28/02/2020 01:35 AM
|
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ sbobet-online เรารับพนันกีฬาเอเชี่ยนแฮนดีแคพ และ คาสิโนออนไลน์แบบ ไลฟ์ดีลเลอร์
Highlights

ประกาศประชาสัมพันธ์จากทาง Sbobet-online.co
กรุณาอ่านก่อนโอนเงินทุกครั้ง >> คลิกอ่านที่นี่ <<

ท่านสามารถสมัครสมาชิกผ่านคอลเซ็นเตอร์ได้ที่เบอร์
092-267-0022 , 092-267-0044 , 092-267-0066, 092-267-0088
หรือ
สมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ที่นี่

มินามิโนะ ชี้ ชินจิ เป็นคนที่ทำให้ตัดสินใจร่วมทัพ หงษ์แดง

ทาคูมิ มินามิโนะ มิดฟิลด์ลิเวอร์พูล เผย ชินจิ คางาวะ เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ช่วยแนะนำให้ตนย้ายไปเล่นกับ “หงส์แดง” หลังเจ้าตัวชื่นชม เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ว่าเป็นหนึ่งในโค้ชที่เก่งที่สุดในโลก และตอนนี้ตนได้สัมผัสเองก็คิดว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ
ทาคูมิ มินามิโนะ กองกลางชาวญี่ปุ่น “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดเผยว่าตนมีโอกาสได้พูดคุยกับ ชินจิ คางาวะ รุ่นพี่เลือดซามูไรก่อนที่จะตัดสินใจเซ็นสัญญาย้ายมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคมที่ผ่านมา

ดาวเตะวัย 25 ปีย้ายจากเร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก มาเล่นกับ “เดอะ เร้ดส์” ด้วยค่าตัวเพียง 7.5 ล้านปอนด์ (ราว 285 ล้านบาท) หลังจากโชว์ฟอร์มสุดยอดให้กับต้นสังกัดเก่า อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เขาได้ลงสนาม 4 เกม แต่ยังไม่มีชื่อทำสกอร์ และแอสซิสต์เลย
มินามิโนะ เผยว่า คางาวะ ซึ่งเคยเป็นลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ สมัยอยู่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก่อนจะย้ายไปเล่นให้ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยมาคุยกับตนและกล่าวชื่นชมนายเก่าตลอด พร้อมแนะนำให้ย้ายไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล
“ผมเคยคุยกับ มายะ โยชิดะตอนที่เล่นอยู่กับเซาธ์แฮมป์ตัน แต่ผมไม่ได้ถามเขาเรื่องลิเวอร์พูล ผมแค่บอกเขาว่าผมกำลังจะไปเล่นในพรีเมียร์ลีก แต่ผมไม่เคยบอกเขาว่าจะไปเล่นให้ ลิเวอร์พูล ! ผมได้คุยกับ ชินจิ คางาวะ เพราะเขาเคยเล่นให้กับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ดอร์ทมุนด์”
“คล็อปป์บอกกับผมเรื่อง ชินจิ และ ชินจิ ก็คุยกับคล็อปป์ ตั้งแต่ตอนนั้นผมก็รู้สึกได้เลยว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากๆ ชินจิ บอกว่า คล็อปป์ เป็นหนึ่งในโค้ชที่เก่งที่สุดในโลก และตอนนี้ผมได้มาอยู่ที่นี่แล้ว รวมทั้่งได้ทำงานร่วมกับเขา ฉันรู้ได้เลยว่าเขาเป็นหนึ่งในโค้ชที่เก่งที่สุดในโลกจริงๆ” จอมทัพทีมชาติญี่ปุ่น กล่าวทิ้งท้าย

เกือบจะได้มาอยู่กับผีแดง สุดท้ายดีลก็ล่ม

โทนี่ โครส เผยเคยเกือบจะย้ายไปเล่นในอังกฤษ กับ ลิเวอร์พูล หรือ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ดันมีเหตุการณ์ที่ทำให้ดีลล่ม จนสุดท้ายได้มาอยู่กับ เรอัล มาดริด
โทนี่ โครส กองกลางคนสำคัญของ เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน เปิดเผยว่า ตนเคยเจรจาเรื่องย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล แต่สุดท้ายก็ไม่เกิดขึ้น ก่อนที่ตัวเองจะอำลา บาเยิร์น มิวนิค มาอยู่กับ “ราชันชุดขาว” เมื่อปี 2014

