23/02/2020 22:09 PM
|
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ sbobet-online เรารับพนันกีฬาเอเชี่ยนแฮนดีแคพ และ คาสิโนออนไลน์แบบ ไลฟ์ดีลเลอร์
Highlights

ประกาศประชาสัมพันธ์จากทาง Sbobet-online.co
กรุณาอ่านก่อนโอนเงินทุกครั้ง >> คลิกอ่านที่นี่ <<

ท่านสามารถสมัครสมาชิกผ่านคอลเซ็นเตอร์ได้ที่เบอร์
092-267-0022 , 092-267-0044 , 092-267-0066, 092-267-0088
หรือ
สมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ที่นี่

บาเยิร์น สถิติสุดโหด เฝ้ารังฟัด พาเดอร์บอร์น

————— ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เจ้าบ้าน เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค เปิดรัง อัลลิอันซ์ อารีน่า รับการมาเยือนของ พาเดอร์บอร์น แข่งขันกันในเวลา 2.30 น. ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————— บาเยิร์น มิวนิค บุกถล่ม โคโลญจน์ 4-1 ขยายช่วงไร้พ่ายในบุนเดสลีก้า นับตั้งแต่เข้าปี 2020 ด้วยผลงานชนะ 4 เสมอ 1 แต่ผลพวงตามมาที่เทรนเนอร์ ฮันส์ ดีเตอร์ ฟลิคต้องแก้คือโทษแบนของ 2 กองหลัง เบนจามิน ปาวาร์ (21 นัด/2 ประตู) กับ เจอโรม บัวเต็ง (14 นัด) ซึ่งเปิดทางให้ โอดริโอโซล่าแบ็กขวาชาวสเปนและ ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ เสียบแทนในนัดนี้ ส่วนตรงกลางพัก ธิอาโก้ อัลกานตาร่าและสลับ เลออน โกเร็ตส์ก้าลงสนามบ้าง โดยแดนบนในแผน 4-2-3-1 เป็น แซร์ก จีนาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, คิงส์ลี่ย์ โกม็องและตัวจบสกอร์ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

—————- สเตฟเฟ่น บอย์มการ์ตเทรนเนอร์ พาเดอร์บอร์นทีมบ๊วยของลีก ต้องวนคิวมาปะทะจ่าฝูง บาเยิร์น ด้วยสภาพลูกผีลูกคน 3 นัดท้ายเก็บได้คะแนนเดียว ส่วนแผนจัดทัพรับมือ “เสือใต้” ใช้ 4-5-1 ปรับจากเกมแพ้ แฮร์ธ่าฯ คาบ้าน 1-2 อย่างน้อย 3 ตำแหน่ง โดยเติม เกอร์ริต โฮลต์มันน์ (15 นัด/1 ประตู) ที่พ้นโทษแบน รวมถึง คริสโตเฟอร์ อั๊ดฌายและ เดนนิส เซอร์เบนี่ซึ่งนัดก่อนเปลี่ยนลงมายิงประตูตีเสมอให้ต้นสังกัดก่อนแพ้ ส่วนตัวเจ็บตกหล่นแค่ 2 แผงหลัง ยามิลู คอลลินส์ (19 นัด/1 ประตู) กับ ลูก้า คิลเลี่ยน (13 นัด)

—————– ทีมเดียวที่ต้าน บาเยิร์นได้ในการเล่นบุนเดสลีก้า 8 เกมหลังของทีมจ่าฝูงก็คือ ไลป์ซิกทีมอันดับ 2 แต่คู่แข่งเกรดต่ำกว่านั้นลงไปมีแต่ตายสงบศพไม่สวย เพราะนอกจาก “เสือใต้” จะชนะเป็นกอบเป็นกำ แต่ละนัดยังยิงแบบไม่เลี้ยงไข้ อย่างไรก็ตามหลังจบเกมนี้เทรนเนอร์ ฮันส์ ดีเตอร์ ฟลิคและลูกทีมมีศึกสำคัญกับ เชลซีในแชมเปี้ยนส์ ลีกรออยู่ ไอ้เรื่องแพ้น่ะ พาเดอร์บอร์นแพ้แน่ แต่เรื่องสกอร์อาจจะตรึงได้ยาว ๆ เพราะเส้นทางเกมเยือนของทีมบ๊วยดีกว่าในบ้าน 5 ทริปท้ายในลีกพลาดท่าตอนเยือน กลัดบัคแค่ครั้งเดียว (ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1) กับเรต “สามลูกควบสามครึ่ง” ขอสวนกระแสเชียร์บอลรองดีกว่า

—————— รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

บาเยิร์น (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โอดริโอโซล่า, ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวี่ส์ – โจฌัว กิมมิค, เลออน โกเร็ตส์ก้า – แซร์ก จีนาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, คิงส์ลี่ย์ โกม็อง – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

พาเดอร์บอร์น (4-5-1) : เลฟโพลด์ ซิงเกอร์เล่ – โลร็องต์ ยานส์, คริสเตียน สโตรเดี๊ยค, เซบาสเตียน ชอนเลา, เกอร์ริต โฮลต์มันน์ – ไค โพรเกอร์, เคล้าส์ กาซูล่า, อับเดลฮามิด ซาบิรี่, เซบาสเตียน วาซิเลียดิส, คริสโตเฟอร์ อั๊ดฌาย – เดนนิส เซอร์เบนี่

