรายการที่ แชมเบอร์เลน ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล นั้น เป็นการลงเล่นในฐานะตัวจริงเพียง 46 เกมเท่านั้น

ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ แชมเบอร์เลน ต้องพยายามพิสูจน์ให้ คล็อปป์ เชื่อได้ว่าตัวเองสามารถเล่นจนจบเกมไหว เพราะตลอดทั้งซีซั่นนี้ ไม่มีนัดไหนเลยที่เขาได้ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ครบ 90 นาทีเต็ม

มิหนำซ้ำ มิดฟิลด์วัย 26 กะรัตยังต้องยอมรับให้ได้ในวันที่ถูกจับไปเล่นตัวริมเส้นมากกว่าเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง ซึ่งความจริงมันฟ้องว่ามีแค่ 25 นัดจาก 41 เกมเท่านั้น(รวมทุกรายการ) ในซีซั่นนี้ที่เขาได้ลงเล่นตำแหน่งที่ต้องการ

อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน มีทั้งช่วงทุกข์และสุขในทีมลิเวอร์พูล..

ช่วงแรก ๆ ของขวบปีแรกกับลิเวอร์พูล แชมเบอร์เลน เจอความยากลำบาก เขาต้องรอจนถึงเดือนพฤศจิกายนกว่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกม พรีเมียร์ลีก นัดแรก เนื่องจากก่อนหน้านั้น คล็อปป์ พยายามปรับแท็กติกให้เหมาะกับเขาเต็มที่ผ่านทางการซ้อม

สุดท้าย เขาก็ปรับตัวลงล็อกและทำผลงานได้โดดเด่น แชมเบอร์เลน ยกระดับแผงกลาง ลิเวอร์พูล ให้มีมิติแบบใหม่ทั้งด้านการเล่นอันทรงพลังและการขึ้นเกมที่รวดเร็ว

แชมเบอร์เลน ทำแบบที่ว่าได้จากการที่ตัวเองวิ่งทะลุทะลวงได้ดีและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างเล็ก ๆ ได้ยอดเยี่ยม
เขาเคยทำประตูสุดสวยในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศนัดที่ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทว่ามาเจอฝันร้ายจากอาการบาดเจ็บตรงหัวเข่าอย่างรุนแรงในจังหวะปะทะกับ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ของ โรม่า ในรอบรองชนะเลิศของเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่สนาม แอนฟิลด์
“เราจะรอ อเล็กซ์ ด้วยความอดทน เหมือนกับภรรยาที่แสนดีที่รอให้สามีได้ออกจากคุก” คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์หลังจากที่ แชมเบอร์เลน เข้ารับการผ่าตัด

หลังเกมที่ ลิเวอร์พูล แพ้ต่อ เรอัล มาดริด ในนัดชิงชนะเลิศที่กรุงเคียฟ มีภาพที่เขาใช้ไม้ค้ำช่วยเดินและร้องไห้อย่างหนักแพร่ออกมา
การทำกายภาพบำบัดมันหนักหนาสาหัสมากและ แชมเบอร์เลน ก็ต้องทำแบบนั้นในตอนที่อยู่คนเดียว แต่เขาก็ทำให้นักเตะและสตาฟฟ์ในทีมชอบเขามากขึ้นไปอีก จากการที่รับมือกับช่วงเวลาที่เลวร้ายที่ เมลวู้ด ได้ดี

การทำงานการกุศลให้กับ ซูส์ พาเลซ (Zoe’s Place) ซึ่งเป็นคลินิกสำหรับเด็กภายในเมืองลิเวอร์พูล ช่วยให้ แชมเบอร์เลน เป็นคนที่มีความคิดที่มีเหตุมีผล นอกจากนี้เขายังเป็นหนี้บุญคุณการสนับสนุนจาก เพอร์รี่ เอ็ดเวิร์ดส์ ป๊อปสตาร์ที่มีสถานะเป็นแฟนสาวอีกด้วย

หลังพักไปนาน 367 วัน แชมเบอร์เลน กลับมาเล่นในเกมเจอ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ที่ แอนฟิลด์ ซึ่งเป็นเกมที่เต็มไปด้วยอารมณ์คลุกครั่ง

ที่จริงถ้าจะบอกว่าเขาแทบไม่มีส่วนร่วมในฤดูกาล 2018/19 เลยก็ว่าได้ เพราะ แชมเบอร์เลน ลงเล่นเป็นตัวสำรองแค่ 2 นัด และไม่มีชื่อติดทีมในเกมนัดชิงฯ ที่ ลิเวอร์พูล ชนะ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์

สัญญาฉบับใหม่ที่ แชมเบอร์เลน ได้รับเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่มีความหมายต่อตัวเขามาก เพราะเหมือนกับว่าสโมสรได้ชดเชยเวลา 1 ปีที่ตัวเองหายไปจากอาการบาดเจ็บ ซึ่งทำให้ แชมเบอร์เลน ได้อยู่กับทีมไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2023 โดยในซีซั่นนี้พอเขาฟื้นตัวกลับมา ฟอร์มในสนามก็พาให้ไปติดทีมชาติอังกฤษอีกครั้ง

ในส่วนของเจ้านายใหญ่ คล็อปป์ เองก็เชื่อใจให้เขาลงเล่นทั้งใน ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และศึกชิงแชมป์สโมสรโลกที่ทีมต่างก็คว้าแชมป์มาครองได้ในท้ายที่สุดทั้ง 2 รายการ