มิดฟิลด์ชาวเยอรมัน เผยผ่าน ดิ แอธเลติก สื่ออังกฤษ ว่า “หลุยส์ ซัวเรซ เคยชวนให้ผมไปอยู่ ลิเวอร์พูล มันอาจไม่ใช่การชวนกันตรงๆ อย่างไรก็ตาม พวกเขาเสนอที่จะบอกเรื่องราวเกี่ยวกับสโมสรให้ผมฟังมากขึ้น หรืออะไรในทำนองนั้น สิ่งที่น่าตลกคือ ซัวเรซ กำลังจะย้ายมาเล่นให้ บาร์เซโลน่า”
“ส่วนกับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เดวิด มอยส์ เข้ามาดูผม และสัญญาเบื้องต้นก็มีการคุยกันแล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นาน มอยส์ ก็โดนไล่ออก แล้ว หลุยส์ ฟาน กัล เข้ามา ซึ่งทำให้เรื่องราวซับซ้อน หลุยส์ ต้องการเวลาสร้างทีมของเขาเอง ผมไม่ได้ยินอะไรจาก แมนฯ ยูไนเต็ด เลย”

“มันทำให้ผมเริ่มสงสัย จากนั้นฟุตบอลโลกก็เริ่มขึ้น และ คาร์โล อันเชล็อตติ ก็โทรศัพท์มาหาผม จนสุดท้ายผมก็มาอยู่กับ เรอัล มาดริด” กองกลางวัย 30 ปี กล่าว
ตลอด 6 ปีที่ค้าแข้งในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว นั้น โครส ได้แชมป์ 13 รายการสำคัญ รวมทั้ง ลา ลีกา 1 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัย และสโมสรโลก 4 สมัย

เฮนเดอร์สัน ปรามลูกทีม อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องแชมป์

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน มิดฟิลด์จอมบู๊ของ ลิเวอร์พูล ออกมาเปิดเผยสิ่งที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มิดฟิลด์กัปตันทีมสั่งห้ามเพื่อนร่วมทีมพูดในห้องแต่งตัวเด็ดขาด
อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน มิดฟิลด์จอมบู๊ของ ลิเวอร์พูล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาเปิดเผยคำสั่งของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มิดฟิลด์กัปตันทีม โดยสั่งห้ามให้ลูกทีมพูดถึงเรื่องการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองในฤดูกาลนี้่อย่างเด็ดขาด แม้ว่าทีมจ่อเข้าป้ายคว้าแชมป์เต็มที
เวลานี้ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังรั้งจ่าฝูงพร้อมมีแต้มทิ้งห่างผู้ตามอย่าง แมนฯ ซิตี้ ถึง 19 แต้ม ส่งผลให้พวกเขาขยับเข้าใกล้กับการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี จนแฟนๆบอลหลายคนออกมาพูดเรื่องการฉลองแชมป์กันแล้ว
อย่างไรก็ตามมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษออกมาเปิดเผยว่า เฮนเดอร์สัน ได้ออกมาสั่งเพื่อนร่วมทีมไม่ให้พูดถึงเรื่องดังกล่าวในห้องแต่งตัวจนกว่าทีมจะได้แชมป์อย่างเป็นทางการ “หากใครพูดคำว่า’แชมป์ลีก’ออกมาแล้วละก็เขาจะสั่งให้หุบปากทันที ซึ่งเขาจะไม่ยอมให้ตัวเองหลงระเริงไปมากกว่านี้ และโฟกัสกับเกมต่อไป กับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้เท่านั้น ซึ่งนั่นเป็นแนวทางของทีมเรา”
“พ่อของผมสร้างสิ่งนั้นขึ้นมาในตัวผม เพื่อที่ผมจะไม่รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่อยู่รอบตัวมากเกินไป และต้องพยายามก้าวไปข้างหน้าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในสิ่งต่อไป”