ดูแล้วไม่คุ้ม!! หลายทีมถอดใจจาก ฮาแลนด์

สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อก้องของแคว้นกาตาลุนย่า ตีข่าว ปัจจัยที่ทำให้หลายทีมไม่เซ็นสัญญากับ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ในตลาดช่วงหน้าหนาว เป็นเพราะเงื่อนไขที่อีกฝ่ายกำหนดมามันดูยุ่งยากและไม่คุ้มค่า อย่างเช่นการต้องจ่ายเงินให้บิดาของเขา 8 ล้านยูโร และการเสียค่านายหน้าให้ มิโน่ ไรโอล่า อีกไม่ต่ำกว่า 15 ล้านยูโร เป็นต้น
หลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรปล้มเลิกความตั้งใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าดาวรุ่งชาวนอร์เวย์ มาร่วมทัพในตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบ 2 เพราะมันมีเงื่อนไขหลายด้านที่ดูแล้วไม่คุ้มค่าสำหรับพวกเขา ตามการเปิดเผยของ สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของแคว้นกาตาลุนย่า
ฮาแลนด์ โชว์ฟอร์มได้สุดยอดในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาลนี้กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ด้วยการทำไป 28 ประตู จากการลงเล่น 22 นัดในทุกรายการ ทำให้เขาตกเป็นข่าวกับทีมดังหลายทีม อย่างเช่น โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส ก่อนที่สุดท้ายจะเป็น “เสือเหลือง” ที่ได้ตัวเขาไปครอง และดาวเตะวัย 19 ปีก็โชว์ฟอร์มได้ร้อนแรง ด้วยการทำไปแล้ว 11 ประตู จากการลงเล่น 7 นัดในทุกรายการ
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด สปอร์ต เผยว่านอกจากเรื่องค่าฉีกสัญญาของเขากับ ซัลซ์บวร์ก ซึ่งอยู่ที่จำนวน 20 ล้านยูโร (ประมาณ 680 ล้านบาท) แล้วนั้น อัล์ฟ-อิงเก้ ฮาแลนด์ บิดาของหัวหอกอนาคตไกลยังต้องการเงินจากทีมที่ต้องการเซ็นสัญญากับลูกชายของเขาอีก 8 ล้านยูโร (ประมาณ 272 ล้านบาท) ด้วย ส่วน มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของแข้งทีมชาตินอร์เวย์ก็ขอค่านายหน้าสูงถึงไม่ต่ำกว่า 15 ล้านยูโร (ประมาณ 510 ล้านบาท)
นอกจากนี้ ฮาแลนด์ คนลูก ก็ขอค่าเหนื่อยที่ 8 ล้านยูโร (ประมาณ 272 ล้านบาท) ต่อฤดูกาลอีกต่างหาก แถมทีมที่อยากเอา ฮาแลนด์ ไปร่วมทีม ก็ต้องยอมให้ในสัญญามันมีเงื่อนไขว่าตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นไปนั้น ฮาแลนด์ จะมีค่าฉีกสัญญาที่ 75 ล้านยูโร (ประมาณ 2,550 ล้านบาท) ด้วย ซึ่งสุดท้ายแล้วก็มีเพียง ดอร์ทมุนด์ ที่พร้อมยอมรับเงื่อนไขทั้งหมด

แมนฯ ยูจริงจังหวังบุกพัง คลับ บรูซ

———— ศึกฟุตบอล ยูโรป้าลีก รอบ 32 ที คลับ บรูซ เจ้าบ้านเปิดรัง แยน เบรย์เดลสตาดิโอน รับการมาเยือนของ แมนฯ ยูไนเต็ด แข่งขันกันในเวลา 00.55 น. ถ่ายทอดสดผ่านทาง เว็บไซต์ DAZN Thailand ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————- คลับ บรูซ ของกุนซือ ฟิลิปเป้ เคลม็องต์ เพิ่งจะเปิดรังเอาชนะ วาสแลนด์-เบเวเรน 2-1 ทำให้แปดเกมหลังสุดทุกรายการยังไม่แพ้ใคร สำหรับความพร้อมของทีมวันนี้ ไม่มีรายงานตัวเจ็บหรือติดโทษแบนเข้ามารบกวน นั่นหมายความว่า เคลม็องต์ เตรียมจัดทัพฟูลทีมในระบบ 3-5-2 โดยมี เอ็มมานูเอล เดนนิส กับ มิชาเอล เคอร์เมนซิค ควงคู่ล่าสกอร์ในแดนหน้า และใช้ เอเดร์ อัลบาเรซ รับจ๊อบคุมกลางคอยตัดเกมตามสูตร

————– แมนฯ ยูไนเต็ด ของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เพิ่งจะบุกเอาชนะ เชลซี 2-0 ทำให้สี่นัดท้ายทุกรายการยังไม่แพ้ใคร สำหรับความพร้อมของทีมวันนี้ ไม่มีรายงานตัวเจ็บหรือติดโทษแบนเข้ามาเพิ่มเติม นอกเสียจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ ปอล ป็อกบา สองแข้งเดี้ยงหน้าเดิมที่ยังไม่หายดี ส่วนทางด้านของ วิกเตอร์ ลินเดอลอฟ ไม่น่าจะผ่านความฟิตลงช่วยเพื่อนได้ทันเวลา คาดว่า โซลชาร์ เตรียมวางหมากในระบบ 4-2-3-1 โดยมี โอเดียน อิกาโล่ ยืนเป้าล่าสกอร์ในแดนหน้า และใช้ เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นานเดส กับ แดเนี่ยล เจมส์ เป็นสามประสานกลางรุกคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง

————— มีโอกาสทื่ทีมเยือน แมนฯยู จะบุกคว้าชัยไปก่อนสูง เพราะตอนนี้พวกเขากำลังจูนเครื่องกันติด และมีความมั่นใจมากขึ้นหลังบุกเชือด เชลซี 2-0 นั่นทำให้ 4 เกมหลังสุดไม่แพ้ใครและกำชัยได้ถึง 3 หนอีกด้วย (เสมอ 1) แถมเกมรับก็เหนียวแน่นไม่เสียเลยแม้แต่ลูกเดียว ดูทรงแล้วคงไม่ง่ายที่เจ้าถิ่น คลับ บรูซ จะเจาะเข้าไปทำอันตรายกับ เซร์กิโอ้ โรเมโร่ ซึ่งคาดว่าจะได้รับโอกาสเฝ้าเสา แม้จะมาในฐานะจ่าฝูงลีก เบลเยียม แต่มาตรฐานกับศักยภาพของขุมกำลังก็แทบไม่ได้ต่างอะไรกันมาก เมื่อพิจารณาจากเรตกับภาพรวมต่างๆ แนะนำอยู่ต่อรอรับทรัพย์ ฟันธง จัดโลด “ปีศาจแดง” แรงต่อเนื่อง

————— รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
คลับ บรูซ (3-5-2) : ซิมง มิโญเล่ต์ – คลินตัน มาต้า, แบรนดอน เมเคเล่, ซิมง เดลี่ – เกรแป็ง ดิอัตต้า, ฮานส์ ฟานาเกน, เอเดร์ อัลบาเรซ, รุด ฟอร์เมอร์, เฟเดริโก้ ริกก้า – เอ็มมานูเอล เดนนิส, มิชาเอล เคอร์เมนซิค

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซร์กิโอ้ โรเมโร่ – ดิโอโก้ ดาโลต์, ฟิล โจนส์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – สก็อตต์ แม็กโทมิเนย์, อันเดรียส เปไรร่า – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นานเดส, แดเนี่ยล เจมส์ – โอเดียน อิกาโล่

ราชัญ ยอมจ่ายแค่ 50 ล้านปอนด์เพื่อดึง ป๊อกบา

เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษ ตีข่าว เรอัล มาดริด ตัดสินใจแล้วว่าจะพร้อมจ่ายค่าตัวของ ปอล ป็อกบา กองกลาง แมนฯ ยูไนเต็ด สูงสุดที่ 50 ล้านปอนด์ ซึ่งต่ำกว่าที่ “ปีศาจแดง” ต้องการเยอะพอตัว
เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน พร้อมที่จะจ่ายเงินเพื่อเป็นค่าตัวของ ปอล ป็อกบา กองกลางคนดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สูงสุดที่ 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี
เรอัล ตกเป็นข่าวกับ ป็อกบา อย่างหนักตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ ปีก่อนแล้ว หลังจากที่ดาวเตะชาวฝรั่งเศสแสดงท่าทีเหมือนกับต้องการย้ายทีม โดยถึงแม้สุดท้ายแล้ว ป็อกบา ยังอยู่กับ “ปีศาจแดง” มาจนถึงตอนนี้ แต่เขาก็ยังมีข่าวกับ “ราชันชุดขาว” อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมามีข่าวลือว่า แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะขาย ป็อกบา หลังจบฤดูกาลนี้เหมือนกัน ส่วนเรื่องค่าตัวที่พวกเขาต้องการก็แตกต่างกันไป โดยสื่อบางเจ้าบอกว่า 150 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,000 ล้านบาท) ขณะที่บางรายก็บอกว่า 83 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,320 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม เดลี่ เมล บอกว่า เรอัล แสดงจุดยืนว่าจะไม่ยอมจ่ายเกิน 50 ล้านปอนด์แน่นอน และหากเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันก็จะทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจได้ยากว่าจะยอมขายเขาดีรึเปล่า เพราะว่า ป็อกบา เหลือสัญญากับทีมถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2021 เท่านั้น และถึงแม้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีอ็อปชั่นขยายสัญญา 1 ปี แต่มันก็เป็นเพียงการยื้อเวลาออกไปเท่านั้น ไม่ได้เป็นการรับประกันว่า ป็อกบา พร้อมอยู่กับทีมต่อไปอีกนานจริงๆ

ดอร์ทมุนด์ ซื้อขาด เอ็มเร่ ชาน

“เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ปิดดีลซื้อขาด เอ็มเร่ ชาน มิดฟิลด์มาดเข้ม จาก ยูเวนตุส เรียบร้อย แม้ตัวนักเตะเพิ่งลงเล่นให้ทีมแค่ 3 นัดเท่านั้น
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรดังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ประกาศยืนยัน เมื่อวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า ได้ใช้ออปชั่นซื้อขาด เอ็มเร่ ชาน กองกลางเลือดเบียร์ มาจาก ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เป็นที่เรียบร้อย โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาวถึงปี 2024
ชาน เพิ่งย้ายจาก ยูเวนตุส มาร่วมทัพ “เสือเหลือง” แบบสัญญายืมตัวจนจบซีซั่น เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และทำผลงานได้น่าประทับใจทันที จากการลงเล่นให้ทีมรวมทุกรายการ 3 นัด พร้อมกับซัดประตูสุดสวยในเกมลีกนัดที่ ดอร์ทมุนด์ บุกไปแพ้ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 3-4 เมื่อวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จนกระทั่งล่าสุด ดอร์ทมุนด์ ตัดสินใจใช้ออปชั่นซื้อขาดเรียบร้อย ด้วยค่าตัวที่คาดกันว่าอยู่ที่ราว 26 ล้านยูโร (ประมาณ 884 ล้านบาท)
ทั้งนี้ ชาน ลงเล่นให้ ยูเวนตุส ไปทั้งสิ้น 45 นัด ทำได้ 4 ประตู นับตั้งแต่ย้ายมาจาก ลิเวอร์พูล แบบไร้ค่าตัวเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018