ช่วงเดือนตุลาคม ปีก่อน เกมเจอกับ เกงค์ ที่สนาม ลูมินัส อารีน่า อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการทำ 2 ประตู ถึงกระนั้น คล็อปป์ ก็ยังอยากให้เขาเล่นให้ดีกว่านี้อีกในจังหวะที่ไม่ได้ครอบครองบอล
“ฟอร์มของ อ็อกซ์ ก็เหมือนกับฟอร์มของทีมนั่นแหละ ประตูที่เขาทำได้มันยอดดเยี่ยมก็จริง แต่เรื่องอื่น ๆ ก็ควรจะออกมาดีกว่านี้”

“การหาความไหลลื่นในการเล่นและจังหวะการเล่นให้เจออีกครั้งมันไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย ๆ เลย” คล็อปป์ ระบุ

ด้าน เป๊ป ลินเดอร์ส ผู้ช่วยโค้ชของ ลิเวอร์พูล เคยพูดเกี่ยวกับสไตล์การเล่นของ แชมเบอร์เลน ทำให้ ลิเวอร์พูล มีจังหวะการเล่นที่ต่างออกไป แต่อีก 9 เดือนต่อมาก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่นัก

ซึ่งเรื่องความคงเส้นคงวาเป็นปัญหาของเขาจริง ๆ

อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ถือเป็นคนที่ทำประตูมากสุดเป็นอันดับ 4 ของทีมในฤดูกาลนี้ ด้วยการยิงไป 8 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ หรือจะพูดอีกแบบก็คือเขาเป็นรองเพียง 3 แนวรุกตัวจริงของทีมในด้านนี้

ตัว แชมเบอร์เลน เองเป็นคนที่ไม่ต้องให้ใครมาบอกว่ามีจุดไหนบ้างที่เขายังต้องปรับปรุง

เขามีนิสัยเป็นคนชอบตำหนิตัวเองอยู่แล้ว และบางครั้งก็แสดงอารมณ์ออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งครั้งที่ชัดเจนมากสุดคงหนีไม่พ้นตอนที่นั่งลงด้วยท่าทีฉุนเฉียวหลังโดนเปลี่ยนตัวออกจากสนามในเกมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ แอนฟิลด์

ในภายหลัง แชมเบอร์เลน ยืนยันว่าที่ตัวเองหงุดหงิดเป็นเพราะเขา -ไม่สามารถทำผลงานได้ดีตามที่ตัวเองตั้งเป้าหมายเอาไว้- ไม่ใช่เพราะการที่ คล็อปป์ ถอดออกจากสนาม

“ผมยังสามารถทำได้ดีกว่านี้อีก ในแง่ของคุณภาพแล้วนั้นผมผิดหวังกับตัวเองนิด ๆ ” แชมเบอร์เลน ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่ชนะ เวสต์แฮม ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี คล็อปป์ เตือน แชมเบอร์เลน ว่าอย่าเข้มงวดกับตัวเองมากเกินไป โดย คล็อปป์ เคยพูดให้กำลังใจลูกทีมคนนี้ในตอนที่มีการพูดถึงคุณภาพของขุมกำลัง ลิเวอร์พูล ช่วงสัปดาห์ก่อนที่ลีกจะปิดซีซั่น

“อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น่ะ เล่นให้กับสโมสรแห่งนี้ได้ยอดเยี่ยมมาก ๆ ต่อให้เขาจะไม่ได้เป็นตัวจริงก็ตาม เขาแทบจะเป็นคนที่ทำให้เราชนะ ซิตี้ ในช่วงราว 1 ปีก่อนเลยก็ว่าได้”

“ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาก็ไม่ได้เล่นได้แย่ลงเลย ซึ่งการอยู่ในระดับเดิมอยู่ตลอดน่ะไม่ใช่สิ่งที่ทำกันได้ง่าย ๆ ” คล็อปป์ ว่าเอาไว้แบบนี้

“ผมชอบเขานะ เขาเป็นนักเตะที่ดี เขาทำบางอย่างที่แตกต่างให้ทีมได้”

“เขามีคุณภาพที่ยอดเยี่ยม แต่ผมก็ยังรอให้เขาโชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมแบบหลายเกมติดต่อกันสักทีอยู่เหมือนกัน” แกรม ซูเนสส์ อดีตกองกลางระดับตำนานของทีม กล่าวระหว่างทำหน้าที่กูรูกับ สกายสปอร์ตส์

มันแน่นอนล่ะว่า แชมเบอร์เลน เป็นนักเตะที่ดีพอจนสมควรที่จะร่วมงานด้วย

1 ประตูในเกมกับ เชลซี และ 1 แอสซิสต์ในเกมนัดสุดท้าย คงจะเสริมสร้างกำลังใจให้ตัวเขารวมถึงเรียกความเชื่อมั่นจากคนรอบข้างได้ไม่มากก็น้อย
ทั้งในและนอกสนาม อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เป็นผู้เล่นที่ดูมีคุณภาพของ ลิเวอร์พูล แต่ภารกิจของเขาในการพัฒนาตัวเองจากการเป็นอะไหล่สารพัดประโยชน์ที่มีคุณค่าไปสู่การเป็นกำลังหลักของทีมยังต้องลากยาวไปจนถึงฤดูกาลหน้า

แล้วเวลาจะเป็นสิ่งที่ให้คำตอบ..

Sbobet-Online.co ยินดีให้บริการค่ะ