เสือ 2 ตัว อยู่ด้วยกันไม่ได้

สื่อเมืองกระทิง ตีข่าว เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส อาจจะกินแห้วกระป๋องโต เนื่องจาก ปอล ป็อกบา กองกลางเลือดเฟร้นช์ อาจจะตัดสินใจอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไป หากสโมสรสั่งปลด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ออกจากการกุมบังเหียน “ปีศาจแดง”
ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจตัดสินใจอยู่ค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และพร้อมขยายสัญญาฉบับใหม่ หากสโมสรจัดการปลด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม จากการเปิดเผยของ มาร์ก้า สื่อดังในสเปน
มิดฟิลด์แชมป์โลก มีข่าวเตรียมเก็บข้าวของออกจาก “โรงละครแห่งความฝัน” ในช่วงซัมเมอร์นี้ ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมา มิโน่ ไรโอล่า เอเจนต์ส่วนตัวของนักเตะกับ โซลชา มักจะเปิดสงครามน้ำลายใส่กัน ยิ่งเป็นการโยนน้ำมันใส่กองไฟโหมกระหน่ำข่าวลือเรื่องการหนีออกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด มากยิ่งขึ้น
ช่วงที่ผ่านมา “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด และ “ม้าลาย” ยูเวนตุส แสดงความสนใจอยากได้ ป็อกบา ไปร่วมทีมอย่างมาก และสื่อระบุว่าทั้งสองสโมสรนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นจุดหมายปลายทางต่อไปสำหรับ ดาวเตะเทคนิคสูงเลือดเฟร้นช์

อย่างไรก็ตามเรื่องทุกอย่างอาจจะพลิกโผ เมื่อ มาร์ก้า รายงานว่า ป็อกบา ซึ่งอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกายจากการผ่าตัดข้อเท้า อาจตัดสินใจอยู่ร่วมหัวจมท้ายกับต้นสังกัด และถึงขนาดขยายสัญญาฉบับใหม่ หากบอร์ดบริหาร “เร้ด เดวิลส์” สั่งปลด โซลชา ออกจากการกุมบังเหียน

ดูแล้วไม่คุ้ม!! หลายทีมถอดใจจาก ฮาแลนด์

สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อก้องของแคว้นกาตาลุนย่า ตีข่าว ปัจจัยที่ทำให้หลายทีมไม่เซ็นสัญญากับ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ในตลาดช่วงหน้าหนาว เป็นเพราะเงื่อนไขที่อีกฝ่ายกำหนดมามันดูยุ่งยากและไม่คุ้มค่า อย่างเช่นการต้องจ่ายเงินให้บิดาของเขา 8 ล้านยูโร และการเสียค่านายหน้าให้ มิโน่ ไรโอล่า อีกไม่ต่ำกว่า 15 ล้านยูโร เป็นต้น
หลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรปล้มเลิกความตั้งใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าดาวรุ่งชาวนอร์เวย์ มาร่วมทัพในตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบ 2 เพราะมันมีเงื่อนไขหลายด้านที่ดูแล้วไม่คุ้มค่าสำหรับพวกเขา ตามการเปิดเผยของ สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของแคว้นกาตาลุนย่า
ฮาแลนด์ โชว์ฟอร์มได้สุดยอดในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาลนี้กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ด้วยการทำไป 28 ประตู จากการลงเล่น 22 นัดในทุกรายการ ทำให้เขาตกเป็นข่าวกับทีมดังหลายทีม อย่างเช่น โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส ก่อนที่สุดท้ายจะเป็น “เสือเหลือง” ที่ได้ตัวเขาไปครอง และดาวเตะวัย 19 ปีก็โชว์ฟอร์มได้ร้อนแรง ด้วยการทำไปแล้ว 11 ประตู จากการลงเล่น 7 นัดในทุกรายการ
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด สปอร์ต เผยว่านอกจากเรื่องค่าฉีกสัญญาของเขากับ ซัลซ์บวร์ก ซึ่งอยู่ที่จำนวน 20 ล้านยูโร (ประมาณ 680 ล้านบาท) แล้วนั้น อัล์ฟ-อิงเก้ ฮาแลนด์ บิดาของหัวหอกอนาคตไกลยังต้องการเงินจากทีมที่ต้องการเซ็นสัญญากับลูกชายของเขาอีก 8 ล้านยูโร (ประมาณ 272 ล้านบาท) ด้วย ส่วน มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของแข้งทีมชาตินอร์เวย์ก็ขอค่านายหน้าสูงถึงไม่ต่ำกว่า 15 ล้านยูโร (ประมาณ 510 ล้านบาท)
นอกจากนี้ ฮาแลนด์ คนลูก ก็ขอค่าเหนื่อยที่ 8 ล้านยูโร (ประมาณ 272 ล้านบาท) ต่อฤดูกาลอีกต่างหาก แถมทีมที่อยากเอา ฮาแลนด์ ไปร่วมทีม ก็ต้องยอมให้ในสัญญามันมีเงื่อนไขว่าตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นไปนั้น ฮาแลนด์ จะมีค่าฉีกสัญญาที่ 75 ล้านยูโร (ประมาณ 2,550 ล้านบาท) ด้วย ซึ่งสุดท้ายแล้วก็มีเพียง ดอร์ทมุนด์ ที่พร้อมยอมรับเงื่อนไขทั้งหมด