หงส์ จัดเต็มบุกรัง ตราหมี ที่ตัวเจ็บอื้อ

————- ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กลับมาโม่แข้งกันอีกครั้ง เกมที่น่าสนใจวันนี้ อยู่ สนาม ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ แอตฯ มาดริด เจ้าบ้าน รับการมาเยือนของแชมป์เก่า อย่าง หงส์แดง ลิเวอร์พูล แข่งขันกันในเวลา 3.00 น. ถ่ายทอดสดผ่านทาง ยูทูป และ เฟสบุ๊ค ของ DAZN Thailand ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————– ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เทรนเนอร์แอตเลติโก มาดริด พาทีมเข้ารอบนี้ในฐานะรองแชมป์กลุ่มดี ก่อนเสมอบาเลนเซีย 0-0 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 2 เกมแล้ว ความพร้อมเกมนี้ ”เอล โชโล่” จะไม่มีทั้ง คีแรน ทริปเปียร์, เอคตอร์ เอร์เรร่า, ดีเอโก้ คอสต้า และ เชา เฟลิกซ์ ที่บาดเจ็บ ส่วน ยานนิค แฟร์เรยร่า การาสโก้ แข้งใหม่ในตลาดหน้าหนาว ก็พร้อมช่วยทีมในรายการนี้ หลังลงทะเบียนแล้วเรียบร้อย นอกนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม บรรดาตัวหลักขาประจำอย่างยาน โอบลัค, สเตฟาน ซาวิช, เฟลิเป้, โธมัส ปาร์เตย์, โกเก้, ซาอูล ญีเกซ และ อังเคล กอร์เรอา ต่างพร้อมช่วยทีมตามปกติ ในขณะที่กองหน้าวาง อัลบาโร่ โมราต้า ปักหลักในแนวรุกแน่นอน

————— ส่วน เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล พาทีมเข้ารอบนี้ในฐานะแชมป์กลุ่มอี ก่อนชนะนอริช ซิตี้ 1-0 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 4 นัดติด ความพร้อมเกมนี้ คล็อปป์ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม แต่ก็อาจมีการปรับทัพเล็กน้อย ในรายของ ซาดิโอ มาเน่ แนวรุกเซเนกัลตัวหลักที่ฟิตกลับมาเป็นซูเปอร์ซับ พังประตูชัยให้ทีมในเกมล่าสุด ก็มีลุ้นออกสตาร์ตตามปกติ เช่นเดียวกับฟาบินโญ่ที่หายไปในเกมชนะนกขมิ้น ซึ่งเชื่อว่าเพราะน่าจะได้พัก ส่วนแกนหลักรายอื่นๆ อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโอ ไวนัลดุม, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ก็ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม

—————– เรตเปิดมาเป็น แชมป์เก่า ลิเวอร์พูล ต่อ ปป. มองจากสถานการณ์นาทีนี้ลิเวอร์พูล เหนือกว่าอยู่แล้ว แต่แอต.มาดริด ก็ยังเป็นทีมที่ประมาทไม่ได้ โดยเฉพาะในเวทียุโรป ซึ่งมักทำได้ดีในบ้าน และใครก็มาเล่นด้วยยากมากบนสังเวียนแห่งนี้ กับสถิติพ่ายหนเดียวในรอบ 21 นัดที่ผ่านมายืนยันได้ อีกทั้ง “ตราหมี” ลงเล่นแบบเจียมตัว เพราะภาพรวมตกเป็นรองทั้งตัวผู้เล่น และฟอร์มการเล่น จึงงัดแผนถนัดคือรับแน่น แล้วรอจังหวะฉาบฉวย ดังนั้น “หงส์แดง” ต้องไม่ประมาท ส่งผลให้โอกาสชนะง่ายๆเลิกพูดได้เลยสำหรับผู้มาเยือน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะจบเจ๊ากันไป เนื่องจากเจ้าถิ่นคงพอใจกับผลเสมอในสถานการณแบบนี้ เช่นเดียวกับลิเวอร์พูล ซึ่งมีเกมเลกสองในแอนฟิลด์ ให้แก้ตัว ฟันธง รอง แอตฯ มาดริด ปิดอยู่

—————- รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แอตเลติโก มาดริด (4-4-2) : ยาน โอบลัค – ซานติอาโก้ อาเรียส, สเตฟาน ซาวิช, เฟลิเป้, เรนาน โลดี้ – มาร์กอส ยอเรนเต้, โธมัส ปาร์เตย์, โกเก้, ซาอูล ญีเกซ – อัลบาโร่ โมราต้า, อังเคล กอร์เรอา
เทรนเนอร์ : ดีเอโก้ ซิเมโอเน่

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโอ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
เทรนเนอร์ : เจอร์เก้น คล็อปป์

ผู้ตัดสิน : ซีมอน มาร์ซิเนียค (โปแลนด์)

แม็กไกวร์ ชี้ไม่ได้ตั้งใจ

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ระบุ แค่ป้องกันตัวไว้ก่อนในจังหวะที่ย่ำโดนหว่างขาของ มิชี่ บัตชูอายี่ กองหน้า เชลซี พร้อมสรรเสริญ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ทำผลงานได้โดดเด่น โดยเฉพาะการเปิดลูกเตะมุมมาให้ตนโหม่งทำประตูได้
แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่าจังหวะที่ตนย่ำไปโดนตรงหว่างขาของ มิชี่ บัตชูอายี่ กองหน้า เชลซี มันเป็นแค่ปฏิกิริยาตามธรรมชาติ และเป็นการป้องกันตัวไว้ก่อนเท่านั้น เพราะตอนนั้น บัตชูอายี่ ทำท่าว่าจะหล่นลงมาทับตน หลังจากจังหวะดังกล่าวเป็นประเด็นร้อนในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ “ปีศาจแดง” บุกไปชนะอีกฝ่าย 2-0 ถึงสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ชอตดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงนาทีที่ 20 ซึ่งเป็นตอนที่สกอร์ยังเสมอกันอยู่ 0-0 โดยตอนแรก แม็กไกวร์ พุ่งเข้าไปถึงบอลได้ก่อน บัตชูอายี่ ซึ่งทางกองหน้าชาวเบลเยียมก็ผลักอีกฝ่ายเพื่อทำให้ แม็กไกวร์ เล่นได้ยาก จนทำให้อดีตดาวเตะ เลสเตอร์ ซิตี้ ลงไปนอนกองกับพื้นสนาม
อย่างไรก็ตาม ในจังหวะนั้น แม็กไกวร์ ก็เหยียดขาขึ้นมาจนทำให้กลายเป็นการย่ำไปโดนตรงหว่างขาของ บัตชูอายี่ ด้วย ทำเอากองหน้าของเจ้าถิ่นลงไปนอนเจ็บเหมือนกัน ขณะที่สตาฟฟ์โค้ชของฝั่ง เชลซี ก็ฟ้องกันดังลั่น แต่สุดท้ายทีมงาน วีเออาร์ ก็ไม่ตัดสินว่ามันเป็นใบแดง โดยหลังจากนั้น แม็กไกวร์ ก็เป็นคนโหม่งประตูตอกฝาโลงฝัง เชลซี ด้วย
แม็กไกวร์ เผยว่า “ตอนนั้นผมรู้สึกว่าผมเตะโดนเขาจริงๆ แต่ผมคิดว่าเขาจะหล่นลงมาทับผม ดังนั้นมันก็เลยเป็นเรื่องธรรมดาที่ผมจะแสดงปฏิกิริยาด้วยการเหยียดขาออกไปเพื่อพยายามไม่ให้เขาหล่นลงมาทับผม”
“แน่นอนว่าการที่สตั๊ดของผมมันไปโดนตัวเขามันอาจจะทำให้ภาพทางทีวีมันดูแย่กว่าความเป็นจริง แต่มันเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติเท่านั้น มันไม่ใช่การตั้งใจเตะอีกฝ่ายเลย ผมไม่ได้ตั้งใจทำอย่างนั้นแม้แต่นิดเดียว ที่ผมเหยียดขาออกไปมันก็แค่เป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติ ผมรู้ดีว่าผมไปโดนตัวเขา ผมรู้ดีตั้งแต่จังหวะที่เกิดเหตุการณ์นั้นแล้ว แต่ผมก็คิดว่ามันเป็นการตัดสินที่ถูกต้องเหมือนกัน”
ปราการหลังทีมชาติอังกฤษกล่าวชม บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์เพื่อนร่วมทีมคนใหม่ด้วยที่เล่นได้ดี อย่างเช่นชอตที่เปิดลูกเตะมุมได้อย่างยอดเยี่ยม จนทำให้ตนสามารถทำประตูได้ “แน่นอนว่า บรูโน่ ช่วยได้มากจากการที่เขาเปิดบอลได้ดี และหวังว่ามันจะมีชอตแบบนี้อีกตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงจบฤดูกาลนะ คุณสามารถเห็นได้เลยว่า บรูโน่ สามารถทำอะไรได้บ้าง ไม่ว่าจะทั้งคุณภาพของการเล่นกับบอล, ความสามารถด้านเทคนิค และอิทธิพลของเขา เขาต้องการให้เพื่อนร่วมทีมโชว์ฟอร์มเก่งออกมาให้ได้ เขามีความเป็นผู้นำ และมันก็เป็นเรื่องดีที่จะมีนักเตะแบบเขาอยู่ในห้องแต่งตัว ตราบใดที่เขายังมีคุณสมบัติแบบนั้น”

บรูโน่ นำทัพ ผีบุกรังสิงห์ แลมพ์ จัด อับราฮัมถอนแค้น

—————- ศึกพรีเมียร์ลีก คู่บิ๊กแมตช์ เชลซี เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือน ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แข่งขันในเวลา 3.00 น. ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

—————- แฟร้งค์ แลมพาร์ด พา เชลซี เกาะอยู่อันดับ 4 แต่ก็กดดันเหมือนกัน เพราะมี เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด บีบเข้ามาเหลือแค่ 2 แต้ม ในลีก เชลซี ไม่ชนะใครมา 3 นัดติดต่อกันเก็บได้แค่ 2 แต้ม โดยฟอร์มล่าสุดพวกเขาบุกเสมอ เลสเตอร์ 2-2 นัดนี้ ต้องลุ้นความฟิตของ แทมมี่ อับราฮัม กองหน้าคนสำคัญที่เจ็บข้อเท้า ขณะที่ คริสเตียน พูลิซิช กับ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ยังไม่ฟิตต้องนั่งดูเพื่อนเล่นต่อไป ส่วน เกปา อาร์รีซาบาลาก้า โกลค่าตัวแพงที่สุดในโลกน่าจะได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังจากพูดคุยกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เรียบร้อย
คาดว่าแผงรุกวาง คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, เมสัน เมาน์ท, เปโดร โรดริเกซ และ แทมมี่ อับราฮัม รวมพลัง