ราชัญ ยอมจ่ายแค่ 50 ล้านปอนด์เพื่อดึง ป๊อกบา

เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษ ตีข่าว เรอัล มาดริด ตัดสินใจแล้วว่าจะพร้อมจ่ายค่าตัวของ ปอล ป็อกบา กองกลาง แมนฯ ยูไนเต็ด สูงสุดที่ 50 ล้านปอนด์ ซึ่งต่ำกว่าที่ “ปีศาจแดง” ต้องการเยอะพอตัว
เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน พร้อมที่จะจ่ายเงินเพื่อเป็นค่าตัวของ ปอล ป็อกบา กองกลางคนดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สูงสุดที่ 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี
เรอัล ตกเป็นข่าวกับ ป็อกบา อย่างหนักตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ ปีก่อนแล้ว หลังจากที่ดาวเตะชาวฝรั่งเศสแสดงท่าทีเหมือนกับต้องการย้ายทีม โดยถึงแม้สุดท้ายแล้ว ป็อกบา ยังอยู่กับ “ปีศาจแดง” มาจนถึงตอนนี้ แต่เขาก็ยังมีข่าวกับ “ราชันชุดขาว” อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมามีข่าวลือว่า แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะขาย ป็อกบา หลังจบฤดูกาลนี้เหมือนกัน ส่วนเรื่องค่าตัวที่พวกเขาต้องการก็แตกต่างกันไป โดยสื่อบางเจ้าบอกว่า 150 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,000 ล้านบาท) ขณะที่บางรายก็บอกว่า 83 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,320 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม เดลี่ เมล บอกว่า เรอัล แสดงจุดยืนว่าจะไม่ยอมจ่ายเกิน 50 ล้านปอนด์แน่นอน และหากเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันก็จะทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจได้ยากว่าจะยอมขายเขาดีรึเปล่า เพราะว่า ป็อกบา เหลือสัญญากับทีมถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2021 เท่านั้น และถึงแม้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีอ็อปชั่นขยายสัญญา 1 ปี แต่มันก็เป็นเพียงการยื้อเวลาออกไปเท่านั้น ไม่ได้เป็นการรับประกันว่า ป็อกบา พร้อมอยู่กับทีมต่อไปอีกนานจริงๆ

ดอร์ทมุนด์ ซื้อขาด เอ็มเร่ ชาน

“เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ปิดดีลซื้อขาด เอ็มเร่ ชาน มิดฟิลด์มาดเข้ม จาก ยูเวนตุส เรียบร้อย แม้ตัวนักเตะเพิ่งลงเล่นให้ทีมแค่ 3 นัดเท่านั้น
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรดังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ประกาศยืนยัน เมื่อวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า ได้ใช้ออปชั่นซื้อขาด เอ็มเร่ ชาน กองกลางเลือดเบียร์ มาจาก ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เป็นที่เรียบร้อย โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาวถึงปี 2024
ชาน เพิ่งย้ายจาก ยูเวนตุส มาร่วมทัพ “เสือเหลือง” แบบสัญญายืมตัวจนจบซีซั่น เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และทำผลงานได้น่าประทับใจทันที จากการลงเล่นให้ทีมรวมทุกรายการ 3 นัด พร้อมกับซัดประตูสุดสวยในเกมลีกนัดที่ ดอร์ทมุนด์ บุกไปแพ้ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 3-4 เมื่อวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จนกระทั่งล่าสุด ดอร์ทมุนด์ ตัดสินใจใช้ออปชั่นซื้อขาดเรียบร้อย ด้วยค่าตัวที่คาดกันว่าอยู่ที่ราว 26 ล้านยูโร (ประมาณ 884 ล้านบาท)
ทั้งนี้ ชาน ลงเล่นให้ ยูเวนตุส ไปทั้งสิ้น 45 นัด ทำได้ 4 ประตู นับตั้งแต่ย้ายมาจาก ลิเวอร์พูล แบบไร้ค่าตัวเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018

แม็กไกวร์ ชี้ไม่ได้ตั้งใจ

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ระบุ แค่ป้องกันตัวไว้ก่อนในจังหวะที่ย่ำโดนหว่างขาของ มิชี่ บัตชูอายี่ กองหน้า เชลซี พร้อมสรรเสริญ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ทำผลงานได้โดดเด่น โดยเฉพาะการเปิดลูกเตะมุมมาให้ตนโหม่งทำประตูได้
แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่าจังหวะที่ตนย่ำไปโดนตรงหว่างขาของ มิชี่ บัตชูอายี่ กองหน้า เชลซี มันเป็นแค่ปฏิกิริยาตามธรรมชาติ และเป็นการป้องกันตัวไว้ก่อนเท่านั้น เพราะตอนนั้น บัตชูอายี่ ทำท่าว่าจะหล่นลงมาทับตน หลังจากจังหวะดังกล่าวเป็นประเด็นร้อนในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ “ปีศาจแดง” บุกไปชนะอีกฝ่าย 2-0 ถึงสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ชอตดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงนาทีที่ 20 ซึ่งเป็นตอนที่สกอร์ยังเสมอกันอยู่ 0-0 โดยตอนแรก แม็กไกวร์ พุ่งเข้าไปถึงบอลได้ก่อน บัตชูอายี่ ซึ่งทางกองหน้าชาวเบลเยียมก็ผลักอีกฝ่ายเพื่อทำให้ แม็กไกวร์ เล่นได้ยาก จนทำให้อดีตดาวเตะ เลสเตอร์ ซิตี้ ลงไปนอนกองกับพื้นสนาม
อย่างไรก็ตาม ในจังหวะนั้น แม็กไกวร์ ก็เหยียดขาขึ้นมาจนทำให้กลายเป็นการย่ำไปโดนตรงหว่างขาของ บัตชูอายี่ ด้วย ทำเอากองหน้าของเจ้าถิ่นลงไปนอนเจ็บเหมือนกัน ขณะที่สตาฟฟ์โค้ชของฝั่ง เชลซี ก็ฟ้องกันดังลั่น แต่สุดท้ายทีมงาน วีเออาร์ ก็ไม่ตัดสินว่ามันเป็นใบแดง โดยหลังจากนั้น แม็กไกวร์ ก็เป็นคนโหม่งประตูตอกฝาโลงฝัง เชลซี ด้วย
แม็กไกวร์ เผยว่า “ตอนนั้นผมรู้สึกว่าผมเตะโดนเขาจริงๆ แต่ผมคิดว่าเขาจะหล่นลงมาทับผม ดังนั้นมันก็เลยเป็นเรื่องธรรมดาที่ผมจะแสดงปฏิกิริยาด้วยการเหยียดขาออกไปเพื่อพยายามไม่ให้เขาหล่นลงมาทับผม”
“แน่นอนว่าการที่สตั๊ดของผมมันไปโดนตัวเขามันอาจจะทำให้ภาพทางทีวีมันดูแย่กว่าความเป็นจริง แต่มันเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติเท่านั้น มันไม่ใช่การตั้งใจเตะอีกฝ่ายเลย ผมไม่ได้ตั้งใจทำอย่างนั้นแม้แต่นิดเดียว ที่ผมเหยียดขาออกไปมันก็แค่เป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติ ผมรู้ดีว่าผมไปโดนตัวเขา ผมรู้ดีตั้งแต่จังหวะที่เกิดเหตุการณ์นั้นแล้ว แต่ผมก็คิดว่ามันเป็นการตัดสินที่ถูกต้องเหมือนกัน”
ปราการหลังทีมชาติอังกฤษกล่าวชม บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์เพื่อนร่วมทีมคนใหม่ด้วยที่เล่นได้ดี อย่างเช่นชอตที่เปิดลูกเตะมุมได้อย่างยอดเยี่ยม จนทำให้ตนสามารถทำประตูได้ “แน่นอนว่า บรูโน่ ช่วยได้มากจากการที่เขาเปิดบอลได้ดี และหวังว่ามันจะมีชอตแบบนี้อีกตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงจบฤดูกาลนะ คุณสามารถเห็นได้เลยว่า บรูโน่ สามารถทำอะไรได้บ้าง ไม่ว่าจะทั้งคุณภาพของการเล่นกับบอล, ความสามารถด้านเทคนิค และอิทธิพลของเขา เขาต้องการให้เพื่อนร่วมทีมโชว์ฟอร์มเก่งออกมาให้ได้ เขามีความเป็นผู้นำ และมันก็เป็นเรื่องดีที่จะมีนักเตะแบบเขาอยู่ในห้องแต่งตัว ตราบใดที่เขายังมีคุณสมบัติแบบนั้น”