—————– ด้าน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ ปีศาจแดง พาทีมไม่ชนะใครมา 3 เกมติดต่อกันเก็บได้แต้มเดียว จนอันดับหล่นไปที่ 9 ตามหลังเชลซี 6 แต้ม พวกเขาแพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 (เยือน), แพ้ เบิร์นลี่ย์ 0-2 (เหย้า) ก่อนจะเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-0 ในเกมล่าสุด
สภาพทีมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรตัวหลักอย่าง ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ยังคงบาดเจ็บอยู่ทั้งหมด ส่วนสตาร์ใหม่อย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ตัวรุกทีมชาติโปรตุเกสจะลงสนามให้ ปีศาจแดง เป็นเกมที่ 2 ติดต่อกันต่อไป อย่างไรก็ตาม เนมานย่า มาติช พ้นโทษแบนกลับมาช่วยคุมแดนกลางร่วมกับ เฟร็ด ในขณะที่ โอเดียน อิกาโล่ กองหน้าคนใหม่ที่ถูกกักตัวเพื่อตรวจดูเชื้อไวรัสที่กำลังระบาด มาสนามซ้อมล่าสุดเมื่อวันศุกร์แล้ว แต่ไม่พร้อมจะลงเล่น เต็มที่จะเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น

—————— ราคาเปิดมา เชลซี ต่อ 0.5 (ครึ่งลูก) ถ้าเป็นการเจอทีมบิ๊กเนม สำหรับ แมนฯยู ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะอัพเกรดตัวเองเฉพาะกิจเพื่อต่อกรกับสโมสรเหล่านั้น ดูได้จากแมตช์ที่บุกเชือด แมนฯซิตี้ 1-0 ในลีก คัพ หรือเกมที่ไล่ยำ เชลซี 4-0 ในพรีเมียร์ลีกช่วงต้นฤดูกาล แม้ว่าสามเกมลีกที่ผ่านมาอาจจะปืนฝืดไปบ้าง แต่การเสริมทัพหลายตำแหน่งรวมไปถึงการคัมแบ็คของ เนมานย่า มาติช น่าจะต้องใช้เวลาปรับจูนนิดหน่อยสัก 2-3 เกม เชื่อว่าแมตช์นี้น่าจะลงตัวมากขึ้น สอดคล้องกับเจ้าถิ่น “สิงห์บลูส์” ก็ใช่ว่าจะดีอะไรนัก หลังไร้ชัยยาว 3 เกมหลังสุดในลีก และเสียประตูทุกนัดรวมกันกว่า 5 ตุง แสดงให้เห็นถึงปัญหาหลังบ้านมีรูรั่วเยอะพอสมควร เมื่อพิจารณาจากเรตกับภาพรวมต่างๆ ไม่เกินความสามารถของบอลรอง ฟันธง! ต่อ”ปีศาจแดง” แรงจริง

——————- เชลซี (4-2-3-1) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – รีซ เจมส์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ – คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, เมสัน เมาน์ท, เปโดร โรดริเกซ – แทมมี่ อับราฮัม
ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ลุค ชอว์ – เนมานย่า มาติช , เฟร็ด – ฆวน มาต้า, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, แดเนียล เจมส์ – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์

สมควรปล่อย ป๊อกบา เพื่ออนาคตทีม

สำหรับอนาคตของ ปอล ป็อกบา ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยนักเตะมีข่าวออกมาเป็นระลอกเกี่ยวกับการย้ายหนี “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และตอนนี้ต้นสังกัดจำเป็นต้องคิดให้ละเอียดว่าพวกเขาจะฝืนยื้อนักเตะให้อยู่กับทีมต่อไป หรือจะขายออกไปเพื่อนำค่าตัวไปซื้อผู้เล่นใหม่มาเสริมแกร่ง
แน่นอนว่าไม่มีใครปฏิเสธว่า ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ เป็นกองกลางพรสวรรค์ และมีความสำคัญกับ “ผีแดง” ในเวลานี้ อย่างไรก็ตามอนาคตของเขากับทีมก็ไม่มีความแน่นอน เพราะช่วงที่ผ่านมามีสัญญาณหลายๆ อย่างที่บ่งชี้ว่า ป็อกบา ดูเหมือนจะหมดใจกับการเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
แม้ว่าสัญญาปัจจุบันของนักเตะจะเหลือถึงปี 2021 และมีออปชั่นขยายสัญญาเพิ่มอีก 1 ปีก็ตาม แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มี 3 เหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเขาอาจตัดสินใจปล่อย อดีตสตาร์ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

1. การขาย ป็อกบา ช่วยให้ทีมมีเงินทุ่มซื้อแข้งใหม่ซัมเมอร์นี้
ต้องยอมรับว่าในฤดูกาลนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แทบไม่ได้ใช้ ปอล ป็อกบา เลยโดยนักเตะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอย่างต่อเนื่อง และนั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่สามารถจัดทีมที่ดีที่สุดเพื่อรักษาฟอร์มการเล่นระดับสูงเอาไว้ได้
ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ก็คือการสร้างทีมขึ้นมาใหม่ และแน่นอนว่าการจะทำแบบนั้นได้ แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องทุ่มเงินมหาศาลเพื่อเสริมขุมกำลังใหม่ในตลาดพ่อค้าแข้ง โดยพวกเขาเพิ่งได้นักเตะชั้นดีอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส มาร่วมทีมในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม แมนฯ ยูไนเต็ด จึงต้องพยายาม และทำให้มั่นใจว่าพวกเขาจะได้รับค่าตัวสำหรับ ป็อกบา อย่างเหมาะสมในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะตอนนี้ทีมจำเป็นต้องหาผู้เล่นใหม่ก่อนที่จะเปิดฉากฤดูกาลใหม่ ทั้งตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์, กองหน้า และปีกขวามาเสริมทัพ รวมไปถึงมิดฟิลด์ตัวรับ หากเกิดกรณีที่ เนมานย่า มาติช โบกมือลาสโมสร
ช่วงที่ผ่านมา โซลชา วางแผนที่จะใช้ผู้เล่นดาวรุ่งผสมกับนักเตะพรสวรรค์เพื่อสร้างทีมแห่งอนาคตขึ้นมา ฉะนั้นการที่ทีมได้เงินค่าตัวจาก ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ จะทำให้พวกเขามีงบประมาณในการคว้านักเตะซูเปอร์สตาร์ชั้นยอดเข้ามาเสริมแกร่ง และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรปล่อย ป็อกบา ออกไป