สมควรปล่อย ป๊อกบา เพื่ออนาคตทีม

สำหรับอนาคตของ ปอล ป็อกบา ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยนักเตะมีข่าวออกมาเป็นระลอกเกี่ยวกับการย้ายหนี “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และตอนนี้ต้นสังกัดจำเป็นต้องคิดให้ละเอียดว่าพวกเขาจะฝืนยื้อนักเตะให้อยู่กับทีมต่อไป หรือจะขายออกไปเพื่อนำค่าตัวไปซื้อผู้เล่นใหม่มาเสริมแกร่ง
แน่นอนว่าไม่มีใครปฏิเสธว่า ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ เป็นกองกลางพรสวรรค์ และมีความสำคัญกับ “ผีแดง” ในเวลานี้ อย่างไรก็ตามอนาคตของเขากับทีมก็ไม่มีความแน่นอน เพราะช่วงที่ผ่านมามีสัญญาณหลายๆ อย่างที่บ่งชี้ว่า ป็อกบา ดูเหมือนจะหมดใจกับการเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
แม้ว่าสัญญาปัจจุบันของนักเตะจะเหลือถึงปี 2021 และมีออปชั่นขยายสัญญาเพิ่มอีก 1 ปีก็ตาม แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มี 3 เหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเขาอาจตัดสินใจปล่อย อดีตสตาร์ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

1. การขาย ป็อกบา ช่วยให้ทีมมีเงินทุ่มซื้อแข้งใหม่ซัมเมอร์นี้
ต้องยอมรับว่าในฤดูกาลนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แทบไม่ได้ใช้ ปอล ป็อกบา เลยโดยนักเตะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอย่างต่อเนื่อง และนั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่สามารถจัดทีมที่ดีที่สุดเพื่อรักษาฟอร์มการเล่นระดับสูงเอาไว้ได้
ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ก็คือการสร้างทีมขึ้นมาใหม่ และแน่นอนว่าการจะทำแบบนั้นได้ แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องทุ่มเงินมหาศาลเพื่อเสริมขุมกำลังใหม่ในตลาดพ่อค้าแข้ง โดยพวกเขาเพิ่งได้นักเตะชั้นดีอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส มาร่วมทีมในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม แมนฯ ยูไนเต็ด จึงต้องพยายาม และทำให้มั่นใจว่าพวกเขาจะได้รับค่าตัวสำหรับ ป็อกบา อย่างเหมาะสมในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะตอนนี้ทีมจำเป็นต้องหาผู้เล่นใหม่ก่อนที่จะเปิดฉากฤดูกาลใหม่ ทั้งตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์, กองหน้า และปีกขวามาเสริมทัพ รวมไปถึงมิดฟิลด์ตัวรับ หากเกิดกรณีที่ เนมานย่า มาติช โบกมือลาสโมสร
ช่วงที่ผ่านมา โซลชา วางแผนที่จะใช้ผู้เล่นดาวรุ่งผสมกับนักเตะพรสวรรค์เพื่อสร้างทีมแห่งอนาคตขึ้นมา ฉะนั้นการที่ทีมได้เงินค่าตัวจาก ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ จะทำให้พวกเขามีงบประมาณในการคว้านักเตะซูเปอร์สตาร์ชั้นยอดเข้ามาเสริมแกร่ง และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรปล่อย ป็อกบา ออกไป

2. สัญญา ป็อกบา จะหมดในปี 2021
กองกลางแชมป์โลก 2018 จะอายุครบ 27 ปีในเดือนมีนาคมนี้ ที่สำคัญสัญญาของนักเตะจะเข้าสู่ช่วงปีสุดท้ายซะด้วย โดยจากสัญญาฉบับเดิมของเขาจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 แต่ “เร้ด เดวิลส์” มีออปชั่นขยายสัญญาเพิ่ม 1 ปี แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้ไม่มีมีแววที่นักเตะอยากจะอยู่ในถิ่นโอล์ด แทร็ฟฟอร์ด ต่อไป ซึ่งนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ “ผีแดง” จำเป็นต้องพิจารณาในการปล่อยเขาออกไป
ความจริงแล้ว ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส มีค่าตัวค่อนข้างสูงมาก และค่าเหนื่อยก็แพงแสนแพง ซึ่งนั่นหมายความว่าคงเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะหาสโมสรไหนที่จะสนใจทุ่มเงินเพื่อดึงเขาไปร่วมทีม อย่างไรก็ตาม เรอัล มาดริด เป็นสโมสรที่มีศักยภาพสูง และแสดงความสนใจในตัว ป็อกบา มาตลอด แถมยังยินดีไม่มีปัญหาในการจ่ายไม่อั้นเพื่อนำนักเตะมาร่วมทีม
นอกจากนี้ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ก็เป็นอีกทีมที่อยากได้ ป็อกบา กลับมาโชว์เพลงแข้งอีกครั้ง เช่นเดียวกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่มีศักยภาพด้านการเงินซึ่งสามารถจ่ายไม่อั้นจนทำให้นักเตะพึ่งพอใจได้สบายๆ ฉะนั้นหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจไม่ขาย ป็อกบา ออกไปในช่วงซัมมอร์นี้ อาจจะทำให้พวกเขาต้องเจอกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายก็เป็นไปได้
เหตุการณ์เลวร้ายที่ว่าก็คือ ป็อกบา อาจจะฝืนใจอยู่เล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปีสุดท้ายของสัญญา และนั่นจะทำให้ “ปีศาจแดง” มีข้อจำกัดในการต่อรองเรื่องเจรจาขายนักเตะออกไป ที่สำคัญพวกเขายังเสี่ยงที่จะเสียนักเตะแบบฟรีเอเยนต์หากไม่มีดำเนินการอะไรในตอนนี้
กระนั้นหาก แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกที่จะใช้ออปชั่นขยายสัญญาออกไปอีก 1 ปี โดยหวังว่านักเตะจะโชว์ฟอร์มเก่งเหมือนเดิม เพื่อโอกาสที่ค่าตัวของเขาจะเพิ่มสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะเมื่อถึงเวลาต้องขาย จะได้ค่าตัวที่สมเหตุสมผลนั่นเอง

3. ขาดแรงจูงใจในการเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด
ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ป็อกบา ตกเป็นข่าวหนาหูหลังจากที่เจ้าตัวแสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่ โดยมีการคาดการณ์ว่า ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ อยากที่จะโบกมือลา “ผีแดง” ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะรอบแรกจะปิดตัว ซึ่งในเวลานั้น เรอัล มาดริด ที่มี ซีเนดีน ซีดาน กุมบังเหียน พร้อมอ้าแขนต้อนรับเขาทันที
สำหรับ ป็อกบา แล้วเขาแสดงออกแบบไม่มีกั๊กว่าอยากร่วมงานกับ ซีดาน และในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาหลายๆ ฝ่ายต่างลุ้นระทึกว่า “ราชันชุดขาว” พร้อมที่จะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อกระชาก อดีตกองกลาง “ม้าลาย” ยูเวนตุส มาร่วมทีมได้หรือไม่ แต่สุดท้ายการย้ายทีมไม่เกิดขึ้น และ ป็อกบา ก็ต้องสวมชุด “เร้ด เดวิลส์” ต่อไป
กระนั้นนับตั้งแต่เปิดซีซั่น 2019/2020 ป็อกบา ได้ลงเล่นแค่ 8 แมตช์เท่านั้น โดยที่เป็นตัวจริงแค่ 6 เกม เหตุผลที่เขาได้เล่นน้อยเพราะปัญหาบาดเจ็บข้อเท้า และต้องเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งทำให้เจ้าตัวไม่สามารถช่วยทีมได้จนกระทั่งถึงช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้
ที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา ป็อกบา แสดงสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าเขาไม่มีแรงกระตุ้น และความท้าทายในการที่จะเล่นให้สโมสรเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัยอีกต่อไป
ย้อนไปตอนที่นักเตะย้ายกลับมาเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาคาดหวังว่า “ผีแดง” กำลังกลับมาสู่ยุคใหม่ แต่โชคร้ายที่ไม่เป็นแบบนั้น โดยนักเตะทำได้เพียงแค่คว้าแชมป์คาราบาว คัพ กับ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในซีซั่นแรกขณะที่ฤดูกาลที่สองคว้าอันดับ 2 ในพรีเมียร์ลีก
แน่นอนว่า ป็อกบา รู้สึกว่าเขาสมควรที่จะได้อะไรที่มากกว่านี้ในการเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่กลับไม่เป็นดั่งที่ใจฝัน และทำให้รู้สึกหมดแรงจูงใจในการเล่นกับทีม ฉะนั้นคงไม่ใช่เรื่องฉลาดนักที่จะยื้อเขาเอาไว้กับทีมอีกต่อไป