2. สัญญา ป็อกบา จะหมดในปี 2021
กองกลางแชมป์โลก 2018 จะอายุครบ 27 ปีในเดือนมีนาคมนี้ ที่สำคัญสัญญาของนักเตะจะเข้าสู่ช่วงปีสุดท้ายซะด้วย โดยจากสัญญาฉบับเดิมของเขาจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 แต่ “เร้ด เดวิลส์” มีออปชั่นขยายสัญญาเพิ่ม 1 ปี แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้ไม่มีมีแววที่นักเตะอยากจะอยู่ในถิ่นโอล์ด แทร็ฟฟอร์ด ต่อไป ซึ่งนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ “ผีแดง” จำเป็นต้องพิจารณาในการปล่อยเขาออกไป
ความจริงแล้ว ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส มีค่าตัวค่อนข้างสูงมาก และค่าเหนื่อยก็แพงแสนแพง ซึ่งนั่นหมายความว่าคงเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะหาสโมสรไหนที่จะสนใจทุ่มเงินเพื่อดึงเขาไปร่วมทีม อย่างไรก็ตาม เรอัล มาดริด เป็นสโมสรที่มีศักยภาพสูง และแสดงความสนใจในตัว ป็อกบา มาตลอด แถมยังยินดีไม่มีปัญหาในการจ่ายไม่อั้นเพื่อนำนักเตะมาร่วมทีม
นอกจากนี้ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ก็เป็นอีกทีมที่อยากได้ ป็อกบา กลับมาโชว์เพลงแข้งอีกครั้ง เช่นเดียวกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่มีศักยภาพด้านการเงินซึ่งสามารถจ่ายไม่อั้นจนทำให้นักเตะพึ่งพอใจได้สบายๆ ฉะนั้นหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจไม่ขาย ป็อกบา ออกไปในช่วงซัมมอร์นี้ อาจจะทำให้พวกเขาต้องเจอกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายก็เป็นไปได้
เหตุการณ์เลวร้ายที่ว่าก็คือ ป็อกบา อาจจะฝืนใจอยู่เล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปีสุดท้ายของสัญญา และนั่นจะทำให้ “ปีศาจแดง” มีข้อจำกัดในการต่อรองเรื่องเจรจาขายนักเตะออกไป ที่สำคัญพวกเขายังเสี่ยงที่จะเสียนักเตะแบบฟรีเอเยนต์หากไม่มีดำเนินการอะไรในตอนนี้
กระนั้นหาก แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกที่จะใช้ออปชั่นขยายสัญญาออกไปอีก 1 ปี โดยหวังว่านักเตะจะโชว์ฟอร์มเก่งเหมือนเดิม เพื่อโอกาสที่ค่าตัวของเขาจะเพิ่มสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะเมื่อถึงเวลาต้องขาย จะได้ค่าตัวที่สมเหตุสมผลนั่นเอง

3. ขาดแรงจูงใจในการเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด
ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ป็อกบา ตกเป็นข่าวหนาหูหลังจากที่เจ้าตัวแสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่ โดยมีการคาดการณ์ว่า ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ อยากที่จะโบกมือลา “ผีแดง” ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะรอบแรกจะปิดตัว ซึ่งในเวลานั้น เรอัล มาดริด ที่มี ซีเนดีน ซีดาน กุมบังเหียน พร้อมอ้าแขนต้อนรับเขาทันที
สำหรับ ป็อกบา แล้วเขาแสดงออกแบบไม่มีกั๊กว่าอยากร่วมงานกับ ซีดาน และในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาหลายๆ ฝ่ายต่างลุ้นระทึกว่า “ราชันชุดขาว” พร้อมที่จะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อกระชาก อดีตกองกลาง “ม้าลาย” ยูเวนตุส มาร่วมทีมได้หรือไม่ แต่สุดท้ายการย้ายทีมไม่เกิดขึ้น และ ป็อกบา ก็ต้องสวมชุด “เร้ด เดวิลส์” ต่อไป
กระนั้นนับตั้งแต่เปิดซีซั่น 2019/2020 ป็อกบา ได้ลงเล่นแค่ 8 แมตช์เท่านั้น โดยที่เป็นตัวจริงแค่ 6 เกม เหตุผลที่เขาได้เล่นน้อยเพราะปัญหาบาดเจ็บข้อเท้า และต้องเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งทำให้เจ้าตัวไม่สามารถช่วยทีมได้จนกระทั่งถึงช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้
ที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา ป็อกบา แสดงสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าเขาไม่มีแรงกระตุ้น และความท้าทายในการที่จะเล่นให้สโมสรเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัยอีกต่อไป
ย้อนไปตอนที่นักเตะย้ายกลับมาเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาคาดหวังว่า “ผีแดง” กำลังกลับมาสู่ยุคใหม่ แต่โชคร้ายที่ไม่เป็นแบบนั้น โดยนักเตะทำได้เพียงแค่คว้าแชมป์คาราบาว คัพ กับ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในซีซั่นแรกขณะที่ฤดูกาลที่สองคว้าอันดับ 2 ในพรีเมียร์ลีก
แน่นอนว่า ป็อกบา รู้สึกว่าเขาสมควรที่จะได้อะไรที่มากกว่านี้ในการเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่กลับไม่เป็นดั่งที่ใจฝัน และทำให้รู้สึกหมดแรงจูงใจในการเล่นกับทีม ฉะนั้นคงไม่ใช่เรื่องฉลาดนักที่จะยื้อเขาเอาไว้กับทีมอีกต่อไป