ซิเยค ร่วมทัพเชลซีค่าตัว 45 ล้านยูโร

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ฮาคิม ซิเยค ปีกดาวเด่นทีมชาติโมร็อกโก จะย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาวาดลวดลายในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ เชลซี ฤดูกาลหน้า ด้วยค่าตัวที่ว่ากันว่าอยู่ที่ราว 45 ล้านยูโร (ประมาณ 1,530 ล้านบาท) ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่คือการเสริมทัพที่โดนใจบรรดาสาวก “สิงห์บลูส์” ไม่น้อย หลังจากที่ไม่ได้ใครเลยในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา และนี่คือ 5 สถิติสุดน่าทึ่งของ ดาวเตะวัย 26 ปี ที่พร้อมเข้ามาช่วยยกระดับเกมรุกของ เชลซี (ข้อมูลจาก Opta)
– นับตั้งแต่ลงเล่นในศึก เอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ เป็นนัดแรก เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2012 จนถึงปัจจุบัน (เจ้าตัวเริ่มต้นกับ ฮีเรนวีน ก่อนย้ายไป ทเวนเต้ ในปี 2014 และล่าสุดอยู่กับ อาแจ็กซ์ ตั้งแต่ปี 2016) ซิเยค มีส่วนร่วมกับการทำประตูโดยตรงถึง 166 ลูก (79 ประตู กับ 87 แอสซิสต์) ซึ่งมากกว่าทุกคนในลีกอย่างน้อย 36 ลูกเลยทีเดียว (อันดับสองคือ ลุค เด ยอง 130 ลูก)
– ตลอด 6 ฤดูกาลหลังสุดในศึก เอเรดิวิซี่ เขาทำแอสซิสต์ระดับ 10+ ครั้งทุกซีซั่น ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีผู้เล่นคนไหนทำแบบนี้ได้มากกว่า 2 ซีซั่นด้วยซ้ำ
– นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ อาแจ็กซ์ เมื่อฤดูกาล 2016/17 ซิเยค ครองสถิติสูงสุดในลีกทั้งในด้านแอสซิสต์ (51 ครั้ง), พยายามยิง (528 ครั้ง), สร้างโอกาส (421 ครั้ง) และเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งสำเร็จ (288 ครั้ง)
– ถ้านับเฉพาะตอนอยู่กับ อาแจ็กซ์ (ตั้งแต่ซีซั่น 2016/17) ซิเยค มีส่วนร่วมกับการทำประตูในลีกไปแล้วถึง 89 ลูก (38 ประตู กับ 51 แอสซิสต์) ซึ่งก็มากกว่าทุกคนในลีกในระยะช่วงดังกล่าว โดยอันดับสองคือ สตีเฟ่น แบร์กเฮ้าส์ ของ เฟเยนูร์ด ร็อตเตอร์ดัม (82 ลูก)
– ตลอด 2 ฤดูกาลหลังสุดในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซิเยค สร้างโอกาสได้มากถึง 39 ครั้ง (เท่ากับ คริสเตียน อีริคเซ่น) ซึ่งเท่ากับว่ามีแค่ โทนี่ โครส (เรอัล มาดริด, 51 ครั้ง), ดูซาน ทาดิช (เพื่้อนร่วมทีม อาแจ็กซ์ 47 ครั้ง) และ ลิโอเนล เมสซี่ (บาร์เซโลน่า, 41 ครั้ง) เท่านั้น ที่ทำได้มากกว่าเขา