มาเน่ พร้อมซด หงส์สุดแกร่งบุกรังนกขมิ้น

————– ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 26 เจ้านกขมิ้น นอริช ซิตี้ เปิดรัง แคร์โรว์ โร้ด รับการมาเยือนของจ่าฝูงไร้พ่ายอย่าง หงส์แดง ลิเวอร์พูล แข่งขันกันในเวลา 00.30 น. ถ่ายทอดสดช่อง ทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล HD1 ความพร้อมของทั้งสองทีมมีดังนี้

————— ดาเนี่ยล ฟาร์เค่ กุนซือนอริช ซิตี้ พาทีมเสมอนิวคาสเซิ่ล 0-0 ในเกมล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 2 เกมแล้ว แต่ยังจมปลักอยู่ท้ายตาราง ต้องพยายามดิ้นรนอย่างสุดฤทธิ์ในเกมที่เหลือ ความพร้อมเกมนี้ ฟาร์เค่จะได้เบน ก็อดฟรี่ย์ พ้นโทษแบนกลับมา แต่ในรายของ ทิม โคลเซ่ ที่บาดเจ็บยังชวดเหมือนเดิม นอกนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม บรรดาตัวหลักขาประจำอย่างทิม ครูล, แม็กซ์ อารอนส์, อเล็กซานเดอร์ เท็ตเตย์, เคนนี่ แม็คลีน และ ตีมู ปุ๊กกี้ ต่างพร้อมช่วยทีมตามปกติ

—————– ส่วน เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล พาทีมชนะเซาธ์แฮมป์ตัน 4-0 ในเกมลีกล่าสุด ส่วนเกมเอฟเอ คัพ รีเพลย์ที่ชนะชรูว์สบิวรี่ 1-0 เป็นหน้าที่ของ นีล คริทช์ลี่ย์ โค้ชทีมชุดยู-23 หงส์แดงยังคงนำโด่งเป็นจ่าฝูงต่อไป และหากคว้าชัยอีกในเกมนี้จะโกยแต้มหนีห่างเรื่อยๆ เพราะได้พักหนีหนาวมาเกือบ 2 สัปดาห์ อีกต่างหาก เกมนี้คล็อปป์จะกลับมาทำหน้าที่ตามปกติ หลังเบรกหนีหนาวไปกับลูกทีมชุดใหญ่
ความพร้อมเกมนี้ ต้องลุ้นความฟิตของ ซาดิโอ มาเน่ ที่เจ็บกล้ามเนื้อ แต่ในรายของ เจมส์ มิลเนอร์ น่าจะยังชวด แต่แกนหลักรายอื่นๆ อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม

—————— เรตราคา ลิเวอร์พูลต่อ 1.5 (ลูกครึ่ง) สำหรับสาวกบอลต่อแล้ว คู่นี้น่าติดตามเป็นอย่างมาก เพราะทีมเยือน ลิเวอร์พูล กำลังฟอร์มดุทะลุจักรวาล ด้วยการคว้าชัยในลีก 16 นัดซ้อนนับตั้งแต่ที่เจ๊า แมนฯยู 1-1 ช่วงปลายเดือนตุลาคมปีก่อน ส่วนเรื่องการผลิตสกอร์หายห่วงแน่นอน ซัดยับทุกทีมที่มีโอกาส เรียกว่าไม่มีเลี้ยงไข้ให้เสียวชัวร์ สอดคล้องกับ นอริช ภายใต้การทำทีมของ ดาเนี่ยล ฟาร์เก้ เกมรุกดุดันเฉียบคม โดยเฉพาะจังหวะโต้กลับ แต่จุดอ่อนคือการซื้อแนวรับที่มักจะพลาดและมีรูรั่วอยู่เสมอ เห็นได้จากทริปเยือน แอนฟิลด์ ที่โดนทะลวงไปเหนาะๆ 4 เม็ด (1-4) ดูทรงแล้วถ้าไม่มีอะไรพลิกล็อค คงเสร็จอาคันตุกะบุกเอาชนะตามระเบียบ ฟันธง! จัดหนัก “หงส์แดง” แรงต่อเนื่อง…!

—————— รายชื่อผู้เลานที่คาดว่าจะลงสนาม

นอริช ซิตี้ (4-2-3-1) : ทิม ครูล – แม็กซ์ อารอนส์, คริสโตฟ ซิมเมอร์มันน์, เบน ก็อดฟรี่ย์, แซม ไบแรม – อเล็กซานเดอร์ เท็ตเตย์, เคนนี่ แม็คลีน – ลูคัส รุปป์, ออนเดรจ์ ดูด้า, ท็อดด์ แคนท์เวลล์ – ตีมู ปุ๊กกี้
ผู้จัดการทีม : ดาเนี่ยล ฟาร์เค่

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซอน เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน
ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

ผู้ตัดสิน : สจ๊วร์ต แอ็ตต์เวลล์